Games On

Home

Review

รีวิว Clair Obscur: Expedition 33

รีวิว Clair Obscur: Expedition 33

เมื่อความตายถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่ใจเราเลือกที่จะสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย กับบทความรีวิวเกม Clair Obscur: Expedition 33 สุดยอดเกมเทิร์นเบส JRPG ม้ามืดประจำปี 2025 ที่พาเราดำดิ่งสู่ความสนุกที่เพลิดเพลิน กลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์เกมที่ทั้ง “เล่นสนุก” และ “น่าจดจำ” ที่สุดของปีนี้

14 พ.ค. 2025·2 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Game's On - Facebook

   ในบรรดาเกมใหม่ที่เปิดตัวในปี 2025 มีเกมหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาและยากจะละสายตา กับเกมที่มีชื่อว่า Clair Obscur: Expedition 33 ผลงานจากทีมอินดี้ฝรั่งเศส Sandfall Interactive ที่กล้าหยิบงานศิลป์มาผสานกับการต่อสู้แบบเทิร์นเบสในรูปแบบที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง เกมนี้นำพาผู้เล่นเดินทางผ่านโลกแฟนตาซี เพื่อท้าทายโชคชะตาและบทกวีแห่งความตาย จนกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์เกมที่ทั้ง “เล่นสนุก” และ “น่าจดจำ” ที่สุดของปี 2025 

เรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยคำถาม ความสิ้นหวัง และความหวัง

   ในโลกที่ถูกกลบทับด้วยความหวาดกลัวและความสูญเสีย Clair Obscur: Expedition 33 พาผู้เล่นดำดิ่งสู่ฝันร้ายที่รังสรรค์ด้วยบทกวีมรณะจาก "The Paintress" ผู้กวัดแกว่งปลายนิ้วขีดเขียนชะตาชีวิตใครต่อใครให้ดับสิ้นทุกปี ผู้คนที่มีอายุตรงกับหรือมากกว่าตัวเลขบนเสาหิน Monolith จะถูก “ลบเลือน” หายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยสำรวจเฉพาะกิจนามว่า “Expedition” ที่ต้องออกไลล่าหาความจริงเกี่ยวกับ The Paintress และหาหนทางเปลี่ยนแปลงโลกที่กำลังจมลงสู่หายนะ

   มีเกมไม่กี่เกมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่สามารถ "จับใจ" เราได้ตั้งแต่ช่วงไม่ถึงชั่วโมงแรกของการเล่นเกม ซึ่งเกมนี้วางโครงเรื่องได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง "บทพูดยืดยาว" "การปูเรื่องหลายชั่วโมง" หรือ "คัทซีนอลังการ" มากมายเพื่อดึงเราเข้ามาอยู่ในโลกของมัน เพราะเพียงไม่กี่ฉากแรกของเกม ความรู้สึกตกอยู่ในกำมือของเกมนี้ก็เกิดขึ้นทันที

   Clair Obscur: Expedition 33 ดำเนินเนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วย "ปม" และ "ความลับ" ที่ค่อย ๆ คลี่ออก ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละเลย "หัวใจ" ของมนุษย์ ตัวละครแต่ละคนมีอดีต มีความทรงจำ มีความสูญเสีย และมีแรงผลักดันที่ทำให้เรา อยากรู้จักพวกเขามากขึ้น

   สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในด้านเนื้อเรื่อง คือการเล่าเรื่องผ่าน “การวางจังหวะเชิงศิลป์” ที่ให้ความรู้สึกราวกับอ่านบทกวีหม่นเศร้าในฉากที่เปียกชื้นและหลอนลึก ไม่ใช่เพียงบทสนทนาเท่านั้นที่แฝงปรัชญา แต่แม้กระทั่งฉากหลัง ตัวละครประกอบ หรือศัตรู ก็เปี่ยมด้วยความหมายที่รอการตีความ ทุกเส้นเรื่องย่อยตามรายทางที่ผู้เล่นได้พบเจอเสมือนเส้นด้ายบาง ๆ ที่ถักทอเป็นพรมผืนใหญ่แห่งโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นต่อโลกใบนี้

   แม้เรื่องราวจะไม่ซับซ้อนระดับซ้อนเงื่อนหลายชั้นแบบเกม RPG บางเกม แต่ Clair Obscur: Expedition 33 กลับมีพลังใน “อารมณ์” อย่างเข้มข้น ผู้เล่นจะรู้สึกเจ็บปวด เสียใจ คาดหวัง และสิ้นหวังไปพร้อมกับตัวละครอย่างไม่รู้ตัว ถึงแม้เนื้อเรื่องตอนที่เฉลยปมใหญ่ในช่วงกลางค่อนไปท้ายของเกมจะพาเราไปสู่เส้นทางที่ชวนให้รู้สึกว่า “ผิดจากที่คาดไว้ตอนแรก” จนเกิดเป็นความรู้สึกขัดใจอยู่ประมาณหนึ่ง แต่พอถึงฉากจบ เราก็ยังรู้สึกว่าเกมนี้กล้าพอที่จะพาเนื้อเรื่องไปในทิศทางของตัวเองอย่างแท้จริง

