Join the Game's on Community!
Join the Game's on Community!
แนะนำการผ่าน Legendary Bout: To Be a Hero | Final Fantasy VII: Rebirth
แนะนำบิลด์ตัวละคร วิธีการติดตั้งมาทีเรียและอุปกรณ์สวมใส่สำหรับผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: To Be a Hero หรือด่านดูโอ้ของ Cloud และ Sephiroth ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth

และในวันนี้พวกเรา Game’s On จะขอมาแบ่งปันเทคนิคในการผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: To Be a Hero หรือด่านดูโอ้ของ Cloud และ Sephiroth ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth กัน
อุปกรณ์สวมใส่และ Materia
อาวุธ
ชื่ออาวุธ | มาทีเรีย |
Rune Blade | 🔵 HP Absorption + 🟢 Wind |
🔵 MP Absorption + 🟢 Wind | |
🟡 ATB Boost | |
🟡 Enemy Skill | |
มนต์อสูร | 🔴 Phoenix |
เกราะป้องกัน
ชื่อเกราะป้องกัน | มาทีเรีย |
Cetran Bracer | 🔵 Elemental + 🟢 Fire and Ice |
🔵 Swiftcast + 🟢 Wind | |
🔵 Magic Focus + 🟢 Lightning and Wind | |
🟣 Magic Up | |
🟣 First Strike |
เครื่องประดับ
ชื่อเครื่องประดับ | รายละเอียด |
Genji Gloves | ปลดล็อกขีดจำกัดให้สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 9,999 หน่วย |
Weapon Skill
ชื่อสกิล | รายละเอียด |
Magic Attack Power +20 | เพิ่มพลังโจมตีเวท 20 หน่วย |
Improved Punisher | การโจมตีด้วยท่า Stong Attack (☐ ค้าง) สร้างความเสียหายมากขึ้น |
ATB Charge Rate Up | เพิ่มอัตราการฟื้นฟูเกจ ATB จากการโจมตีปกติ 10% |
Full-Power Magic | ทักษะการโจมตีที่ใช้ค่า MP จะโจมตีได้แรงขึ้น 10% เมื่อใช้งานทักษะนั้นในขณะที่ค่า MP เต็ม |
วิดีโอตัวอย่างการผ่านด่าน
เทคนิคการเล่น Round ที่ 1






ทริกเพิ่มเติม หากบัฟเพิ่มพลังโจมตีกายภาพและเวทของ Cloud หมด ให้ใช้สกิล Sonic Boom เพื่อบัฟใหม่เรื่อย ๆ
เทคนิคการเล่น Round ที่ 2



เทคนิคการเล่น Round ที่ 3





แนะนำว่าช่วงที่ Pheonix เรียก Bomb ออกมา ให้แวะสลับไปเก็บเกจ ATB ให้ Sephiroth ด้วย เก็บให้ได้ 2 เกจเลยยิ่งดี



