Games On

Home

Guide

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Cloud vs. The Warriors | Final Fantasy VII: Rebirth

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Cloud vs. The Warriors | Final Fantasy VII: Rebirth

แนะนำบิลด์ตัวละคร วิธีการติดตั้งมาทีเรียและอุปกรณ์สวมใส่สำหรับผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: Cloud vs. The Warriors ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth

20 เม.ย. 2024·3 min read

ㅤLegendary Bout เป็นอีกหนึ่งในหมวดหมู่ด่านของ Combat Simulator ระดับ Hard ที่จะปลดล็อกในช่วงท้ายเกมหลังจากจบเนื้อเรื่องหลักและทำภารกิจตามเงื่อนไขจนครบแล้ว ซึ่งด่านประเภทนี้จะบังคับให้ผู้เล่นควบคุมตัวละครที่กำหนดเพียงไม่กี่ตัวหรือตัวเดียวเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจกลไกวิธีเล่นแต่ละตัวละคร พร้อมหาแบบแผนการเล่นที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อผ่านด่านเหล่านี้ให้ได้ 

   และในวันนี้พวกเรา Game’s On จะขอมาแบ่งปันเทคนิคในการผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: Cloud vs. The Warriors หรือด่านลุยเดี่ยวของ Cloud ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth กัน

อุปกรณ์สวมใส่และ Materia

อาวุธ

ชื่ออาวุธ

มาทีเรีย

Rune Blade

🔵 MP Absorption + 🟢 Lightning 

🔵 HP Absorption + 🟢 Lightning

🟡 ATB Boost

🟢 Barrier

หมายเหตุ: สามารถเปลี่ยนเป็น 🟢 Time 

หรือ 🟢 Reraise ตามที่ต้องการได้

มนต์อสูร

🔴 Phoenix

เกราะป้องกัน

ชื่อเกราะป้องกัน

มาทีเรีย

Cetran Bracer

🔵 Elemental 

🟢 Fire & Ice 

🔵 Magic Focus + 🟢 Lightning & Wind 

🔵 Swiftcast + 🟢 Lightning

🟣 First Strike

🟣 Magic Up

เครื่องประดับ

ชื่อเครื่องประดับ

รายละเอียด

Genji Gloves

ปลดล็อกขีดจำกัดให้สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 9,999 หน่วย

Weapon Skill

ชื่อสกิล

รายละเอียด

Magic Attack Power +20

เพิ่มพลังโจมตีเวท 20 หน่วย

ATB Charge Rate Up

เพิ่มอัตราการฟื้นฟูเพจ ATB 10%

Attack Power +20

เพิ่มพลังโจมตี 20 หน่วย 

Full-Power Magic

การสร้างความเสียหายจากทักษะที่กินค่า MP จะรุนแรงขึ้น 10% เมื่อมีค่า MP เต็ม

วิดีโอตัวอย่างการผ่านด่าน (สายเวท)

เทคนิคการเล่น Round ที่ 1

   ใน Round ที่ 1 ให้เปิดสนามด้วยการกด ☐ ค้างเพื่อพุ่งเข้าไปโจมตีกลุ่มศัตรู กดค้างไว้จนกว่า Cloud จะหมุนรอบตัวพร้อมกับฟันและดึงศัตรูเข้ามา ณ จุดศูนย์กลาง 

   หลังจากที่ศัตรูลอยมารวมกันอยู่หน้า Cloud แล้ว ให้ร่ายเวท Thundaga ใส่ศัตรู เท่านี้ก็จัดการห้องแรกเรียบร้อย

เทคนิคการเล่น Round ที่ 2

   ใน Round ที่ 2 ให้เปิดสนามด้วย ATB Boost (กดปุ่ม L1 + R1)

   จากนั้นกดใช้ท่า Prime Mode สกิลนี้จะเปลี่ยนให้การกดปุ่ม ☐ ค้างในโหมด Punisher กลายเป็นท่ากระโดดฟาดเป็นคอมโบ พร้อมกับได้รับสถานะ Berserk ทำให้รับความเสียหายมากขึ้น แต่ก็โจมตีแรงขึ้นด้วย

   ร่ายสกิล Barrier เพื่อร่ายบัฟช่วยลดทอนความเสียหายที่ได้รับ หรือหากติดตั้ง 🟢 Reraise ให้ใช้สกิล Reraise ใส่ตัวเอง เพื่อร่ายบัฟชุบชีวิตจากการตายโดยอัตโนมัติ หรือหากติดตั้ง 🟢 Time ให้ใช้สกิล Stop ใส่ White Terror (หากใช้สกิล Stop ให้เดินเข้าไปฟาดศัตรูได้เลย)