งานภาพ งานเสียง และบรรยากาศที่พาเราจมดิ่งลงไปในโลกของเกม

   พูดได้เต็มปากว่า Clair Obscur: Expedition 33 คือเกมที่ “มีสไตล์” น่าจดจำที่สุดเกมหนึ่งในปีนี้ ด้วยสไตล์ศิลป์ที่ดูเหมือนหลุดมาจากภาพวาดแนว Impressionist ผสมความดาร์กแบบ Surreal และเพลงประกอบที่เสมือนกล่อมเราให้หลงทางในฝันร้ายของโลกใบนี้อย่างสง่างาม ฉากหลายฉากคือ "ความงามในความเศร้า" เสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้แค่สร้างบรรยากาศ แต่มันบีบคั้นหัวใจ เค้นน้ำตาของเราออกมาแบบไม่ประนีประนอม

ศิลปะการต่อสู้แบบ Turn-Based ผสม Action ที่นำเสนอได้อย่างเพลิดเพลิน

   แม้จะดูราวกับเกมที่เน้นทางด้านศิลป์และศาสตร์การเรื่องเล่า ทว่า Clair Obscur: Expedition 33 กลับเป็นหนึ่งในเกม Turn-Based RPG ที่มีระบบการต่อสู้เข้มข้นที่สุดเกมหนึ่งในรอบหลายปี โดยตัวเกมได้ผสมผสานกลไกการเล่นแบบคลาสสิกของแนว Turn-Based เข้ากับระบบต่อสู้แบบแอ็กชัน Real-Time ได้อย่างลงตัว

   การต่อสู้ของเกมนี้เต็มไปด้วย “การมีส่วนร่วม” ผู้เล่นต้องกด Quick Time Event ให้เป๊ะ Dodge ให้ไว Parry ให้แม่นเพื่อชิงจังหวะโต้กลับที่ทรงพลัง โดยที่ระบบหลักของการต่อสู้คือการเลือกคำสั่งโจมตี เลือกใช้สกิล และการใช้ไอเทมแบบ Turn-Based ปกติ

   ในช่วงแรกของการเล่น เราจะรู้สึกได้ว่าทุกตัวละครมีบทบาทการเล่นเฉพาะของตัวเอง มีสกิลที่เล่นร่วมกันได้อย่างมีจังหวะ เสริมสร้างคอมโบระหว่างกันได้ดี ผู้เล่นสามารถปูทางคอมโบด้วยการใช้สกิลจากตัวละครหนึ่ง ต่อยอดไปอีกตัวละครหนึ่ง สร้างเป็นคอมโบระหว่างกันตามที่กลยุทธ์ที่เราคิดไว้ นำไปสู่ผลลัพธ์ในการคว้าชัยที่น่าพึงพอใจ เมื่อผนวกเข้ากับกลไกการเล่นของแต่ละตัวละครที่แตกต่างกันในทุกตัว ก็ยิ่งทำให้การคิดคอมโบประสานระหว่างทีมของเรานั้นเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

   แม้ช่วงท้ายของการเล่น เกมจะเปลี่ยนไปเน้นการจัดบิลด์ด้วย Pictos และ Lumina (ระบบติดตั้งสกิลเสริมติดตัว) จนส่งผลให้ตัวละครสามารถเก่งได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคอมโบของเพื่อนร่วมทีมมากนัก แต่ในอีกมุม มันก็เปิดโอกาสให้เราสร้างตัวละครที่ทรงพลังได้อย่างน่าพอใจ ใช้เวลาหลายสิบชั่วโมงในการหาหนทางปลุกปั้นตัวละครที่เราชื่นชอบให้เก่งที่สุด และเมื่อมองภาพรวมของระบบการทำบิลด์ตัวละครและการสร้างคอมโบทั้งหมด ก็ถือว่าเกมนี้ทำออกมาได้สนุกเพลิดเพลิน ขาดเพียงแค่ชั้นเชิงในการทำสมดุลช่วงท้ายเกมให้เหมาะสมกับกลไกของบอสลับแต่ละตัวที่ถูกนำเสนอให้เราได้ต่อสู้กัน 

เกมที่พร้อมให้คุณ “ใช้เวลา” และ “ลงทุน” กับมันอย่างเต็มที่

   แม้เกมจะมีเส้นทางหลักที่ชัดเจน แต่เมื่อคุณเริ่มออกสำรวจนอกเส้นทาง คุณจะพบว่าเกมนี้ “ให้รางวัล” กับคนที่กล้าหลงทาง

   การสำรวจมักนำไปสู่ของล้ำค่า บอสลับ หรือเนื้อหาเสริมที่ชวนให้คุณเข้าใจโลกของเกมมากขึ้น คอนเทนต์หลังจบเกมก็มีให้เล่นไม่น้อย และมันไม่ใช่คอนเทนต์ที่ "แถมมาเฉย ๆ" แต่คือความท้าทายที่แท้จริงและความเข้าใจที่นำพาเราดำดิ่งสู่โลกใบนี้มากขึ้น