เทคนิคการเล่น Round ที่ 4




เทคนิคการเล่น Round ที่ 5


หากเกจ ATB ของ Cloud เต็ม ให้สลับไปควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ให้ได้ 2 ขั้นด้วย
เมื่อ Cloud หรือ Sephiroth มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้เก็บเกจ ATB ไว้ก่อน รอจังหวะที่ Kujata จะรวบรวมพลังธาตุ โดยให้สังเกตว่าเจ้า Kujata จะคำรามและรอบตัวของมันจะมีแสงออร่าออกมารอบ ๆ ตัว หรือหากหมุนมุมกล้องไปทางที่ Kujata หันหน้าอยู่ ก็จะเจอกับก้อนคริสตัลธาตุต่าง ๆ ที่เพิ่งถูกเสกออกมาด้วย ซึ่งในจังหวะนี้ ให้ Cloud หรือ Sephiroth ร่ายสกิล Aeroga เพื่อขัดขวางการรวบรวมพลังธาตุของ Kujata ได้เลย
หลังจากนี้ให้สลับระหว่าง Cloud และ Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ และรอจังหวะที่ Kujata จะคำรามเตรียมรวบรวมพลังธาตุ บอสคำรามเมื่อไหร่ก็ให้เตรียมร่ายสกิลเวทขั้น 3 อย่าง Aeroga ใส่ได้เลย ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจัดการ Kujata ลงได้
เทคนิคการเล่น Round ที่ 6
ใน Round ที่ 6 ศัตรูที่เราเจอคือ Jabberwock แพ้การโจมตีธาตุไฟ ซึ่งกลยุทธ์ในการเล่นหลัก ๆ จะแทบคล้ายเดิมกับ Round ที่ 1 และ 2 คือควบคุม Cloud เปิดด้วย ATB Boost > Prime Mode และ Sonic Boom จากนั้นเก็บเกจ ATB ของ Cloud และ Sephiroth วนไปเรื่อย ๆ
เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Firaga ใส่ Jabberwock ระหว่างนี้สามารถสลับไปควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB ก็ได้ หาก Sephiroth มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ก็ให้ร่ายสกิล Firaga ใส่ Jabberwock ได้เลย ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนจัดการ Jabberwock ได้
หาก Jabberwock ใช้ท่า Gorgonshield ให้ร่ายสกิล Fira (เวทไฟขั้น 2) หรือ Firaga เพื่อทำลายเกราะป้องกันสุดแข็งแกร่งของมัน
เทคนิคการเล่น Round ที่ 7
ใน Round ที่ 7 ศัตรูที่เราเจอคือ Alexander แพ้การโจมตีธาตุสายฟ้าเป็นหลัก โดยเราจะต้องทำลายแขนทั้งสองข้างให้ได้ก่อน
ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย (ในวิดีโอตัวอย่างลืมใช้ท่า Sonic Boom ก่อน) จากนั้นพุ่งเข้าไปโจมตีที่แขนใดแขนหนึ่งเพื่อเก็บเกจ ATB
เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundara (เวทสายฟ้าขั้น 2) ใส่แขนทั้งสองข้างของ Alexander หากยังทำลายไม่ได้ ให้โจมตีแขนทั้งสองข้างต่อไปจนทำลายมันลงได้ (สามารถให้ Sephiroth ช่วยโจมตีหรือร่ายสกิลเวทช่วยทำลายแขนก็ได้เช่นกัน)
หลังจากทำลายแขนทั้งสองข้างแล้ว Alexander จะเข้าสู่สถานะ Pressured ให้ควบคุม Cloud และใช้ท่า Focused Thrust เพื่อเพิ่มเกจ Stagger อย่างมหาศาล จากนั้นโจมตีไปเรื่อย ๆ (แนะนำให้ยืนด้านหลังของ Alexander) จนกว่าบอสจะเข้าสู่สถานะ Staggered
เมื่อ Alexander เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud รีบเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Thundaga ใส่
ในระหว่างที่ Cloud ร่ายสกิลสายฟ้าขั้น 3 อยู่ ให้สลับไปควบคุม Sephiroth และช่วยร่ายสกิลเวทโจมตีใส่ Alexander ด้วย
เทคนิคการเล่น Round ที่ 8
