Games On

Home

Guide

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: To Be a Hero | Final Fantasy VII: Rebirth

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: To Be a Hero | Final Fantasy VII: Rebirth

แนะนำบิลด์ตัวละคร วิธีการติดตั้งมาทีเรียและอุปกรณ์สวมใส่สำหรับผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: To Be a Hero หรือด่านดูโอ้ของ Cloud และ Sephiroth ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth

24 เม.ย. 2024·7 min read

ㅤLegendary Bout เป็นอีกหนึ่งในหมวดหมู่ด่านของ Combat Simulator ระดับ Hard ที่จะปลดล็อกในช่วงท้ายเกมหลังจากจบเนื้อเรื่องหลักและทำภารกิจตามเงื่อนไขจนครบแล้ว ซึ่งด่านประเภทนี้จะบังคับให้ผู้เล่นควบคุมตัวละครที่กำหนดเพียงไม่กี่ตัวหรือตัวเดียวเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจกลไกวิธีเล่นแต่ละตัวละคร พร้อมหาแบบแผนการเล่นที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อผ่านด่านเหล่านี้ให้ได้ 

   และในวันนี้พวกเรา Game’s On จะขอมาแบ่งปันเทคนิคในการผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: To Be a Hero หรือด่านดูโอ้ของ Cloud และ Sephiroth ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth กัน

อุปกรณ์สวมใส่และ Materia

อาวุธ

ชื่ออาวุธ

มาทีเรีย

Rune Blade

🔵 HP Absorption

+

🟢 Wind

🔵 MP Absorption

+

🟢 Wind

🟡 ATB Boost

🟡 Enemy Skill

มนต์อสูร

🔴 Phoenix

เกราะป้องกัน

ชื่อเกราะป้องกัน

มาทีเรีย

Cetran Bracer

🔵 Elemental

🟢 Fire and Ice 

🔵 Swiftcast

+

🟢 Wind 

🔵 Magic Focus

+

🟢 Lightning and Wind

🟣 Magic Up

🟣 First Strike

เครื่องประดับ

ชื่อเครื่องประดับ

รายละเอียด

Genji Gloves

ปลดล็อกขีดจำกัดให้สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 9,999 หน่วย

Weapon Skill

ชื่อสกิล

รายละเอียด

Magic Attack Power +20

เพิ่มพลังโจมตีเวท 20 หน่วย

Improved Punisher

การโจมตีด้วยท่า Stong Attack (☐ ค้าง) สร้างความเสียหายมากขึ้น

ATB Charge Rate Up

เพิ่มอัตราการฟื้นฟูเกจ ATB จากการโจมตีปกติ 10%

Full-Power Magic

ทักษะการโจมตีที่ใช้ค่า MP จะโจมตีได้แรงขึ้น 10% เมื่อใช้งานทักษะนั้นในขณะที่ค่า MP เต็ม

วิดีโอตัวอย่างการผ่านด่าน

เทคนิคการเล่น Round ที่ 1

   ใน Round ที่ 1 ศัตรูที่เราเจอคือ Titan ซึ่งมีจุดอ่อนคือแพ้การโจมตีธาตุลม ทำให้กลยุทธ์ในการเล่นโดยส่วนใหญ่จะเป็นการเน้นควบคุม Cloud เก็บเกจ ATB ให้ได้ 2 ขั้น แล้วร่ายสกิล Aeroga ใส่ Titan ส่วน Sephiroth ก็จะคอยเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ และร่ายสกิล Aeroga ใส่ Titan เช่นกัน

   หากเล่นตามในวิดีโอตัวอย่าง ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี

   ควบคุม Cloud โดยให้อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode (หรือให้สังเกตเกจของปุ่ม △ ให้เป็นสีชมพู) จากนั้นโจมตีด้วยคอมโบกดปุ่ม ☐ ค้าง หรือกด R1 เพื่อรอตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตีของ Titan เพื่อเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ ก็ได้ 

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Aeroga ใส่ Titan ระหว่างนี้สามารถสลับไปควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ก็ได้ หาก Sephiroth มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ก็ให้ร่ายสกิล Aeroga ใส่ Titan ได้เลย 