   เนื้อเรื่องเสริมของแต่ละตัวละคร ก็นำเสนอได้ดี มีทั้งโมเมนต์อบอุ่น ซึ้งกินใจ และช่วยให้คุณเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึง “ยอมสละทุกอย่าง” เพื่อภารกิจนี้

และแน่นอน... ไม่มีเกมไหนสมบูรณ์แบบ

   แม้จะเชยชมและยกยอตัวเกมมามาก แต่ Clair Obscur: Expedition 33 ก็มีจุดยืนบางส่วนที่ยังขัดใจตัวผู้เขียนรีวิวอยู่บ้าง เช่น มุมกล้องบางช่วงที่แอบดูยากจน Parry หรือ Dodge ได้ยากกว่าปกติ แผนที่ที่บางทีก็พาหลงจนต้องเดินวนไปวนมา หรือระบบ QOL บางอย่างที่หากมีก็คงดีกว่านี้ เช่น การกดซื้อไอเทมทีละเยอะ ๆ หรือหากมีจุดวาร์ปบน World Map ให้ก็คงสะดวกสบายขึ้น เป็นต้น

   และแม้ประสิทธิภาพโดยรวมของเกมจะนิ่งประมาณหนึ่ง แต่ตัวผู้เขียนรีวิวเองก็ยังเจอบั๊กที่ทำให้ไปต่อไม่ได้ หล่นร่วงลงไปใต้แผนที่โลกกลายเป็นฉากดำ หาทางกลับขึ้นมาไม่ได้อยู่ 1-2 ครั้ง จนต้องแก้ปัญหาด้วยการย้อนโหลดเซฟที่ถูกบันทึกไว้ก่อนหน้า ซึ่งบางครั้งก็ต้องย้อนไปเป็นชั่วโมงถึงจะแก้ไขได้ ทำให้มีขัดใจอยู่บ้างเล็กน้อย

   แต่ถ้าชั่งน้ำหนักกันจริง ๆ สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวถึงไปทั้งหมด ก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาพรวมที่ตัวเกมส่งมอบความสนุกให้กับเราอย่างเต็มที่

สรุป

   Clair Obscur: Expedition 33 คือเกมที่ดึงเราเข้าไปยังโลกที่ไม่อยากปล่อยให้เราออกมา เกมที่พูดเรื่องความตาย... แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิต เกมที่พูดถึงโชคชะตา... แต่ให้เรารู้สึกว่า เรายังมีทางเลือก เกมนี้มอบประสบการณ์ที่ “เปลี่ยนบางอย่าง” ในใจสังคมนักเล่นเกม โดยเฉพาะผู้ที่เล่นเกม Turn-Based เป็นสารตั้งต้นที่น่าจับตามองว่าจะถูกต่อยอดไปสู่เกมใดต่อไป

   Clair Obscur: Expedition 33 ผสมผสานระบบการต่อสู้ที่น่าจดจำ เนื้อเรื่องที่ลึกซึ้ง ตัวละครที่มีเอกลักษณ์ งานภาพ และดนตรีที่ยอดเยี่ยม ถือเป็นเกมที่ทางทีมงาน Game’s On ยกให้ว่าเป็นเกมที่ควรค่าแก่การเล่น ถือเป็นหนึ่งในเกม RPG ที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ยกให้กลายเป็นเกมในดวงใจอย่างไม่ลังเล

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Clair Obscur: Expedition 33
PCPlayStation 5Xbox Series X/S

Clair Obscur: Expedition 33

เกมแนวสวมบทบาทแบบเทิร์นเบสที่พัฒนาโดย Sandfall Interactive และจัดจำหน่ายโดย Kepler Interactive ตัวเกมผสมผสานการต่อสู้แบบเทิร์นเบสเข้ากับกลไกเรียลไทม์อันน่าตื่นเต้น พร้อมนำเสนอโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฝรั่งเศสยุค Belle Époque อันงดงาม ผู้เล่นจะได้นำทีมนักเดินทาง Expedition 33 ออกผจญภัยเพื่อหยุดยั้งจิตรกร Paintress ผู้ชั่วร้าย ก่อนที่เธอจะปลดปล่อยความตายสู่โลกอีกครั้ง

Release Date

24 เม.ย. 2025


Game's On

9.5

ข้อดี

ระบบต่อสู้ที่ท้าทายไม่จำเจ

ภาพสวยเกินต้าน เนื้อเรื่องกินใจ เพลงประกอบชั้นเลิศ

ตัวละครน่าจำจดมีเอกลักษณ์ทั้งในเนื้อเรื่องและกลไกการเล่น

เนื้อเรื่องนำเสนอได้อย่างทรงพลัง

ข้อสังเกต

มีบั๊กบ้างเล็กน้อย เช่น ตกลงไปด้านล่างแผนที่

ระบบบางส่วนปรับปรุง QOL ให้ดีกว่านี้ได้

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In