ใน Round ที่ 8 ศัตรูที่เราเจอคือ King Zu แพ้การโจมตีธาตุสายฟ้า ซึ่งกลยุทธ์ในการเล่นหลัก ๆ จะแทบคล้ายเดิมกับ Round ที่ 1 และ 2 คือควบคุม Cloud เปิดด้วย ATB Boost > Prime Mode และ Sonic Boom จากนั้นเก็บเกจ ATB ของ Cloud และ Sephiroth วนไปเรื่อย ๆ แล้วใช้สกิล Thundaga หรือการโจมตีสายฟ้าใส่เจ้า King Zu
หาก King Zu ใช้ท่า Swan Song กางปีกออกมา ให้เน้นโจมตีทำลายปีกทั้ง 2 ข้างก่อน
เทคนิคการเล่น Round ที่ 9
ใน Round ที่ 9 ศัตรูที่เราเจอคือ Bahamut Arisen ไม่แพ้การโจมตีธาตุใดเป็นพิเศษ แต่จะเป็นการโจมตีท่าคู่ทั้ง Synergy Skill และ Synergy Abilities รวมถึงถ้าโดนทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง จะเป็นการขัดขวางการรวบรวมพลังของ Bahamut Arisen ด้วย ทำให้กลยุทธ์หลัก ๆ คือการคอยป้องกันการโจมตีไปเรื่อย ๆ เมื่อมันกางปีกออกก็ให้รีบทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง จากนั้นค่อยจัดเต็มการโจมตีไปทีละนิดจนกว่ามันจะเข้าสู่สถานะ Staggered
ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย แต่ก่อนจะใช้สกิล ๆ ใดให้ดูท่าทีของ Bahamut Arisen ก่อน หากมีโอกาสโดนโจมตีให้ตั้งป้องกันหรือกลิ้งหลบออกมาก่อนเสมอ
สามารถใช่ท่า Counterstance ของ Cloud เพื่อสวนกลับการโจมตีที่เป็นท่าพ่นไฟสีม่วง ๆ ด้วย
หาก Sephiroth โดนจับ ให้ควบคุม Cloud เพื่อเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Aeroga ใส่ หรือหาก Cloud โดนจับ ให้ควบคุม Sephiroth เพื่อเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Aeroga ใส่ หรือเตรียมสกิล Curaga เพื่อฮีลฟื้นฟูพลังชีวิตให้ Cloud ก็ได้ แต่แนะนำว่าก่อนโดนจับ เราสามารถสลับไปควบคุม Sephiroth ก่อนได้ เพราะ Sephiroth จะหลบท่าจับของ Bahamut Arisen ง่ายกว่า
เมื่อ Bahamut Arisen กางปีกรวบรวมพลัง ให้ Cloud ร่ายสกิล Aerora (เวทลมขั้น 2) ใส่ปีกทั้งสองข้าง ก่อนร่ายสกิลนี้ควรจะมีบัฟเพิ่มพลังเวทบนตัว Cloud อยู่แล้ว จะได้สร้างดาเมจลมได้แรงขึ้นด้วย (หาก Sephiroth มีเกจ ATB ก็สามารถให้ Sephiroth ร่ายสกิลเวทลมเพื่อช่วยทำลายปีกได้เช่นกัน)
หลังจากทำลายปีกทั้ง 2 ข้างแล้ว Bahamut Arisen จะเข้าสู่สถานะ Pressured ให้โจมตีแบบจัดเต็มเพื่อเพิ่มเกจ Stagger ได้เลย
เมื่อสถานะ Pressured หมด Bahamut Arisen จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี ไปใช้การโจมตีด้วยแขนทั้ง 2 ข้างราวกับฟันดาบ ในช่วงนี้ให้เน้นควบคุม Cloud เป็นหลัก โดยให้ Cloud อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode (หรือหากร่ายสกิล Prime Mode ก็ให้สังเกตท่าของปุ่มสามเหลี่ยมให้กลายเป็นสีชมพู) พร้อมกับกด R1 เพื่อตั้งป้องกันและรอสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ
เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้เก็บเกจไว้รอทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง Bahamut Arisen จะเข้าสู่สถานะ Pressured อีกครั้งหลังโดนทำลายปีก ให้โจมตีแบบจัดเต็มต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะเข้าสู่สถานะ Staggered