   โจมตีและคอยหลบการโจมตีไปเรื่อย ๆ จนเกราะของ Titan หมดและเข้าสู่สถานะ Pressure จากนั้นให้ Cloud และ Sephiroth ร่ายสกิล Aeroga ใส่และโจมตีต่อไปเรื่อย ๆ จน Titan เข้าสู่สถานะ Staggered

    เมื่อโจมตีไปเรื่อย ๆ จน Titan เข้าสู่สถานะ Staggered ก็ให้สลับควบคุม Cloud และ Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB และร่ายสกิล Aeroga วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจัดการเจ้า Titan ลงได้ (เน้นควบคุม Cloud เป็นหลักก่อน เพราะ Cloud ร่ายสกิลได้แรงกว่า)

   ทริกเพิ่มเติม หากบัฟเพิ่มพลังโจมตีกายภาพและเวทของ Cloud หมด ให้ใช้สกิล Sonic Boom เพื่อบัฟใหม่เรื่อย ๆ

เทคนิคการเล่น Round ที่ 2

   ใน Round ที่ 2 ศัตรูที่เราเจอคือ Ogre Raider แพ้การโจมตีธาตุน้ำแข็ง ซึ่งกลยุทธ์ในการเล่นหลัก ๆ จะแทบคล้ายเดิมกับ Round ก่อนหน้า คือควบคุม Cloud เปิดด้วย ATB Boost > Prime Mode และ Sonic Boom จากนั้นเก็บเกจ ATB ของ Cloud และ Sephiroth วนไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Blizzaga ใส่ Titan ระหว่างนี้สามารถสลับไปควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ก็ได้ หาก Sephiroth มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ก็ให้ร่ายสกิล Blizzaga ใส่ Ogre Raider ได้เลย

   เมื่อ Ogre Raider เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud ใช้สกิล Focused Thrust เพื่อทำให้ Ogre Raider เข้าสู่สถานะ Staggered จากนั้นสลับควบคุม Cloud และ Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB และร่ายสกิล Blizzaga วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจัดการเจ้า Ogre Raider ลงได้ (เน้นควบคุม Cloud เป็นหลักก่อน เพราะ Cloud ร่ายสกิลได้แรงกว่า)

  

เทคนิคการเล่น Round ที่ 3

   ใน Round ที่ 3 ศัตรูที่เราเจอคือ Phoenix แพ้การโจมตีธาตุน้ำแข็ง แต่การจะทำให้ Phoenix ได้รับความเสียหายแบบเต็ม ๆ เราจะต้องจัดการลูกน้องที่ถูกเรียกออกมา เมื่อจัดการลูกน้องครบ 3 ตัว Phoenix จะเข้าสู่สถานะ Pressure ทำให้กลยุทธ์หลัก ๆ คือการรีบเคลียร์ลูกน้องให้ไวที่สุด และเตรียมร่ายเวทน้ำแข็งแบบจัดเต็มในตอนที่ Phoenix เข้าสู่สถานะ Pressure

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี

   ควบคุม Cloud โดยให้อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode (หรือให้สังเกตเกจของปุ่ม △ ให้เป็นสีชมพู) จากนั้นโจมตีด้วยคอมโบกดปุ่ม ☐ ค้างเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Pheonix เรียก Flan ออกมา ให้ Cloud ใช้สกิล Sonic Boom จัดการ จากนั้นโจมตีเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Pheonix เรียก Bomb ออกมา ให้ Cloud ใช้สกิล Aerora (เวทธาตุลมขั้น 2) จัดการ จากนั้นโจมตีเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ 

   แนะนำว่าช่วงที่ Pheonix เรียก Bomb ออกมา ให้แวะสลับไปเก็บเกจ ATB ให้ Sephiroth ด้วย เก็บให้ได้ 2 เกจเลยยิ่งดี

    เมื่อ Pheonix เรียก Grandhorn ออกมา ให้ Cloud ใช้สกิล Sonic Boom จัดการ ถึงขั้นตอนนี้ Phoenix จะเข้าสู่สถานะ Pressure

