Games On

Home

Review

รีวิว Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok

รีวิว Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok

รีวิว Granblue Fantasy: Relink – Endless Ragnarok หลังเล่นไปแล้วกว่า 100 ชั่วโมงบน Steam และอีก 20 ชั่วโมงบน Nintendo Switch 2 พร้อมพาไปเจาะลึกระบบใหม่ที่น่าสนใจใน DLC ตั้งแต่ระบบ Summon, Master Traits, Primal Burst และ The Conflux รวมถึงความเห็นต่อเนื้อเรื่อง บอสใหม่ และประสิทธิภาพของตัวเกมบน Nintendo Switch 2

7 ก.ค. 2026·3 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Game's On - Facebook

   ฟาร์มแล้ว ฟาร์มอยู่ ฟาร์มต่อ ฟาร์มเข้าไปอีก คงเป็นนิยามที่กระชับที่สุดที่พวกเรา Game's On จะมอบให้กับ Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok หลังจากได้ใช้เวลาทุ่มไปกับเกมนี้กว่า 100 ชั่วโมงบน Steam และอีกกว่า 20 ชั่วโมงบน Nintendo Switch 2 ที่หากให้สรุปสั้น ๆ ก็คงกล่าวได้แค่ว่า ถ้าคุณผู้อ่านนั้นชื่นชอบในเกม Granblue Fantasy: Relink ภาคหลักอยู่แล้ว Endless Ragnarok ก็คือ DLC เนื้อหาเสริมที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง แม้ภาพรวมของการเล่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้โดดเด่น ยังคงใช้จังหวะการเล่าเรื่องแบบเดิมที่อาจทำให้ผู้เล่นที่ไม่คุ้นเคยกับจักรวาล Granblue Fantasy งงที่มาที่ไปของเรื่องราวบางส่วนได้บ้าง ทว่าระบบการต่อสู้ที่ลื่นไหล บอสที่ดุดันยิ่งขึ้น และระบบใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Endless Ragnarok ก็ส่งผลให้เกมนี้นั้นคุ้มค่าแก่เวลาที่ได้เล่นไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมเมอร์สายแอ็กชันที่ชื่นชอบในการรับเควสต์ออกตีบอส แถมยังเล่นกับผองเพื่อนได้แบบเพลิน ๆ

เรื่องราวของ Endless Ragnarok

   เนื้อเรื่องของ Endless Ragnarok จะบอกเล่าเหตุการณ์ที่ดำเนินต่อจากเนื้อหาในภาคหลัก เป็นเรื่องราวหลังจากที่กัปตันและเหล่าลูกเรือของ Grandcypher สามารถกำจัด Lilith และ Bahamut Versa ได้แล้ว ความสงบสุขหลังเหตุการณ์ดังกล่าวคงอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อจู่ ๆ Tweyen และ Seofon ได้ออกตามหากลุ่มตัวเอกและแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามใหม่ที่เรียกว่า Ragnalia กำลังคืบคลานเข้ามา 

    ซึ่ง Ragnalia ถือเป็นกลุ่มมอนสเตอร์ทรงพลังอันเป็นลางบอกเหตุแห่งหายนะ โดยพวกมันได้เริ่มปรากฏตัวและสร้างความโกลาหลไปทั่วหมู่เกาะแห่งท้องฟ้า Tweyen และ Seofon จึงต้องการความช่วยเหลือจากกลุ่มตัวเอก แล้วเรื่องราวต่าง ๆ ของ Endless Ragnarok ก็เริ่มดำเนินไป

   สำหรับเงื่อนไขในการเข้าสู่เนื้อหา Endless Ragnarok ผู้เล่นจะต้องผ่านภารกิจ "The Tale of Bahamut's Rage" เพื่อปราบ Proto Bahamut ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นตัวเกมจะปลดล็อกเนื้อเรื่องของ DLC ต่อทันที พร้อมกับตัวละครใหม่ที่ควบคุมได้อีก 6 ตัวคือ Beatrix, Eustace, Fraux, Fediel, Gallanza และ Maglielle

Chaos Quest ภารกิจความยากระดับสูงขั้นใหม่

   เมื่อเข้าสู่เนื้อหาของ Endless Ragnarok ตัวเกมจะปลดล็อกระดับความยากขั้นสูงประเภทใหม่ที่เรียกว่า Chaos พร้อมทั้ง Chaos+ และ Chaos++ ที่รออยู่ โดยบอสที่เราพบในภารกิจระดับ Chaos ส่วนใหญ่จะเป็นบอสประเภท Ragnalia ซึ่งมีทั้งบอสหน้าใหม่และบอสหน้าเดิมจากภาคหลักที่ถูกยกระดับให้แข็งแกร่ง ดุร้าย และมีท่าโจมตีที่รุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

