Games On

Home

Guide

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Bonds of Friendship | Final Fantasy VII: Rebirth

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Bonds of Friendship | Final Fantasy VII: Rebirth

แนะนำบิลด์ตัวละคร วิธีการติดตั้งมาทีเรียและอุปกรณ์สวมใส่สำหรับผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: Bonds of Friendship หรือด่านดูโอ้ของ Cloud และ Zack ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth

24 เม.ย. 2024·8 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Game's On - Facebook

ㅤLegendary Bout เป็นอีกหนึ่งในหมวดหมู่ด่านของ Combat Simulator ระดับ Hard ที่จะปลดล็อกในช่วงท้ายเกมหลังจากจบเนื้อเรื่องหลักและทำภารกิจตามเงื่อนไขจนครบแล้ว ซึ่งด่านประเภทนี้จะบังคับให้ผู้เล่นควบคุมตัวละครที่กำหนดเพียงไม่กี่ตัวหรือตัวเดียวเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจกลไกวิธีเล่นแต่ละตัวละคร พร้อมหาแบบแผนการเล่นที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อผ่านด่านเหล่านี้ให้ได้ 

   และในวันนี้พวกเรา Game’s On จะขอมาแบ่งปันเทคนิคในการผ่าน Combat Simulator ด่าน Legendary Bout: Bonds of Friendship หรือด่านดูโอ้ของ Cloud และ Zack ในเกม Final Fantasy VII: Rebirth กัน

อุปกรณ์สวมใส่และ Materia

อาวุธ

ชื่ออาวุธ

มาทีเรีย

Rune Blade

🔵 HP Absorption

+

🟢 Wind

🔵 MP Absorption

+

🟢 Wind

🟡 ATB Boost

🟡 Enemy Skill

มนต์อสูร

🔴 Phoenix

เกราะป้องกัน

ชื่อเกราะป้องกัน

มาทีเรีย

Cetran Bracer

🔵 Elemental

+ 

🟢 Fire and Ice 

🔵 Swiftcast

+

🟢 Wind 

🔵 Magic Focus

+

🟢 Lightning and Wind

🟣 Magic Up

🟣 First Strike

เครื่องประดับ

ชื่อเครื่องประดับ

รายละเอียด

Genji Gloves

ปลดล็อกขีดจำกัดให้สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 9,999 หน่วย

Weapon Skill

ชื่อสกิล

รายละเอียด

Magic Attack Power +20

เพิ่มพลังโจมตีเวท 20 หน่วย

Improved Punisher

การโจมตีด้วยท่า Stong Attack (☐ ค้าง) สร้างความเสียหายมากขึ้น

ATB Charge Rate Up

เพิ่มอัตราการฟื้นฟูเกจ ATB จากการโจมตีปกติ 10%

Full-Power Magic

ทักษะการโจมตีที่ใช้ค่า MP จะโจมตีได้แรงขึ้น 10% เมื่อใช้งานทักษะนั้นในขณะที่ค่า MP เต็ม

วิดีโอตัวอย่างการผ่านด่าน

เทคนิคการเล่น Round ที่ 1

   ใน Round ที่ 1 ศัตรูที่เราเจอคือ Titan ซึ่งมีจุดอ่อนคือแพ้การโจมตีธาตุลม ทำให้กลยุทธ์ในการเล่นโดยส่วนใหญ่จะเป็นการเน้นควบคุม Cloud เก็บเกจ ATB ให้ได้ 2 ขั้น แล้วร่ายสกิล Aeroga ใส่ Titan ส่วน Zack จะร่ายสกิล Stop เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวหรือเพื่อหยุดการลดลงของเกจ Staggered นอกจากนี้ Zack ยังสามารถทำหน้าที่คอยบัฟเพิ่มพลังโจมตีเวทให้ Cloud ได้ด้วย

   หากเล่นตามในวิดีโอตัวอย่าง ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี

   ส่วน Zack ให้ร่ายสกิล Stop ใส่ Titan เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ช่วยให้ Cloud สามารถโจมตีเก็บเกจ ATB ได้ง่ายขึ้น

   ควบคุม Cloud โดยให้อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode (หรือให้สังเกตเกจของปุ่ม △ ให้เป็นสีชมพู) จากนั้นโจมตีด้วยคอมโบกดปุ่ม ☐ ค้างเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ 

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Aeroga ใส่ Titan

   โจมตีและคอยหลบการโจมตีไปเรื่อย ๆ จนเกราะของ Titan หมดและเข้าสู่สถานะ Pressure จากนั้นให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga ใส่และโจมตีต่อไปเรื่อย ๆ ได้เลย

   ในช่วงที่ Titan อยู่ในสถานะ Pressure แนะนำให้สลับไปควบคุม Zack เพื่อเก็บเกจ ATB เบื้องต้นควรเก็บเกจ ATB ให้ได้อย่างน้อย 1 ขั้นเพื่อเตรียมร่ายสกิล Stop ใส่ Titan เมื่อเข้าสู่สถานะ Staggered หรือหากเก็บเกจ ATB แล้วมีเกจเหลือพอใช้สกิลอีกครั้ง ให้ร่ายสกิล Faith เพื่อบัฟเพิ่มพลังเวทให้ Cloud ด้วย

   เมื่อโจมตีไปเรื่อย ๆ จน Titan เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Zack ร่ายสกิล Stop ใส่ Titan ส่วน Cloud ให้ร่ายสกิล Aeroga เพื่อปิดฉากได้เลย

เทคนิคการเล่น Round ที่ 2

   ใน Round ที่ 2 ศัตรูที่เราเจอคือ Hueyacoatl แพ้การโจมตีธาตุลม โดยเมื่อ Hueyacoatl โดนการโจมตีธาตุลม มันจะบินขึ้นกลางอากาศและเข้าสู่สถานะ Pressure หากเราโจมตีใส่ Hueyacoatl ในระหว่างที่มันอยู่ในสถานะ Pressure มันจะปล่อยการโจมตีสายฟ้าใส่บริเวณที่เรายืนอยู่ ทำให้ทุกครั้งที่โจมตี เราจะต้องคอยกลิ้งหลบสายฟ้าไปด้วย 

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี แนะนำว่าก่อนกดใช้ท่าต่าง ๆ ให้สังเกตการโจมตีของ Hueyacoatl ก่อน 

   ท่า Sonic Boom นับเป็นการโจมตีธาตุลม ทำให้เมื่อโดนท่าดังกล่าว เจ้า Hueyacoatl จะบินสูงขึ้นกลางอากาศพร้อมเข้าสู่สถานะ Pressure ให้ Cloud โจมตีเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ โดยทุกครั้งที่โจมตี ให้คอยกลิ้งหลบสายฟ้าไปด้วย

   ในระหว่างนี้ สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Stop ใส่เจ้า Hueyacoatl ที่อยู่ในสถานะ Pressure เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวได้ Cloud จะได้โจมตีเก็บเกจ ATB ได้ง่ายขึ้น

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Aeroga ใส่ Hueyacoatl ทำวนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจัดการเจ้า Hueyacoatl ลงได้

   ทริกเพิ่มเติม สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Faith เพื่อบัฟเพิ่มพลังเวทให้ Cloud ได้

  

เทคนิคการเล่น Round ที่ 3

   ใน Round ที่ 3 ศัตรูที่เราเจอคือ Phoenix แพ้การโจมตีธาตุน้ำแข็ง แต่การจะทำให้ Phoenix ได้รับความเสียหายแบบเต็ม ๆ เราจะต้องจัดการลูกน้องที่ถูกเสกออกมาจนกว่า Phoenix จะเข้าสู่สถานะ Pressure ทำให้กลยุทธ์หลัก ๆ คือการรีบเคลียร์ลูกน้องให้ไวที่สุด และเตรียมร่ายเวทน้ำแข็งแบบจัดเต็มในตอนที่ Phoenix เข้าสู่สถานะ Pressure