   หลังจากร่ายบัฟพร้อมแล้ว ให้เตรียมกด R1 เพื่อป้องกันและสวนกลับการโจมตี (ท่าถือดาบต้องอยู่ในโหมด Punisher) คอยป้องกันและหลบการโจมตี พร้อมหาโอกาสโจมตีอย่างละนิดอย่างละหน่อยไปเรื่อย ๆ จนเก็บเกจ ATB ได้ 2 ขั้น

   เมื่อมีเกจ ATB 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundaga ใส่ศัตรู เป้าหมายก็จะเข้าสู่สถานะ Pressure

   จากนั้นก็คอยกด R1 เพื่อป้องกันและสวนกลับการโจมตี พร้อมหาโอกาสโจมตีอย่างละนิดอย่างละหน่อยไปเรื่อย ๆ มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้นเมื่อไหร่ก็ร่าย Thundaga ใส่เจ้า White Terror ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนจัดการมันได้

เทคนิคการเล่น Round ที่ 3

   ใน Round ที่ 3 ให้เปิดสนามด้วย ATB Boost (กดปุ่ม L1 + R1)

   จากนั้นกดใช้ท่า Prime Mode แล้วหาจังหวะหลบการโจมตีชุดแรกของเจ้า Irasceros ก่อน

   ร่ายสกิล Barrier เพื่อร่ายบัฟช่วยลดทอนความเสียหายที่ได้รับ หรือหากติดตั้ง 🟢 Reraise ให้ใช้สกิล Reraise ใส่ตัวเอง เพื่อร่ายบัฟชุบชีวิตจากการตายโดยอัตโนมัติ หรือหากติดตั้ง 🟢 Time แนะนำให้ใช้สกิล Stop ใส่ Irasceros ในจังหวะที่มัน Pressure โดยเจ้า Irasceros จะเข้าสู่สถานะ Pressure หลังจากที่มันใช้สกิลต่าง ๆ เช่น หากมันร่ายสกิล Firaga อยู่ ก็รอให้มันร่ายเวทให้ใกล้เสร็จก่อน เมื่อกะเวลาว่าเจ้า Irasceros ใกล้ร่ายเสร็จแล้ว ให้ใช้สกิล Stop เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของมันทันที หรือหากเป็นท่า Gouge ก็รอให้มันเอาหัวปักพื้น หลังจากนั้นสัก 1 - 2 วินาที ให้ร่าย Stop พอเจ้า Irasceros เอาหัวออกจากพื้นก็จะเข้าสู่สถานะ Pressure พอดี เป็นต้น

   หลังจากร่ายบัฟพร้อมแล้ว ให้ถือดาบในโหมด Punisher แล้ว กดปุ่ม ☐ ค้างเพื่อต่อคอมโบท่ากระโดดฟาด 3 ครั้ง พยายามโจมตีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเก็บเกจ ATB ได้ 2 ขั้น (หามุมหลบมาตีด้านข้างหรือด้านหลังของศัตรูก็จะปลอดภัยมากขึ้น)

   เมื่อมีเกจ ATB 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundaga ใส่ศัตรู หลังจากนั้นให้โจมตีไปเรื่อย ๆ จนเก็บเกจ ATB ได้ 2 ขั้นอีกครั้ง แล้วก็ร่าย Thundaga อีกรอบเพื่อปิดฉากได้เลย (หากศัตรูยังรอดและเหลือพลังชีวิตไม่มาก ให้โจมตีธรรมดาเพื่อจัดการมัน หรือเก็บเกจ ATB ให้ได้ 1 ขั้น แล้วร่ายสกิล Thundara ใส่เป้าหมาย)   

เทคนิคการเล่น Round ที่ 4

   ใน Round ที่ 4 ให้เปิดสนามด้วย ATB Boost (กดปุ่ม L1 + R1)

   จากนั้นกดใช้ท่า Prime Mode สกิลนี้จะเปลี่ยนให้การกดปุ่ม ☐ ค้างในโหมด Punisher กลายเป็นท่ากระโดดฟาดเป็นคอมโบ พร้อมกับได้รับสถานะ Berserk ทำให้รับความเสียหายมากขึ้น แต่ก็โจมตีแรงขึ้นด้วย

   ร่ายสกิล Manawall เพื่อร่ายบัฟช่วยลดทอนความเสียหายทั้งกายภาพและเวท หรือหากติดตั้ง 🟢 Reraise ให้ใช้สกิล Reraise ใส่ตัวเอง เพื่อร่ายบัฟชุบชีวิตจากการตายโดยอัตโนมัติ หรือหากติดตั้ง 🟢 Time แนะนำให้ใช้สกิล Stop ใส่ศัตรู จากนั้นก็เดินเข้าไปฟาดได้เลย