เมื่อ Bahamut Arisen เข้าสู่สถานะ Staggered ให้โจมตีแบบจัดเต็ม ทั้งให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga หรือให้ Sephiroth ช่วยร่ายสกิลเวทหนัก ๆ เพื่อรีบปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ให้ไวที่สุดได้เลย
เทคนิคการเล่น Round ที่ 10
ใน Round ที่ 10 ศัตรูที่เราเจอคือ Odin ไม่แพ้การโจมตีธาตุใดเป็นพิเศษ แต่หากโดนการโจมตีที่มาจากการใช้เกจ ATB, โดนสถานะผิดปกติต่าง ๆ หรือหากเราหลบหรือ Perfect Parry การโจมตีของ Odin ได้เรื่อย ๆ มันก็จะเข้าสู่สถานะ Staggered ข้อสำคัญคืออย่าให้โดนการโจมตีจาก Odin มากเกินไป เพราะหากเราโดนการโจมตีของ Odin มากเกินไป Odin จะใช้ท่าไม้ตายที่ชื่อ Zantetsuken หรือการโจมตีที่สร้างความเสียหาย 9,999 ใส่ทีมของเราจนเดี้ยงไปเลย
ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย แต่ก่อนจะใช้สกิล ๆ ใดให้ดูท่าทีของ Odin ก่อน หากมีโอกาสโดนโจมตีให้ตั้งป้องกันหรือกลิ้งหลบออกมาก่อนเสมอ พยายามให้โดนดาเมจแบบเต็ม ๆ เด็ดขาด
การต่อสู้กับ Odin คือต้องใจเย็น ๆ รอให้มันโจมตีเข้ามาก่อน แล้วเราค่อยให้ Cloud ตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตี ป้องกันและสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ จนกว่า Odin จะเข้าสู่สถานะ Pressured
หลังจากที่ Odin เข้าสู่สถานะ Pressured แล้ว ให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga ใส่ Odin เพื่อโจมตีเพิ่มเกจ Stagger ได้เลย แต่ระวังให้ดี ต้องมั่นใจว่าจะไม่โดน Odin โจมตีด้วยนะ (หลบการโจมตีของ Odin ก่อนเสมอ) ทำวนไปเรื่อย ๆ จนกว่า Odin จะเข้าสู่สถานะ Staggered
เมื่อ Odin เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud เก็บเกจ ATB และร่ายสกิล Aeroga ใส่ Odin ไปเรื่อย ๆ
หลังจากที่ Odin ฟื้นฟูจากสถานะ Staggered ให้ควบคุม Cloud และ Sephiroth ถอยออกห่างจาก Odin ก่อน จากนั้นรอ Odin ใช้ท่า Spatial Distortion (ท่าฟันแบ่งห้องต่อสู้ออกเป็นสองฝั่ง)
เมื่อ Odin ใช้ท่า Spatial Distortion ผ่าสนามต่อสู้ออกเป็นสองฝั่ง ให้รีบควบคุม Cloud และ Sephiroth มายืนอยู่ในฝั่งที่จะไม่โดนการโจมตี จากนั้นเน้นควบคุม Cloud ตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ แบบเดิมจนกว่าจะจัดการ Odin ลงได้
หาก Sephiroth มีเกจ ATB ก็สามารถร่ายสกิลเวทขั้น 3 ช่วยเติมดาเมจใส่ Odin ได้ หรือหากมีท่าประสานพิเศษหรือ Limit Break ก็สามารถใช้เพื่อสร้างความเสียหายใส่ Odin ได้เลย
ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านที่เล่นเกม Final Fantasy VII: Rebirth ทุกท่าน และหากผู้อ่านท่านไหนสนใจข้อมูลอื่น ๆ ของเกมนี้ สามารถติดตามไกด์บทสรุปของเกมนี้ได้ที่ รวมไกด์เกม Final Fantasy VII: Rebirth
Final Fantasy VII Rebirth
เรื่องราวสานต่อจาก Final Fantasy VII: Remake Intergrade กับการเดินทางออกจาก Midgar ของ Cloud และผองเพื่อน มุ่งหน้าหาทางกอบกู้โลกใบนี้จากภยันตราย พร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอย่าง Sephiroth
Release Date
29 ก.พ. 2024

Hello Gamer ! It's time to play.
Game's On
The best community experience, with best support for creator
Sign In