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี

   แนะนำให้ Zack ร่ายสกิล Haste ใส่ Cloud เพื่อบัฟเพิ่มอัตราการฟื้นฟูเกจ ATB ของ Cloud ให้เร็วขึ้น

   ควบคุม Cloud โดยให้อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode (หรือให้สังเกตเกจของปุ่ม △ ให้เป็นสีชมพู) จากนั้นโจมตีด้วยคอมโบกดปุ่ม ☐ ค้างเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Pheonix เรียก Flan ออกมา ให้ Cloud ใช้สกิล Sonic Boom จัดการ จากนั้นโจมตีเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Pheonix เรียก Bomb ออกมา ให้ Cloud ใช้สกิล Aerora (เวทธาตุลมขั้น 2) จัดการ จากนั้นโจมตีเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ 

   แนะนำว่าช่วงที่ Pheonix เรียก Bomb ออกมา ให้แวะสลับไปเก็บเกจ ATB ให้ Zack ด้วย โดยเมื่อมีเกจ ATB ก็ให้เสกร่ายสกิล Faith ใส่ Cloud เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีเวท

    เมื่อ Pheonix เรียก Grandhorn ออกมา ให้ Cloud ใช้สกิล Sonic Boom จัดการ ถึงขั้นตอนนี้ Phoenix จะเข้าสู่สถานะ Pressure

    เมื่อ Pheonix เข้าสู่สถานะ Pressure ให้ Cloud รีบเก็บเกจ ATB ให้ไวที่สุด จากนั้นให้ร่ายสกิล Blizzaga ใส่ Phoenix หาก Zack พอมีเกจ ATB อยู่บ้าง ก็ให้ Zack ร่ายสกิลเวทน้ำแข็งอย่าง Blizzara หรือ Blizzaga มาช่วยโจมตีด้วย

   เมื่อ Pheonix เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud รีบเก็บเกจ ATB ให้ไวที่สุด จากนั้นให้ร่ายสกิล Blizzaga ใส่ Phoenix ก็จะเป็นการปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ลงได้

  ทริกเพิ่มเติม ในระหว่างที่ Cloud ร่ายสกิล Blizzaga อยู่ สามารถสลับไปควบคุม Zack เพื่อช่วยสร้างความเสียหายก่อนได้ 

เทคนิคการเล่น Round ที่ 4

   ใน Round ที่ 4 ศัตรูที่เราเจอคือ Brineborn Demon แพ้การโจมตีธาตุไฟ ทำให้กลยุทธ์หลัก ๆ คือรีบเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Firaga ใส่ เพื่อให้มันเข้าสู่สถานะ Pressure จากนั้นร่ายสกิล Aeroga และโจมตีไปเรื่อย ๆ จนมันเข้าสู่สถานะ Staggered แล้วปิดฉากด้วย Aeroga อีกครั้ง โดยมี Zack คอยร่ายสกิลสนับสนุน ทั้งคอยบัฟเพิ่มพลังโจมตีเวทให้ Cloud หรือร่ายสกิล Stop เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost 

   จากนั้นให้รีบกด △ เพื่อเปลี่ยนท่าถือดาบเป็น Punisher Mode แล้วกด R1 เพื่อตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตีทันที

   หลังจากนั้นให้ดูท่าทีของ Brineborn Demon ก่อน หากมันยังคงโจมตีเราอยู่ให้ตั้งป้องกันไปเรื่อย ๆ และพยายามถอยห่างออกมา แต่หากมีจังหวะพักหายใจ ให้กดใช้สกิล Prime Mode และ Sonic Boom ได้เลย

   หาก Brineborn Demon ไม่อยู่นิ่งให้โจมตีเลย แนะนำให้ Zack ร่ายสกิล Stop ใส่บอส จากนั้นให้ Cloud โจมตีไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บเกจ ATB