   จุดเด่นของบอสในระดับ Chaos ขึ้นไป คือท่าไม้ตายพิเศษที่เรียกว่า Ex Burst ซึ่งสร้างความเสียหายได้อย่างรุนแรง โดยตัวเกมจะแสดงสัญญาณเตือนเป็นแสงสีม่วงกะพริบรอบตัวบอสก่อนใช้ท่าดังกล่าว 

ระบบ Summon อัญเชิญผู้ช่วยจากทั่วทุกมุมโลก

   หนึ่งในระบบเด่นที่เพิ่มเข้ามาใน Endless Ragnarok คือระบบ Summon ที่จะปลดล็อกให้ใช้งานตั้งแต่ช่วงต้นของ DLC โดยระหว่างการอัญเชิญ ตัวละครของผู้เล่นจะอยู่ในสถานะอมตะ ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ

   เหล่า Summon ใน Endless Ragnarok มีให้เลือกใช้งานมากกว่าหลักร้อยตัว ครอบคลุมตั้งแต่อสูรกายระดับสูงไปจนถึงตัวละคร NPC ช้าวบ้านทั่วไปและเหล่าสัตว์ตัวน้อยต่าง ๆ โดยผู้เล่นสามารถปลดล็อก Summon ได้จากการทำเควสต์และรับเป็นของรางวัลจบภารกิจ 

   รูปของ Summon มีด้วยหลัก ๆ สองรูป แบบแรกคือการอัญเชิญที่จะเปลี่ยนร่างให้เรากลายเป็น Summon นั้น ๆ แล้วกดปุ่มต่าง ๆ เพื่อออกแอ็กชันโจมตีใส่ศัตรู อีกรูปแบบคือการเรียกพรรคพวกออกมาช่วยสนับสนุน มอบบัฟหรือการฟื้นฟูรักษาต่าง ๆ ให้กับสมาชิกในทีม

   Summon แต่ละตัวยังมาพร้อม Trait ติดตัวและโบนัสพิเศษเมื่อติดตั้งให้กับตัวละคร ซึ่งหากยังไม่พอใจ Trait และโบนัสที่ได้รับ ก็สามารถเล่นภารกิจซ้ำเพื่อรับ Summon ตัวเดิมแต่สุ่ม Trait และโบนัสใหม่ได้เรื่อย ๆ ส่งผลให้ระบบ Summon กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เหล่าผู้เล่นจะต้องมานั่งฟาร์มหา Summon ที่ตัวเองต้องการ

   ข้อจำกัดที่ต้องทราบของระบบนี้ คือ Summon ใช้ได้เฉพาะในภารกิจที่มีสัญลักษณ์ Summons Allowed เท่านั้น และในโหมด Co-op จำนวน Summon ที่ติดตั้งได้จะปรับตามจำนวนผู้เล่น ดังนี้

  • เล่น 2 คน: เจ้าของ Session ติดตั้งได้ 3 ตัว เพื่อนร่วมทีมติดตั้งได้ 1 ตัว

  • เล่น 3 คน: เจ้าของ Session ติดตั้งได้ 2 ตัว เพื่อนร่วมทีมแต่ละคนติดตั้งได้ 1 ตัว

  • เล่น 4 คน: ทุกคนติดตั้งได้คนละ 1 ตัว

   นอกจากนี้ เกจพลังของ Summon ในโหมด Co-op จะใช้ร่วมกันทั้งปาร์ตี้ ทำให้การวางแผนและประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมก่อนตัดสินใจใช้ Summon มีความสำคัญมาก

   หนึ่งในสิ่งที่ตัวผู้เขียนรู้สึกขัดใจต่อระบบ Summon คือการควบคุม Summon บางตัวที่โจมตีได้ในทิศทางจำกัดและหันหน้าได้ช้า สร้างอุปสรรคและภาระต่อการเล่นพอสมควร เพราะในการต่อสู้กับบอสของเกมนี้โดยส่วนใหญ่ ศัตรูมักจะเคลื่อนที่เกือบตลอดเวลา ส่งผลให้บางครั้งการอัญเชิญ Summon ออกมาแล้วบอสดันหนีออกนอกระยะพอดี ทำให้การโจมตีต่าง ๆ ที่เกิดจากตัว Summon ของเรานั้นกลายเป็นไร้ประโยชน์ในฉับพลัน จนสุดท้ายต้องยอมคืนร่างเดิมเพื่อโจมตีต่อเอง แต่ก็ยังมี Summon อีกหลายตัวที่ควบคุมง่าย คอมโบได้ลื่นไหลและสนุกมือไม่แพ้กัน และตัวผู้เขียนก็เข้าใจดีว่า ควรเลือกใช้ Summon ในสถานการณ์ที่ถูกที่ควร และต้องอ่านสถานการณ์ให้เด็ดขาดมากขึ้น

