Join the Game's on Community!
Join the Game's on Community!
รีวิว Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok
รีวิว Granblue Fantasy: Relink – Endless Ragnarok หลังเล่นไปแล้วกว่า 100 ชั่วโมงบน Steam และอีก 20 ชั่วโมงบน Nintendo Switch 2 พร้อมพาไปเจาะลึกระบบใหม่ที่น่าสนใจใน DLC ตั้งแต่ระบบ Summon, Master Traits, Primal Burst และ The Conflux รวมถึงความเห็นต่อเนื้อเรื่อง บอสใหม่ และประสิทธิภาพของตัวเกมบน Nintendo Switch 2
ฟาร์มแล้ว ฟาร์มอยู่ ฟาร์มต่อ ฟาร์มเข้าไปอีก คงเป็นนิยามที่กระชับที่สุดที่พวกเรา Game's On จะมอบให้กับ Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok หลังจากได้ใช้เวลาทุ่มไปกับเกมนี้กว่า 100 ชั่วโมงบน Steam และอีกกว่า 20 ชั่วโมงบน Nintendo Switch 2 ที่หากให้สรุปสั้น ๆ ก็คงกล่าวได้แค่ว่า ถ้าคุณผู้อ่านนั้นชื่นชอบในเกม Granblue Fantasy: Relink ภาคหลักอยู่แล้ว Endless Ragnarok ก็คือ DLC เนื้อหาเสริมที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง แม้ภาพรวมของการเล่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้โดดเด่น ยังคงใช้จังหวะการเล่าเรื่องแบบเดิมที่อาจทำให้ผู้เล่นที่ไม่คุ้นเคยกับจักรวาล Granblue Fantasy งงที่มาที่ไปของเรื่องราวบางส่วนได้บ้าง ทว่าระบบการต่อสู้ที่ลื่นไหล บอสที่ดุดันยิ่งขึ้น และระบบใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Endless Ragnarok ก็ส่งผลให้เกมนี้นั้นคุ้มค่าแก่เวลาที่ได้เล่นไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมเมอร์สายแอ็กชันที่ชื่นชอบในการรับเควสต์ออกตีบอส แถมยังเล่นกับผองเพื่อนได้แบบเพลิน ๆ
เรื่องราวของ Endless Ragnarok


สำหรับเงื่อนไขในการเข้าสู่เนื้อหา Endless Ragnarok ผู้เล่นจะต้องผ่านภารกิจ "The Tale of Bahamut's Rage" เพื่อปราบ Proto Bahamut ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นตัวเกมจะปลดล็อกเนื้อเรื่องของ DLC ต่อทันที พร้อมกับตัวละครใหม่ที่ควบคุมได้อีก 6 ตัวคือ Beatrix, Eustace, Fraux, Fediel, Gallanza และ Maglielle
Chaos Quest ภารกิจความยากระดับสูงขั้นใหม่


ระบบ Summon อัญเชิญผู้ช่วยจากทั่วทุกมุมโลก

เหล่า Summon ใน Endless Ragnarok มีให้เลือกใช้งานมากกว่าหลักร้อยตัว ครอบคลุมตั้งแต่อสูรกายระดับสูงไปจนถึงตัวละคร NPC ช้าวบ้านทั่วไปและเหล่าสัตว์ตัวน้อยต่าง ๆ โดยผู้เล่นสามารถปลดล็อก Summon ได้จากการทำเควสต์และรับเป็นของรางวัลจบภารกิจ
รูปของ Summon มีด้วยหลัก ๆ สองรูป แบบแรกคือการอัญเชิญที่จะเปลี่ยนร่างให้เรากลายเป็น Summon นั้น ๆ แล้วกดปุ่มต่าง ๆ เพื่อออกแอ็กชันโจมตีใส่ศัตรู อีกรูปแบบคือการเรียกพรรคพวกออกมาช่วยสนับสนุน มอบบัฟหรือการฟื้นฟูรักษาต่าง ๆ ให้กับสมาชิกในทีม

ข้อจำกัดที่ต้องทราบของระบบนี้ คือ Summon ใช้ได้เฉพาะในภารกิจที่มีสัญลักษณ์ Summons Allowed เท่านั้น และในโหมด Co-op จำนวน Summon ที่ติดตั้งได้จะปรับตามจำนวนผู้เล่น ดังนี้
เล่น 2 คน: เจ้าของ Session ติดตั้งได้ 3 ตัว เพื่อนร่วมทีมติดตั้งได้ 1 ตัว
เล่น 3 คน: เจ้าของ Session ติดตั้งได้ 2 ตัว เพื่อนร่วมทีมแต่ละคนติดตั้งได้ 1 ตัว
เล่น 4 คน: ทุกคนติดตั้งได้คนละ 1 ตัว
นอกจากนี้ เกจพลังของ Summon ในโหมด Co-op จะใช้ร่วมกันทั้งปาร์ตี้ ทำให้การวางแผนและประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมก่อนตัดสินใจใช้ Summon มีความสำคัญมาก
หนึ่งในสิ่งที่ตัวผู้เขียนรู้สึกขัดใจต่อระบบ Summon คือการควบคุม Summon บางตัวที่โจมตีได้ในทิศทางจำกัดและหันหน้าได้ช้า สร้างอุปสรรคและภาระต่อการเล่นพอสมควร เพราะในการต่อสู้กับบอสของเกมนี้โดยส่วนใหญ่ ศัตรูมักจะเคลื่อนที่เกือบตลอดเวลา ส่งผลให้บางครั้งการอัญเชิญ Summon ออกมาแล้วบอสดันหนีออกนอกระยะพอดี ทำให้การโจมตีต่าง ๆ ที่เกิดจากตัว Summon ของเรานั้นกลายเป็นไร้ประโยชน์ในฉับพลัน จนสุดท้ายต้องยอมคืนร่างเดิมเพื่อโจมตีต่อเอง แต่ก็ยังมี Summon อีกหลายตัวที่ควบคุมง่าย คอมโบได้ลื่นไหลและสนุกมือไม่แพ้กัน และตัวผู้เขียนก็เข้าใจดีว่า ควรเลือกใช้ Summon ในสถานการณ์ที่ถูกที่ควร และต้องอ่านสถานการณ์ให้เด็ดขาดมากขึ้น
Primal Burst ท่าไม้ตายขั้นสุดยอด