   หลังจากร่ายบัฟพร้อมแล้ว ให้โจมตีเพื่อเก็บเกจ ATB ให้ครบ 2 ขั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยหลบการโจมตีต่าง ๆ ไปด้วย

   เมื่อมีเกจ ATB 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundaga ใส่ศัตรู หลังจากนั้นให้โจมตีไปเรื่อย ๆ จนเก็บเกจ ATB ได้ 2 ขั้นอีกครั้ง แล้วก็ร่าย Thundaga อีกรอบเพื่อปิดฉากได้เลย (หากศัตรูยังรอดและเหลือพลังชีวิตไม่มาก ให้โจมตีธรรมดาเพื่อจัดการมัน หรือเก็บเกจ ATB ให้ได้ 1 ขั้น แล้วร่ายสกิล Thundara ใส่เป้าหมาย) 

เทคนิคการเล่น Round ที่ 5

   ใน Round ที่ 5 ให้เปิดสนามด้วย ATB Boost (กดปุ่ม L1 + R1)

   จากนั้นกดใช้ท่า Prime Mode สกิลนี้จะเปลี่ยนให้การกดปุ่ม ☐ ค้างในโหมด Punisher กลายเป็นท่ากระโดดฟาดเป็นคอมโบ พร้อมกับได้รับสถานะ Berserk ทำให้รับความเสียหายมากขึ้น แต่ก็โจมตีแรงขึ้นด้วย

   ร่ายสกิล Barrier เพื่อร่ายบัฟช่วยลดทอนความเสียหายทั้งกายภาพและเวท หรือหากติดตั้ง 🟢 Reraise ให้ใช้สกิล Reraise ใส่ตัวเอง เพื่อร่ายบัฟชุบชีวิตจากการตายโดยอัตโนมัติ หรือหากติดตั้ง 🟢 Time แนะนำให้ใช้สกิล Stop ใส่ศัตรู จากนั้นก็เดินเข้าไปฟาดได้เลย

   หลังจากร่ายบัฟพร้อมแล้ว ให้โจมตีเพื่อเก็บเกจ ATB ให้ครบ 2 ขั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยหลบการโจมตีต่าง ๆ ไปด้วย โดยหากเป็นการโจมตีปกติ สามารถกด R1 ค้างไว้ในขณะที่อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode เพื่อรอสวนกลับการโจมตีได้ แต่หากเจอการโจมตีที่ป้องกันไม่ได้ แนะนำให้กระโดดหลบไปเรื่อย ๆ จนไปอยู่ด้านหลังของเจ้า Ironclad ให้ได้ เท่านี้ก็จะไม่โดนการโจมตี (หาก Ironclad ร่าย Firaga หรือพวกเวทไฟ ให้เรายืนฟาดมันอย่างสบายใจได้เลย เพราะเราติดตั้ง Materia ดูดเลือดจากการโจมตีธาตุไฟมาแล้ว)

   หากเจอท่า Gread Sword ให้ถือดาบด้วยท่า Punisher Mode แล้วเตรียมตั้งป้องกันโดยกด R1 ค้างเพื่อรอสวนกลับการโจมตีไปด้วย ท่านี้ของ Ironclad จะฟาด 3 ครั้ง เราสามารถตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตีได้ทั้ง 3 ครั้งเลย

   เมื่อมีเกจ ATB 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundaga ใส่ศัตรู หลังจากนั้นให้โจมตีไปเรื่อย ๆ จนเก็บเกจ ATB ได้ 2 ขั้นอีกครั้ง แล้วก็ร่าย Thundaga อีกรอบ ทำแบบนี้ประมาณ 3 - 5 ครั้ง ก็จะสามารถจัดการเจ้า Ironclad ลงได้  

ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Barret vs. The Colossi

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Tifa vs. The Martialists

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Aerith vs. The Magi

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Red XIII vs. The Beasts

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Yuffie vs. The Wronged

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Cait Sith vs. The Abominable

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Bonds of Friendship

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: To Be a Hero


   หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านที่เล่นเกม Final Fantasy VII: Rebirth ทุกท่าน และหากผู้อ่านท่านไหนสนใจข้อมูลอื่น ๆ ของเกมนี้ สามารถติดตามไกด์บทสรุปของเกมนี้ได้ที่ รวมไกด์เกม Final Fantasy VII: Rebirth

Final Fantasy VII Rebirth
PCPlayStation 5

Final Fantasy VII Rebirth

เรื่องราวสานต่อจาก Final Fantasy VII: Remake Intergrade กับการเดินทางออกจาก Midgar ของ Cloud และผองเพื่อน มุ่งหน้าหาทางกอบกู้โลกใบนี้จากภยันตราย พร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอย่าง Sephiroth

Release Date

29 ก.พ. 2024

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In