Primal Burst ท่าไม้ตายขั้นสุดยอด

   อีกหนึ่งระบบที่ถูกต่อยอดใน Endless Ragnarok คือระบบ Burst ที่เสริมท่า Full Burst จากการประสานท่าไม้ตายของตัวละคร 4 ตัวในปาร์ตี้ ต่อยอดมาเป็น Primal Burst ท่าโจมตีขั้นสุดยอดที่ประสานการโจมตีของตัวละครทั้ง 4 ตัวในปาร์ตี้ พร้อมกับ Lyria ที่จะเรียก Primal Beast ตัวต่าง ๆ ออกมาช่วยโจมตี ก่อกำเนิดเป็นท่าประสานการโจมตีชุดใหญ่สุดรุนแรงขึ้นมา

   โดยเงื่อนไขการใช้ท่า Primal Burst คือ สมาชิกในปาร์ตี้ทั้ง 4 คนจะต้องร่วมกันโจมตีให้เกิด Link Time ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเมื่อเราใช้ท่าไม้ตายเรียงกันครบ 4 คนในครั้งถัดไป ก็จะยกระดับจากคอมโบ Full Burst กลายเป็น Primal Burst นั่นเอง

Master Traits ระบบพัฒนาตัวละครหลังเลเวล 100

    หนึ่งในระบบที่ตัวผู้เขียนใช้เวลาคลุกคลีด้วยมากที่สุดใน Endless Ragnarok ก็คือ Master Traits ระบบการพัฒนาตัวละครรูปแบบใหม่ที่จะเปิดให้ใช้งานเมื่อตัวละครมีเลเวลถึง 100 โดยเราสามารถใช้แต้ม MSP มาอัปเลเวลที่เรียกว่า Master Level ซึ่งมีมากถึง 50 เลเวล และยิ่งอัปเลเวลสูงขึ้น แต้ม MSP ที่ต้องใช้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    เมื่ออัปเลเวลถึงจุดที่กำหนด ผู้เล่นจะได้รับแต้ม Perk มาติดตั้งใน Master Style ซึ่งแต่ละตัวละครจะมี Master Style ทั้งหมด 3 แบบ แต่ละแบบจะส่งผลต่อความสามารถของตัวละครในทิศทางที่แตกต่างกันออกไป การติดตั้งหรือถอด Perk ตามเกณฑ์ที่กำหนด จะสามารถเปิดใช้งานผลเอฟเฟกต์ของ Master Style แต่ละแบบได้ และเราสามารถปรับเปลี่ยนการติดตั้ง Perk ได้ตลอดเวลา ทำให้การปรับ Build ตามสถานการณ์ทำได้อย่างยืดหยุ่น

    สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับผู้เล่นที่กำลังจะก้าวเข้าสู่เนื้อหาของ Endless Ragnarok คือให้รับปักธงตัวละครหลักที่ชอบที่สุดไว้ตัวเดียวตั้งแต่ต้น แล้วทุ่มแต้ม MSP ให้กับตัวละครนั้นไปยาว ๆ ก่อน เพราะระบบ Master Traits จะกินแต้ม MSP จำนวนมาก หากกระจายแต้มไปอัปเลเวลหลายตัวพร้อมกันจะทำให้ไม่มีตัวละครไหนแข็งแกร่งถึงขีดสุดสักตัว แนะนำให้เลือกปั้นตัวละครที่เราชอบที่สุดหรือเหมาะแก่การฟาร์มที่สุดหนึ่งตัว เพื่อนำไปใช้ฟาร์มแต้ม MSP ต่อไป

   เมื่อการฟาร์มแต้ม MSP กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่ผู้เล่นทุกคนจะต้องมาฟาร์มหา ส่งผลให้ทีมพัฒนาเกมตัดสินใจปลดล็อกข้อจำกัดของระบบ Assist จากเดิมที่ไม่อนุญาตให้ใช้โหมด Assist ในระดับความยากสูงสุดของเกมภาค Relink ทว่าใน Endless Ragnarok ผู้เล่นจะสามารถใช้งานระบบ Assist ในภารกิจระดับ Chaos ขึ้นไปได้ด้วย