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Firaga ใส่ Brineborn Demon มันจะเข้าสู่สถานะ Pressured โจมตีอัดไปเรื่อย ๆ โดยหลังจากนี้ให้เน้นร่ายสกิล Aeroga ใส่ Brineborn Demon แทน Firaga นอกจากนี้ ให้คอยดูท่าต่าง ๆ ของ Brineborn Demon ไว้ดี ๆ เพราะมันจะมีท่าโจมตีสวนกลับทั้งระยะใกล้และไกลด้วย แนะนำว่าถ้ามันตั้งท่าเตรียมสวนกลับเมื่อไหร่ ให้โจมตี 1 ครั้งแล้วรีบกระโดดถอยออกมา หรือใช้การโจมตีระยะไกลของ Cloud แทน

   จากนั้นเก็บเกจ ATB และร่ายสกิล Aeroga วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจัดการเจ้า Brineborn Demon ลงได้ โดยหาก Zack มีเกจ ATB ก็สามารถร่ายสกิล Haste และ Faith เพื่อช่วยบัฟให้ Cloud ได้ด้วย

เทคนิคการเล่น Round ที่ 5

   ใน Round ที่ 5 ศัตรูที่เราเจอคือ Kujata เป็นมนต์อสูรที่สามารถสลับสับเปลี่ยนธาตุต่าง ๆ ได้ โดยหากอยู่ในร่างธาตุไฟจะแพ้น้ำแข็ง เมื่ออยู่ในร่างน้ำแข็งจะแพ้ไฟ และหากอยู่ในร่างสายฟ้าจะแพ้ลม ซึ่งเจ้า Kujata สามารถรวบรวมพลังจากธาตุทั้ง 3 ทำให้กลายร่างเป็นธาตุผสม ไฟ น้ำแข็ง และสายฟ้าได้ ทำให้กลยุทธ์การต่อสู้หลักคือ ๆ ห้ามไม่ให้เจ้า Kujata รวบรวมพลังธาตุได้ ซึ่งเราสามารถขัดการรวบรวมพลังธาตุได้ด้วยการร่ายสกิลเวทขั้น 3 ใส่ เพื่อขัดจังหวะการวิ่งชาร์จเข้าไปรวบรวมพลังธาตุ โดยตอนที่ Kujata จะรวบรวมพลังธาตุ มันจะคำรามและเสกก้อนพลังงานธาตุที่คล้าย ๆ คริสตัลขึ้นมาก่อน ในจังหวะที่เจ้า Kujata คำราม ให้เรารีบร่ายสกิลเวทขั้น 3 ขัดการโจมตีให้ไวที่สุด ก็จะขัดขวางไม่ให้มันรวบรวมพลังธาตุได้

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี แต่ให้คอยดูการโจมตีของ Kujata ด้วย หากจะถูกโจมตีก็ให้กดตั้งป้องกันหรือกลิ้งถอยออกมาก่อน

   สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Haste และ Faith เพื่อบัฟให้ Cloud เก่งขึ้นได้ จากนั้นให้ Cloud โจมตีไปเรื่อย ๆ โดยเก็บเกจ ATB ให้ได้ 2 ขั้น (อย่าเพิ่งรีบร่ายสกิล)

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้เก็บเกจ ATB ไว้ก่อน รอจังหวะที่ Kujata จะรวบรวมพลังธาตุ โดยให้สังเกตว่าเจ้า Kujata จะคำรามและรอบตัวของมันจะมีแสงออร่าออกมารอบ ๆ ตัว หรือหากหมุนมุมกล้องไปทางที่ Kujata หันหน้าอยู่ ก็จะเจอกับก้อนคริสตัลธาตุต่าง ๆ ที่เพิ่งถูกเสกออกมาด้วย ซึ่งในจังหวะนี้ ให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga เพื่อขัดขวางการรวบรวมพลังธาตุของ Kujata ได้เลย