    เมื่อ Pheonix เข้าสู่สถานะ Pressure ให้ Sephiroth ร่ายสกิล Blizzaga ใส่ Phoenix ระหว่างนี้ให้ Cloud เก็บเกจ ATB เพื่อรีบร่ายสกิล Blizzaga ใส่ Phoenix ใส่ Phoenix ด้วยเช่นกัน

   เมื่อ Pheonix เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud รีบเก็บเกจ ATB ให้ไวที่สุด จากนั้นให้ร่ายสกิล Blizzaga ใส่ Phoenix ก็จะเป็นการปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ลงได้

เทคนิคการเล่น Round ที่ 4

   ใน Round ที่ 4 ศัตรูที่เราเจอคือ Sea Dragon แพ้การโจมตีธาตุสายฟ้า ซึ่งกลยุทธ์ในการเล่นหลัก ๆ จะแทบคล้ายเดิมกับ Round ที่ 1 และ 2 คือควบคุม Cloud เปิดด้วย ATB Boost > Prime Mode และ Sonic Boom จากนั้นเก็บเกจ ATB ของ Cloud และ Sephiroth วนไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundaga ใส่ Sea Dragon ระหว่างนี้สามารถสลับไปควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ก็ได้ หาก Sephiroth มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ก็ให้ร่ายสกิล Thundaga ใส่ Sea Dragon ได้เลย ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนจัดการ Sea Dragon ได้

   หาก Sea Dragon กระโดดเข้ามาประชิดตัว หรือใช้การโจมตีระยะใกล้ ให้กดตั้งป้องกันเอาไว้ด้วย

   หาก Sea Dragon ใช้ท่า Magma Roar ให้ถอยห่างออกมาทันที

เทคนิคการเล่น Round ที่ 5

   ใน Round ที่ 5 ศัตรูที่เราเจอคือ Kujata เป็นมนต์อสูรที่สามารถสลับสับเปลี่ยนธาตุต่าง ๆ ได้ โดยหากอยู่ในร่างธาตุไฟจะแพ้น้ำแข็ง เมื่ออยู่ในร่างน้ำแข็งจะแพ้ไฟ และหากอยู่ในร่างสายฟ้าจะแพ้ลม ซึ่งเจ้า Kujata สามารถรวบรวมพลังจากธาตุทั้ง 3 ทำให้กลายร่างเป็นธาตุผสม ไฟ น้ำแข็ง และสายฟ้าได้ ทำให้กลยุทธ์การต่อสู้หลักคือ ๆ ห้ามไม่ให้เจ้า Kujata รวบรวมพลังธาตุได้ ซึ่งเราสามารถขัดการรวบรวมพลังธาตุได้ด้วยการร่ายสกิลเวทขั้น 3 ใส่ เพื่อขัดจังหวะการวิ่งชาร์จเข้าไปรวบรวมพลังธาตุ โดยตอนที่ Kujata จะรวบรวมพลังธาตุ มันจะคำรามและเสกก้อนพลังงานธาตุที่คล้าย ๆ คริสตัลขึ้นมาก่อน ในจังหวะที่เจ้า Kujata คำราม ให้เรารีบร่ายสกิลเวทขั้น 3 ขัดการโจมตีให้ไวที่สุด ก็จะขัดขวางไม่ให้มันรวบรวมพลังธาตุได้

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี แต่ให้คอยดูการโจมตีของ Kujata ด้วย หากจะถูกโจมตีก็ให้กดตั้งป้องกันหรือกลิ้งถอยออกมาก่อน

   หากเกจ ATB ของ Cloud เต็ม ให้สลับไปควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ให้ได้ 2 ขั้นด้วย

   เมื่อ Cloud หรือ Sephiroth มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้เก็บเกจ ATB ไว้ก่อน รอจังหวะที่ Kujata จะรวบรวมพลังธาตุ โดยให้สังเกตว่าเจ้า Kujata จะคำรามและรอบตัวของมันจะมีแสงออร่าออกมารอบ ๆ ตัว หรือหากหมุนมุมกล้องไปทางที่ Kujata หันหน้าอยู่ ก็จะเจอกับก้อนคริสตัลธาตุต่าง ๆ ที่เพิ่งถูกเสกออกมาด้วย ซึ่งในจังหวะนี้ ให้ Cloud หรือ Sephiroth ร่ายสกิล Aeroga เพื่อขัดขวางการรวบรวมพลังธาตุของ Kujata ได้เลย