The Conflux โหมด Roguelite สำหรับเล่นเดี่ยว

   The Conflux คือโหมดการเล่นแนว Roguelite ที่เน้นการเล่นเดี่ยว ปลดล็อกได้ตั้งแต่ Chapter 6 ของเกมภาคหลัก โดยแบ่งออกเป็นหลาย Cycle ที่ปลดล็อกตามความคืบหน้าของเกม แต่ละ Cycle มีของรางวัลตั้งแต่วัสดุอัปเกรดตัวละคร พัฒนาอาวุธ ไปจนถึงวัสดุหายากสำหรับ Uncap และ Awaken อาวุธ

   การเล่นใน The Conflux จะสุ่มองค์ประกอบต่าง ๆ ในแต่ละรอบ ผู้เล่นต้องตะลุยผ่านห้องต่าง ๆ เพื่อรับบัฟเสริมพลังที่เรียกว่า Aura และเลือกเส้นทางสู่ห้องถัดไปซึ่งความยากจะเพิ่มขึ้นตามระดับความลึก รูปแบบห้องมีหลากหลาย ทั้งห้องต่อสู้กับมอนสเตอร์ ห้องบอส ไปจนถึงห้องกิจกรรมพิเศษอย่างห้องจับผิดในฉากหรือตามล่าหาสมบัติ

   ภาพรวมของ The Conflux เป็นโหมด Roguelite แบบสูตรสำเร็จที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับเกมแนวเดียวกัน แต่จุดเด่นที่สำคัญคือเมื่อจบแต่ละรอบ ผู้เล่นสามารถเลือกรับของรางวัลตามหมวดหมู่ที่ต้องการได้ ทำให้โหมดนี้ตอบโจทย์ผู้เล่นที่ต้องการฟาร์มวัตถุดิบบางอย่างโดยเฉพาะได้เป็นอย่างดี

Backup Character กองหนุนที่ไว้ใจได้

   ระบบ Backup Character ถือเป็นระบบใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Endless Ragnarok ซึ่งระบบนี้เปิดโอกาสให้เรานำตัวละครของผู้เล่นคนอื่น ๆ หรือตัวละครที่ตัวเกมสุ่มมาให้ นำมาใส่เข้าร่วมทีมแล้วออกไปลุยเควสต์ด้วยกัน ช่วยให้เราประหยัดเวลาในการปั้นตัวละครเพื่อนร่วมทีมไปได้ 1 ตัว ซึ่งตัวผู้เขียนมองว่าระบบนี้จะช่วยเหลือผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งมาเล่นได้ดี ทำให้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรในการปั้นตัวละครไปได้เปลาะหนึ่ง

   ส่วนผู้อ่านท่านใดที่กังวลว่าถ้าหยิบตัวละครเหล่านี้มาช่วยแล้วเกมจะง่ายไปก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะต่อให้ค่าพลังของตัวละครสมทบจะมีมากเกินไป แต่ตัวเกมจะคอยปรับสเกลพลังของ Backup Character ให้เหมาะสมกับระดับเควสต์และความยากที่เราเล่นอยู่

ประสิทธิภาพบน Nintendo Switch 2

   ในแง่ของประสิทธิภาพบน Nintendo Switch 2 ถือว่า Granblue Fantasy:  Relink - Endless Ragnarok สอบผ่านในแง่ของความเสถียรที่สามารถรันเกมได้ด้วยภาพ 30fps และตัวภาพยังมีความสวยงามเห็นรายละเอียดต่าง ๆ ชัดเจน ตลอดการเล่นตัวผู้เขียนก็ไม่พบปัญหาใด ๆ การควบคุมการตอบสนองต่าง ๆ ในการโจมตีทำได้ดี ไม่มีอาการหน่วงหรือดีเลย์ตอนกดปุ่มบนจอยให้เห็น  

   แต่หากใครที่เคยสัมผัสเกมนี้บนเครื่องอื่นมาก่อน อาจรู้สึกขัดใจได้ เพราะหากให้พูดตรง ๆ ตัวผู้เขียนก็มองว่าการเล่นเกมแอ็กชันด้วยภาพ 30fps หลังจากที่เราเคยเล่นบน PC แบบ 120fps มาก่อน ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่สายตาของเราจะคุ้นชินได้ สุดท้ายแล้วท่านผู้อ่านคงต้องชั่งใจด้วยตัวเองว่าสามารถเล่นเกมแอ็กชันแบบ 30fps ได้หรือไม่ หากเล่นได้ ตัวผู้เขียนก็มองว่า Granblue Fantasy:  Relink - Endless Ragnarok ถือเป็นเกมที่พอร์ตลง Nintendo Switch 2 ได้อย่างมีประสิทธิดีพอสมควร  