   หลังจากนี้ให้สลับระหว่าง Cloud และ Zack เพื่อเก็บเกจ ATB ไปเรื่อย ๆ และรอจังหวะที่ Kujata จะคำรามเตรียมรวบรวมพลังธาตุ บอสคำรามเมื่อไหร่ก็ให้เตรียมร่ายสกิลเวทขั้น 3 อย่าง Aeroga ใส่ได้เลย ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจัดการ Kujata ลงได้

   ทริกเพิ่มเติม หากเก็บเกจไม่ทันจริง ๆ สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Stop เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของ Kujata ได้ชั่วคราว

เทคนิคการเล่น Round ที่ 6

   ใน Round ที่ 6 ศัตรูที่เราเจอคือ Ironclad แพ้การโจมตีธาตุสายฟ้า

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode และ Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตี แต่ให้คอยดูการโจมตีของ Ironclad ด้วย หากจะถูกโจมตีก็ให้กดตั้งป้องกันหรือกลิ้งถอยออกมาก่อน

   สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Haste และ Faith เพื่อบัฟให้ Cloud เก่งขึ้นได้ หรือจะร่ายสกิล Stop เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของ Iron Clade จากนั้นให้ Cloud โจมตีไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บเกจ ATB ก็ได้เช่นกัน

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundaga ใส่ Ironclad ในระหว่างที่ Cloud ร่ายสกิลอยู่ สามารถสลับไปเล่น Zack เพื่อเก็บเกจ ATB ได้ ทำวนไปเรื่อย ๆ จนจัดการเจ้า Ironclad ลงได้

เทคนิคการเล่น Round ที่ 7

   ใน Round ที่ 7 ศัตรูที่เราเจอคือ Alexander แพ้การโจมตีธาตุสายฟ้าเป็นหลัก โดยเราจะต้องทำลายแขนทั้งสองข้างให้ได้ก่อน

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย (ในวิดีโอตัวอย่างลืมใช้ท่า Sonic Boom) จากนั้นพุ่งเข้าไปโจมตีที่แขนใดแขนหนึ่งเพื่อเก็บเกจ ATB 

   สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Haste และ Faith เพื่อบัฟให้ Cloud เก่งขึ้นได้ (แนะนำให้ร่ายสกิล Faith ก่อน) 

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้ร่ายสกิล Thundara (เวทสายฟ้าขั้น 2) ใส่แขนทั้งสองข้างของ Alexander หากยังทำลายไม่ได้ ให้โจมตีแขนทั้งสองข้างต่อไปจนทำลายมันลงได้ (สามารถให้ Zack ช่วยโจมตีหรือร่ายสกิลเวทสายฟ้าช่วยทำลายแขนก็ได้เช่นกัน)

   หลังจากทำลายแขนทั้งสองข้างแล้ว Alexander จะเข้าสู่สถานะ Pressured ให้ควบคุม Cloud และใช้ท่า Focused Thrust เพื่อเพิ่มเกจ Stagger อย่างมหาศาล จากนั้นโจมตีไปเรื่อย ๆ (แนะนำให้ยืนด้านหลังของ Alexander) จนกว่าบอสจะเข้าสู่สถานะ Staggered

   เมื่อ Alexander เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud รีบเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Thundaga ใส่

   ในระหว่างที่ Cloud ร่ายสกิลสายฟ้าขั้น 3 อยู่ ให้สลับไปควบคุม Zack และช่วยร่ายสกิลเวทโจมตีใส่ Alexander ด้วย

เทคนิคการเล่น Round ที่ 8

   ใน Round ที่ 8 ศัตรูที่เราเจอคือ Mindflayer แพ้การโจมตีจากท่าคอมโบประสานพิเศษ Synergy Ability ทำให้ในรอบนี้เราจะต้องควบคุม Cloud และ Zack สลับไปมา โดยคอยให้ทั้ง 2 ตัวละครใช้สกิลต่าง ๆ เพื่อสะสมขีดของ Character Synergy (ขีดสีฟ้าใต้เกจ ATB) ไปด้วย

  ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย หลังจากนั้นให้ Cloud ของตั้งป้องกันเพื่อสวนกลับการโจมตีของ Mindflayer ไปเรื่อย ๆ

   ให้ Zack ร่ายสกิล Haste และ Faith เพื่อบัฟให้ Cloud เก่งขึ้นได้

   หาก Mindflayer หายตัวไปพร้อมปรากฏตัวใหม่ด้วยควันสีดำและร่างแยก ให้พยายามถอยห่างออกมาเพื่อหลบการโจมตีก่อน

   ถ้าเกจ ATB ของ Cloud เต็ม สามารถร่ายสกิลเวทขั้น 3 อย่าง Aeroga หรือจะใช้สกิล Sonic Boom ใส่ Mindflayer ก็ได้ 

   เมื่อ Mindflayer ใช้ท่า Telekinesis ให้เตรียมหลบหรือป้องกันการโจมตี โดยหลังจากจบท่านี้แล้ว ให้รีบสลับไปควบคุม Zack และสะสมขีด Character Synergy ด้วยการใช้สกิลอะไรก็ได้ให้ครบ 3 ขีดให้ไว้ที่สุด (จะบัฟให้ Cloud จะร่ายสกิลเวทขั้น 2 หรือจะกดใช้สกิลใส่ Mindflayer ก็ได้)

   หลังจากที่ Mindflayer ใช้ท่า Telekinesis ไปแล้ว มันจะเตรียมใช้ท่าใหญ่ Psychotic Break ในจังหวะนี้ให้รีบใช้ท่าประสาน Synergy Abilities เพื่อขัดขวางการใช้ท่าใหญ่ของ Mindflayer พร้อมกับทำให้มันเข้าสู่สถานะ Pressured ด้วย

   เมื่อ Mindflayer เข้าสู่สถานะ Pressured แล้ว ใช้ร่ายเวท Aeroga หรือใช้สกิล Focused Thrust เพื่อทำให้มันเข้าสู่สถานะ Staggered

   เมื่อ Mindflayer เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Zack ร่ายสกิล Stop ใส่ Mindflayer เพื่อหยุดเวลาการลดลงของเกจ Stagger

   จากนั้นให้ Cloud โจมตีเก็บเกจ ATB แบบจัดเต็ม และร่ายสกิล Aeroga วนไปจนจัดการเจ้า Mindflayer ลงได้

เทคนิคการเล่น Round ที่ 9

   ใน Round ที่ 9 ศัตรูที่เราเจอคือ Bahamut Arisen ไม่แพ้การโจมตีธาตุใดเป็นพิเศษ แต่จะเป็นการโจมตีท่าคู่ทั้ง Synergy Skill และ Synergy Abilities รวมถึงถ้าโดนทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง จะเป็นการขัดขวางการรวบรวมพลังของ Bahamut Arisen ด้วย ทำให้กลยุทธ์หลัก ๆ คือการคอยป้องกันการโจมตีไปเรื่อย ๆ เมื่อมันกางปีกออกก็ให้รีบทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง จากนั้นค่อยจัดเต็มการโจมตีไปทีละนิดจนกว่ามันจะเข้าสู่สถานะ Staggered

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย แต่ก่อนจะใช้สกิล ๆ ใดให้ดูท่าทีของ Bahamut Arisen ก่อน หากมีโอกาสโดนโจมตีให้ตั้งป้องกันหรือกลิ้งหลบออกมาก่อนเสมอ

   สามารถใช่ท่า Counterstance เพื่อสวนกลับการโจมตีที่เป็นท่าพ่นไฟสีม่วง ๆ ด้วย

   สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Haste และ Faith เพื่อบัฟให้ Cloud เก่งขึ้นได้