   หลังจากนี้ให้สลับระหว่าง Cloud และ Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ และรอจังหวะที่ Kujata จะคำรามเตรียมรวบรวมพลังธาตุ บอสคำรามเมื่อไหร่ก็ให้เตรียมร่ายสกิลเวทขั้น 3 อย่าง Aeroga ใส่ได้เลย ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจัดการ Kujata ลงได้

เทคนิคการเล่น Round ที่ 6

   ใน Round ที่ 6 ศัตรูที่เราเจอคือ Jabberwock แพ้การโจมตีธาตุไฟ ซึ่งกลยุทธ์ในการเล่นหลัก ๆ จะแทบคล้ายเดิมกับ Round ที่ 1 และ 2 คือควบคุม Cloud เปิดด้วย ATB Boost > Prime Mode และ Sonic Boom จากนั้นเก็บเกจ ATB ของ Cloud และ Sephiroth วนไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Firaga ใส่ Jabberwock ระหว่างนี้สามารถสลับไปควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ก็ได้ หาก Sephiroth มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ก็ให้ร่ายสกิล Firaga ใส่ Jabberwock ได้เลย ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนจัดการ Jabberwock ได้

   หาก Jabberwock ใช้ท่า Gorgonshield ให้ร่ายสกิล Fira (เวทไฟขั้น 2) หรือ Firaga เพื่อทำลายเกราะป้องกันสุดแข็งแกร่งของมัน

เทคนิคการเล่น Round ที่ 7

   ใน Round ที่ 7 ศัตรูที่เราเจอคือ Alexander แพ้การโจมตีธาตุสายฟ้าเป็นหลัก โดยเราจะต้องทำลายแขนทั้งสองข้างให้ได้ก่อน

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย (ในวิดีโอตัวอย่างลืมใช้ท่า Sonic Boom ก่อน) จากนั้นพุ่งเข้าไปโจมตีที่แขนใดแขนหนึ่งเพื่อเก็บเกจ ATB 

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundara (เวทสายฟ้าขั้น 2) ใส่แขนทั้งสองข้างของ Alexander หากยังทำลายไม่ได้ ให้โจมตีแขนทั้งสองข้างต่อไปจนทำลายมันลงได้ (สามารถให้ Sephiroth ช่วยโจมตีหรือร่ายสกิลเวทช่วยทำลายแขนก็ได้เช่นกัน)

   หลังจากทำลายแขนทั้งสองข้างแล้ว Alexander จะเข้าสู่สถานะ Pressured ให้ควบคุม Cloud และใช้ท่า Focused Thrust เพื่อเพิ่มเกจ Stagger อย่างมหาศาล จากนั้นโจมตีไปเรื่อย ๆ (แนะนำให้ยืนด้านหลังของ Alexander) จนกว่าบอสจะเข้าสู่สถานะ Staggered

   เมื่อ Alexander เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud รีบเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Thundaga ใส่

   ในระหว่างที่ Cloud ร่ายสกิลสายฟ้าขั้น 3 อยู่ ให้สลับไปควบคุม Sephiroth และช่วยร่ายสกิลเวทโจมตีใส่ Alexander ด้วย

เทคนิคการเล่น Round ที่ 8

   ใน Round ที่ 8 ศัตรูที่เราเจอคือ King Zu แพ้การโจมตีธาตุสายฟ้า ซึ่งกลยุทธ์ในการเล่นหลัก ๆ จะแทบคล้ายเดิมกับ Round ที่ 1 และ 2 คือควบคุม Cloud เปิดด้วย ATB Boost > Prime Mode และ Sonic Boom จากนั้นเก็บเกจ ATB ของ Cloud และ Sephiroth วนไปเรื่อย ๆ แล้วใช้สกิล Thundaga หรือการโจมตีสายฟ้าใส่เจ้า King Zu