สรุป

   Granblue Fantasy:  Relink - Endless Ragnarok ไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบหรือเลิศเลอในทุกด้าน เพราะต้องยอมรับว่าการเล่าเนื้อเรื่องของเกมนี้แม้จะไม่ถึงขั้นงง แต่ก็ไม่นับว่าดีมากนัก ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับจักรวาล Granblue Fantasy อาจรู้สึกขาดบริบทในการเข้าใจตัวละครและเรื่องราวบางส่วนได้ อีกทั้งเนื้อหาของ Endless Ragnarok ก็มีมอนสเตอร์ย้อมแมวอยู่มากพอสมควร แนวทางการฟาร์มก็ยังคงเป็นการเลือกภารกิจซ้ำ ๆ วนฟาร์มวัตถุดิบ วนฟาร์มแต้ม MSP วนฟาร์ม Sigil เพิ่มเติมคือวนฟาร์ม Summon 

   ทว่าจุดที่ดีงามมากของเกมนี้คืองานภาพสไตล์อนิเมะที่สวยงาม ประสิทธิภาพของตัวเกมที่แทบไม่พบปัญหาใด ๆ ระบบเกมต่าง ๆ ที่เสริมเข้ามาใน DLC ล้วนทำให้ตัวเกมมีความลึกขึ้นไปอีกขั้น พร้อมด้วยกลไกการต่อสู้กับบอส การควบคุมตัวละครที่ลื่นไหล ที่ถือเป็นจุดที่สนุกที่สุดของเกมนี้ ต่างหลอมรวมกันกลายเป็นเกมที่เล่นได้อย่างเพลิดเพลินสนุกมือ ถูกใจวัยรุ่นสายแอ็กชันออกรับเควสต์ไปตีบอสกับเพื่อน 

   ใครที่ยังไม่เคยเล่นเกมนี้ตั้งแต่ภาคหลักมาก่อนเลย ตัวผู้เขียนก็อยากแนะนำให้ลองมาเล่นกันดู ส่วนใครที่ชื่นชอบ Granblue Fantasy Relink ภาคหลักอยู่แล้ว บอกได้แค่ว่าคุณไม่ควรพลาด Endless Ragnarok ด้วยประการทั้งปวง

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok
Nintendo Switch 2PCPlayStation 4

Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok

เนื้อหาของ Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok จะเป็นการต่อยอดเรื่องราวจากภาค Relink เดิม โดยเล่าถึงความวุ่นวายครั้งใหม่ในอาณาจักรลอยฟ้า Zegagrande Skydom เมื่อมีสิ่งมีชีวิตปริศนาที่ถูกเรียกว่า Ragnalia ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับลางบอกเหตุถึงวันสิ้นโลก รวมถึงการมาเยือนของศัตรูสุดแกร่งอย่าง Beelzebub ภายในเกมจะมีการเพิ่มโหมดการเล่นใหม่ เช่น The Conflux สำหรับผู้เล่นสาย Solo ที่ต้องการความท้าทาย และระบบ Master Traits ที่จะช่วยขยายขีดจำกัดความสามารถของตัวละครให้สูงขึ้นกว่าเดิม

Release Date

9 ก.ค. 2026


Game's On

8

ข้อดี

ระบบการต่อสู้ที่ลื่นไหลและตอบสนองได้ฉับไวยังคงเป็นจุดแข็งหลักเช่นเคย

ระบบ Summon สุดอลัง เพิ่มลูกเล่นให้กลไกการต่อสู้

ระบบ Master Traits ต่อยอดแนวทางในการพัฒนาตัวละครได้หลากหลายและลึกขึ้นกว่าเดิม

บอสใหม่ที่ดุดันและท้าทาย แถมกลไกของบอสบางตัวก็ตึงเปรี๊ยะ ศึกษากันมันส์ ๆ นัว ๆ

โหมด Conflux ช่วยเสริมทางเลือกในการฟาร์มหาของ

ข้อสังเกต

จังหวะการเล่าเรื่องยังคงมีจุดอ่อนตามแบบฉบับภาคหลัก

มอนสเตอร์ย้อมแมวมีอยู่มากพอสมควร

ลูปในการฟาร์มยังคงมีหลายส่วนที่วนซ้ำแบบเดิม ๆ

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In