   หาก Zack โดนจับ ให้ควบคุม Cloud เพื่อเก็บเกจ ATB แล้วร่ายสกิล Aeroga ใส่ หรือหาก Cloud โดนจับ ให้ควบคุม Zack เพื่อเก็บเกจ ATB แล้วเตรียมร่ายสกิล Curaga เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต หรือหากตายก็ให้ร่ายสกิล Revival เพื่อชุบชีวิต

   เมื่อ Bahamut Arisen กางปีกรวบรวมพลัง ให้ Cloud ร่ายสกิล Aerora (เวทลมขั้น 2) ใส่ปีกทั้งสองข้าง ก่อนร่ายสกิลนี้ควรจะมีบัฟเพิ่มพลังเวทบนตัว Cloud อยู่แล้ว จะได้สร้างดาเมจลมได้แรงขึ้นด้วย (หาก Zack มีเกจ ATB ก็สามารถให้ Zack ร่ายสกิลเวทลมเพื่อช่วยทำลายปีกได้เช่นกัน)

   หลังจากทำลายปีกทั้ง 2 ข้างแล้ว Bahamut Arisen จะเข้าสู่สถานะ Pressured  ให้โจมตีแบบจัดเต็มเพื่อเพิ่มเกจ Stagger ได้เลย 

   เมื่อสถานะ Pressured หมด Bahamut Arisen จะเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี ไปใช้การโจมตีด้วยแขนทั้ง 2 ข้างราวกับฟันดาบ ในช่วงนี้ให้เน้นควบคุม Cloud เป็นหลัก โดยให้ Cloud อยู่ในท่าถือดาบ Punisher Mode (หรือหากร่ายสกิล Prime Mode ก็ให้สังเกตท่าของปุ่มสามเหลี่ยมให้กลายเป็นสีชมพู) พร้อมกับกด R1 เพื่อตั้งป้องกันและรอสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ

   เมื่อ Cloud มีเกจ ATB ครบ 2 ขั้น ให้เก็บเกจไว้รอทำลายปีกทั้ง 2 ข้าง Bahamut Arisen จะเข้าสู่สถานะ Pressured อีกครั้งหลังโดนทำลายปีก ให้โจมตีแบบจัดเต็มต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะเข้าสู่สถานะ Staggered

   เมื่อ Bahamut Arisen เข้าสู่สถานะ Staggered ให้โจมตีแบบจัดเต็ม ทั้งให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga หรือให้ Zack ช่วยร่ายสกิลเวทหนัก ๆ เพื่อรีบปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ให้ไวที่สุดได้เลย

เทคนิคการเล่น Round ที่ 10

   ใน Round ที่ 10 ศัตรูที่เราเจอคือ Odin ไม่แพ้การโจมตีธาตุใดเป็นพิเศษ แต่หากโดนการโจมตีที่มาจากการใช้เกจ ATB, โดนสถานะผิดปกติต่าง ๆ หรือหากเราหลบหรือ Perfect Parry การโจมตีของ Odin ได้เรื่อย ๆ มันก็จะเข้าสู่สถานะ Staggered ข้อสำคัญคืออย่าให้โดนการโจมตีจาก Odin มากเกินไป เพราะหากเราโดนการโจมตีของ Odin มากเกินไป Odin จะใช้ท่าไม้ตายที่ชื่อ Zantetsuken หรือการโจมตีที่สร้างความเสียหาย 9,999 ใส่ทีมของเราจนเดี้ยงไปเลย

   ให้เปิดสนามด้วยการให้ Cloud กด L1 + R1 เพื่อเปิดใช้งานสกิล ATB Boost ตามด้วยสกิล Prime Mode หากเป็นไปได้ให้ใช้ท่า Sonic Boom เพื่อบัฟเพิ่มพลังโจมตีด้วย แต่ก่อนจะใช้สกิล ๆ ใดให้ดูท่าทีของ Odin ก่อน หากมีโอกาสโดนโจมตีให้ตั้งป้องกันหรือกลิ้งหลบออกมาก่อนเสมอ พยายามให้โดนดาเมจแบบเต็ม ๆ เด็ดขาด