   หาก King Zu ใช้ท่า Swan Song กางปีกออกมา ให้เน้นโจมตีทำลายปีกทั้ง 2 ข้างก่อน 

เทคนิคการเล่น Round ที่ 9

   ใน Round ที่ 9 ศัตรูที่เราเจอคือ Bahamut Arisen ไม่แพ้การโจมตีธาตุใดเป็นพิเศษ แต่จะเป็นการโจมตีท่าคู่ทั้ง Synergy Skill และ Synergy Abilities รวมถึงถ้าโดนทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง จะเป็นการขัดขวางการรวบรวมพลังของ Bahamut Arisen ด้วย ทำให้กลยุทธ์หลัก ๆ คือการคอยป้องกันการโจมตีไปเรื่อย ๆ เมื่อมันกางปีกออกก็ให้รีบทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง จากนั้นค่อยจัดเต็มการโจมตีไปทีละนิดจนกว่ามันจะเข้าสู่สถานะ Staggered

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย แต่ก่อนจะใช้สกิล ๆ ใดให้ดูท่าทีของ Bahamut Arisen ก่อน หากมีโอกาสโดนโจมตีให้ตั้งป้องกันหรือกลิ้งหลบออกมาก่อนเสมอ

   สามารถใช่ท่า Counterstance ของ Cloud เพื่อสวนกลับการโจมตีที่เป็นท่าพ่นไฟสีม่วง ๆ ด้วย

   หาก Sephiroth โดนจับ ให้ควบคุม Cloud เพื่อเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Aeroga ใส่ หรือหาก Cloud โดนจับ ให้ควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Aeroga ใส่ หรือเตรียมสกิล Curaga เพื่อฮีลฟื้นฟูพลังชีวิตให้ Cloud ก็ได้ แต่แนะนำว่าก่อนโดนจับ เราสามารถสลับไปควบคุม Sephiroth ก่อนได้ เพราะ Sephiroth จะหลบท่าจับของ Bahamut Arisen ง่ายกว่า

   เมื่อ Bahamut Arisen กางปีกรวบรวมพลัง ให้ Cloud ร่ายสกิล Aerora (เวทลมขั้น 2) ใส่ปีกทั้งสองข้าง ก่อนร่ายสกิลนี้ควรจะมีบัฟเพิ่มพลังเวทบนตัว Cloud อยู่แล้ว จะได้สร้างดาเมจลมได้แรงขึ้นด้วย (หาก Sephiroth มีเกจ ATB ก็สามารถให้ Sephiroth ร่ายสกิลเวทลมเพื่อช่วยทำลายปีกได้เช่นกัน)

   หลังจากทำลายปีกทั้ง 2 ข้างแล้ว Bahamut Arisen จะเข้าสู่สถานะ Pressured  ให้โจมตีแบบจัดเต็มเพื่อเพิ่มเกจ Stagger ได้เลย 

   เมื่อสถานะ Pressured หมด Bahamut Arisen จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี ไปใช้การโจมตีด้วยแขนทั้ง 2 ข้างราวกับฟันดาบ ในช่วงนี้ให้เน้นควบคุม Cloud เป็นหลัก โดยให้ Cloud อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode (หรือหากร่ายสกิล Prime Mode ก็ให้สังเกตท่าของปุ่มสามเหลี่ยมให้กลายเป็นสีชมพู) พร้อมกับกด R1 เพื่อตั้งป้องกันและรอสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้เก็บเกจไว้รอทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง Bahamut Arisen จะเข้าสู่สถานะ Pressured อีกครั้งหลังโดนทำลายปีก ให้โจมตีแบบจัดเต็มต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะเข้าสู่สถานะ Staggered

   เมื่อ Bahamut Arisen เข้าสู่สถานะ Staggered ให้โจมตีแบบจัดเต็ม ทั้งให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga หรือให้ Sephiroth ช่วยร่ายสกิลเวทหนัก ๆ เพื่อรีบปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ให้ไวที่สุดได้เลย