Master Traits ระบบพัฒนาตัวละครหลังเลเวล 100



เมื่อการฟาร์มแต้ม MSP กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่ผู้เล่นทุกคนจะต้องมาฟาร์มหา ส่งผลให้ทีมพัฒนาเกมตัดสินใจปลดล็อกข้อจำกัดของระบบ Assist จากเดิมที่ไม่อนุญาตให้ใช้โหมด Assist ในระดับความยากสูงสุดของเกมภาค Relink ทว่าใน Endless Ragnarok ผู้เล่นจะสามารถใช้งานระบบ Assist ในภารกิจระดับ Chaos ขึ้นไปได้ด้วย
The Conflux โหมด Roguelite สำหรับเล่นเดี่ยว



Backup Character กองหนุนที่ไว้ใจได้


ประสิทธิภาพบน Nintendo Switch 2

แต่หากใครที่เคยสัมผัสเกมนี้บนเครื่องอื่นมาก่อน อาจรู้สึกขัดใจได้ เพราะหากให้พูดตรง ๆ ตัวผู้เขียนก็มองว่าการเล่นเกมแอ็กชันด้วยภาพ 30fps หลังจากที่เราเคยเล่นบน PC แบบ 120fps มาก่อน ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่สายตาของเราจะคุ้นชินได้ สุดท้ายแล้วท่านผู้อ่านคงต้องชั่งใจด้วยตัวเองว่าสามารถเล่นเกมแอ็กชันแบบ 30fps ได้หรือไม่ หากเล่นได้ ตัวผู้เขียนก็มองว่า Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok ถือเป็นเกมที่พอร์ตลง Nintendo Switch 2 ได้อย่างมีประสิทธิดีพอสมควร
สรุป

ทว่าจุดที่ดีงามมากของเกมนี้คืองานภาพสไตล์อนิเมะที่สวยงาม ประสิทธิภาพของตัวเกมที่แทบไม่พบปัญหาใด ๆ ระบบเกมต่าง ๆ ที่เสริมเข้ามาใน DLC ล้วนทำให้ตัวเกมมีความลึกขึ้นไปอีกขั้น พร้อมด้วยกลไกการต่อสู้กับบอส การควบคุมตัวละครที่ลื่นไหล ที่ถือเป็นจุดที่สนุกที่สุดของเกมนี้ ต่างหลอมรวมกันกลายเป็นเกมที่เล่นได้อย่างเพลิดเพลินสนุกมือ ถูกใจวัยรุ่นสายแอ็กชันออกรับเควสต์ไปตีบอสกับเพื่อน
ใครที่ยังไม่เคยเล่นเกมนี้ตั้งแต่ภาคหลักมาก่อนเลย ตัวผู้เขียนก็อยากแนะนำให้ลองมาเล่นกันดู ส่วนใครที่ชื่นชอบ Granblue Fantasy Relink ภาคหลักอยู่แล้ว บอกได้แค่ว่าคุณไม่ควรพลาด Endless Ragnarok ด้วยประการทั้งปวง
Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok
เนื้อหาของ Granblue Fantasy: Relink - Endless Ragnarok จะเป็นการต่อยอดเรื่องราวจากภาค Relink เดิม โดยเล่าถึงความวุ่นวายครั้งใหม่ในอาณาจักรลอยฟ้า Zegagrande Skydom เมื่อมีสิ่งมีชีวิตปริศนาที่ถูกเรียกว่า Ragnalia ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับลางบอกเหตุถึงวันสิ้นโลก รวมถึงการมาเยือนของศัตรูสุดแกร่งอย่าง Beelzebub ภายในเกมจะมีการเพิ่มโหมดการเล่นใหม่ เช่น The Conflux สำหรับผู้เล่นสาย Solo ที่ต้องการความท้าทาย และระบบ Master Traits ที่จะช่วยขยายขีดจำกัดความสามารถของตัวละครให้สูงขึ้นกว่าเดิม
Release Date
9 ก.ค. 2026
Game's On
8
ข้อดี
ระบบการต่อสู้ที่ลื่นไหลและตอบสนองได้ฉับไวยังคงเป็นจุดแข็งหลักเช่นเคย
ระบบ Summon สุดอลัง เพิ่มลูกเล่นให้กลไกการต่อสู้
ระบบ Master Traits ต่อยอดแนวทางในการพัฒนาตัวละครได้หลากหลายและลึกขึ้นกว่าเดิม
บอสใหม่ที่ดุดันและท้าทาย แถมกลไกของบอสบางตัวก็ตึงเปรี๊ยะ ศึกษากันมันส์ ๆ นัว ๆ
โหมด Conflux ช่วยเสริมทางเลือกในการฟาร์มหาของ
ข้อสังเกต
จังหวะการเล่าเรื่องยังคงมีจุดอ่อนตามแบบฉบับภาคหลัก
มอนสเตอร์ย้อมแมวมีอยู่มากพอสมควร
ลูปในการฟาร์มยังคงมีหลายส่วนที่วนซ้ำแบบเดิม ๆ
Game's On
The best community experience, with best support for creator
Sign In