   การต่อสู้กับ Odin คือต้องใจเย็น ๆ รอให้มันโจมตีเข้ามาก่อน แล้วเราค่อยให้ Cloud ตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตี ป้องกันและสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ จนกว่า Odin จะเข้าสู่สถานะ Pressured

   สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Haste และ Faith เพื่อบัฟให้ Cloud เก่งขึ้นได้ หรือหากพลังชีวิตของ Cloud ลดต่ำลงเรื่อย ๆ ก็ให้ Zack ร่ายสกิลฟื้นฟูพลังชีวิต หรือชุบชีวิตในกรณีที่ Cloud ตาย

   หลังจากที่ Odin เข้าสู่สถานะ Pressured แล้ว ให้ Cloud ร่ายสกิล Aeroga ใส่ Odin เพื่อโจมตีเพิ่มเกจ Stagger ได้เลย แต่ระวังให้ดี ต้องมั่นใจว่าจะไม่โดน Odin โจมตีด้วยนะ (หลบการโจมตีของ Odin ก่อนเสมอ) ทำวนไปเรื่อย ๆ จนกว่า Odin จะเข้าสู่สถานะ Staggered

   เมื่อ Odin เข้าสู่สถานะ Staggered ให้ Cloud เก็บเกจ ATB และร่ายสกิล Aeroga ใส่ Odin ไปเรื่อย ๆ

   หลังจากที่ Odin ฟื้นฟูจากสถานะ Staggered ให้ควบคุม Cloud และ Zack ถอยออกห่างจาก Odin ก่อน จากนั้นรอ Odin ใช้ท่า Spatial Distortion (ท่าฟันแบ่งห้องต่อสู้ออกเป็นสองฝั่ง)

   เมื่อ Odin ใช้ท่า Spatial Distortion ผ่าสนามต่อสู้ออกเป็นสองฝั่ง ให้รีบควบคุม Cloud และ Zack มายืนอยู่ในฝั่งที่จะไม่โดนการโจมตี จากนั้นเน้นควบคุม Cloud ตั้งป้องกันและสวนกลับการโจมตีไปเรื่อย ๆ แบบเดิมจนกว่าจะจัดการ Odin ลงได้

   หากมีท่าประสานพิเศษหรือ Limit Break ก็สามารถใช้เพื่อสร้างความเสียหายใส่ Odin ได้เลย หรือหากกลัว Cloud โดนการโจมตีหนัก ๆ ก็สามารถให้ Zack ร่ายสกิล Barrier หรือ Manawall เพื่อเสริมพลังป้องกันให้ Cloud ก็ได้

ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Cloud vs. The Warriors

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Barret vs. The Colossi

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Tifa vs. The Martialists

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Aerith vs. The Magi

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Red XIII vs. The Beasts

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Cait Sith vs. The Abominable

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: Yuffie vs. The Wronged

แนะนำการผ่าน Legendary Bout: To Be a Hero


   หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านที่เล่นเกม Final Fantasy VII: Rebirth ทุกท่าน และหากผู้อ่านท่านไหนสนใจข้อมูลอื่น ๆ ของเกมนี้ สามารถติดตามไกด์บทสรุปของเกมนี้ได้ที่ รวมไกด์เกม Final Fantasy VII: Rebirth

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Final Fantasy VII Rebirth
PCPlayStation 5

Final Fantasy VII Rebirth

เรื่องราวสานต่อจาก Final Fantasy VII: Remake Intergrade กับการเดินทางออกจาก Midgar ของ Cloud และผองเพื่อน มุ่งหน้าหาทางกอบกู้โลกใบนี้จากภยันตราย พร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอย่าง Sephiroth

Release Date

29 ก.พ. 2024

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In