เทคนิคการเล่น Round ที่ 10

   ใน Round ที่ 10 ศัตรูที่เราเจอคือ Odin ไม่แพ้การโจมตีธาตุใดเป็นพิเศษ แต่หากโดนการโจมตีที่มาจากการใช้เกจ ATB, โดนสถานะผิดปกติต่าง ๆ หรือหากเราหลบหรือ Perfect Parry การโจมตีของ Odin ได้เรื่อย ๆ มันก็จะเข้าสู่สถานะ Staggered ข้อสำคัญคืออย่าให้โดนการโจมตีจาก Odin มากเกินไป เพราะหากเราโดนการโจมตีของ Odin มากเกินไป Odin จะใช้ท่าไม้ตายที่ชื่อ Zantetsuken หรือการโจมตีที่สร้างความเสียหาย 9,999 ใส่ทีมของเราจนเดี้ยงไปเลย

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย แต่ก่อนจะใช้สกิล ๆ ใดให้ดูท่าทีของ Odin ก่อน หากมีโอกาสโดนโจมตีให้ตั้งป้องกันหรือกลิ้งหลบออกมาก่อนเสมอ พยายามให้โดนดาเมจแบบเต็ม ๆ เด็ดขาด

   การต่อสู้กับ Odin คือต้องใจเย็น ๆ รอให้มันโจมตีเข้ามาก่อน แล้วเราค่อยให้ Cloud ตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตี ป้องกันและสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ จนกว่า Odin จะเข้าสู่สถานะ Pressured

   หลังจากที่ Odin เข้าสู่สถานะ Pressured แล้ว ให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga ใส่ Odin เพื่อโจมตีเพิ่มเกจ Stagger ได้เลย แต่ระวังให้ดี ต้องมั่นใจว่าจะไม่โดน Odin โจมตีด้วยนะ (หลบการโจมตีของ Odin ก่อนเสมอ) ทำวนไปเรื่อย ๆ จนกว่า Odin จะเข้าสู่สถานะ Staggered

   เมื่อ Odin เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud เก็บเกจ ATB และร่ายสกิล Aeroga ใส่ Odin ไปเรื่อย ๆ

   หลังจากที่ Odin ฟื้นฟูจากสถานะ Staggered ให้ควบคุม Cloud และ Sephiroth ถอยออกห่างจาก Odin ก่อน จากนั้นรอ Odin ใช้ท่า Spatial Distortion (ท่าฟันแบ่งห้องต่อสู้ออกเป็นสองฝั่ง)

   เมื่อ Odin ใช้ท่า Spatial Distortion ผ่าสนามต่อสู้ออกเป็นสองฝั่ง ให้รีบควบคุม Cloud และ Sephiroth มายืนอยู่ในฝั่งที่จะไม่โดนการโจมตี จากนั้นเน้นควบคุม Cloud ตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ แบบเดิมจนกว่าจะจัดการ Odin ลงได้

   หาก Sephiroth มีเกจ ATB ก็สามารถร่ายสกิลเวทขั้น 3 ช่วยเติมดาเมจใส่ Odin ได้ หรือหากมีท่าประสานพิเศษหรือ Limit Break ก็สามารถใช้เพื่อสร้างความเสียหายใส่ Odin ได้เลย

ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Cloud vs. The Warriors

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Barret vs. The Colossi

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Tifa vs. The Martialists

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Aerith vs. The Magi

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Red XIII vs. The Beasts

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Cait Sith vs. The Abominable

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Yuffie vs. The Wronged

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Bonds of Friendship


   หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านที่เล่นเกม Final Fantasy VII: Rebirth ทุกท่าน และหากผู้อ่านท่านไหนสนใจข้อมูลอื่น ๆ ของเกมนี้ สามารถติดตามไกด์บทสรุปของเกมนี้ได้ที่ รวมไกด์เกม Final Fantasy VII: Rebirth

Final Fantasy VII Rebirth
PCPlayStation 5

Final Fantasy VII Rebirth

เรื่องราวสานต่อจาก Final Fantasy VII: Remake Intergrade กับการเดินทางออกจาก Midgar ของ Cloud และผองเพื่อน มุ่งหน้าหาทางกอบกู้โลกใบนี้จากภยันตราย พร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอย่าง Sephiroth

Release Date

29 ก.พ. 2024

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In