Games On

Home

Review

รีวิว Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties

รีวิว Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties

การกลับมาของ Yakuza 3 ในฉบับรีเมก สู่โฉมใหม่ Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันในบทความรีวิวเกมฉบับนี้ได้เลย

10 ก.พ. 2026·2 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Game's On - Facebook

   หากจะพูดถึงซีรีส์เกมที่ทรงอิทธิพลที่สุดเกมหนึ่งของ SEGA และ Ryu Ga Gotoku Studio คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของยากูซ่า (หรือ Like a Dragon ในปัจจุบัน) จะต้องถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ และในปี 2026 นี้เราก็ได้เห็นการกลับมาอีกครั้งของ Yakuza 3 ในรูปแบบการรีเมคเต็มตัวภายใต้ชื่อ Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties 

   สำหรับการรีวิวในครั้งนี้ ทางทีมงาน Game's On จะขอนำเสนอในมุมมองที่แตกต่างออกไป เนื่องจากผู้เขียนเองไม่เคยสัมผัสตัวเกมภาคต้นฉบับในปี 2009 หรือเวอร์ชัน Remastered มาก่อน ดังนั้น บทความนี้จึงจะเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่ที่ได้ก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งโอกินาว่าผ่านสายตาของตัวผู้เขียนในปัจจุบันโดยตรง

   หมายเหตุ: รีวิวนี้ตัวผู้เขียนรีวิวบน PC ผ่าน Steam และขอขอบคุณที่ทาง SEGA ได้ส่งมอบโค้ดเกมมาให้พวกเรารีวิวไว้ ณ โอกาสนี้

ปฐมบทมังกรหน้าใหม่ สะพานเชื่อมโยงความทรงจำ

   สิ่งแรกที่น่าประทับใจสำหรับผู้เล่นที่เพิ่งมาติดตามซีรีส์ในภาคหลัง ๆ (เช่นตัวผู้เขียน ที่เพิ่งมาเริ่มเล่นจาก Like a Dragon: Ishin! แล้วค่อย ๆ ไล่เรียงหลังจากภาคดังกล่าวไปเรื่อย ๆ) คือการที่ตัวเกมใส่ระบบสรุปเนื้อเรื่องภาค 1 และ 2 มาให้เลือกชมตั้งแต่ช่วงต้นเกม เราสามารถเลือกดูแยกภาคได้ ซึ่งหากดูการสรุปเนื้อเรื่องทั้ง 2 ภาค ก็จะมีความยาวเกือบหนึ่งชั่วโมง แม้มันจะดูนานไปสักนิด แต่สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องราวความสัมพันธ์และความโกลาหลที่ส่งผลมาถึงภาคนี้ การนั่งย้อนดูสรุปตรงนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีและเป็นประโยชน์มาก เพราะเราจะได้ทราบถึงแรงจูงใจของ Kazuma Kiryu ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปหาอ่านบทสรุปจากข้างนอก

   เนื้อเรื่องในภาคนี้พาเราออกห่างจากแสงสีของ Kamurocho ไปสู่ความสงบเงียบของเกาะโอกินาว่า เราจะได้เห็น Kiryu ในบทบาท "คุณพ่อ" ผู้ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า Morning Glory บรรยากาศในช่วงแรกของเกม จึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการแก้ปัญหาภายในครอบครัว ซึ่งถือเป็นความแตกต่างที่ชัดเจนมากเมื่อเทียบกับความโหดร้ายของโลกยากูซ่าที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเขาในเวลาต่อมา

ความงามที่มาพร้อมข้อสังเกตในปี 2026

   ในแง่ของงานภาพและเสียง การพากย์ญี่ปุ่นยังคงรักษามาตรฐานระดับพระกาฬไว้ได้เหมือนเดิม อารมณ์ของตัวละครถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านเสียงของเหล่านักพากย์ที่ใส่อารมณ์กันมาอย่างเต็มที่ ทว่าในส่วนของงานกราฟิกนั้น ผู้เขียนพบว่ามันมีความลักลั่นอยู่บ้าง ในขณะที่เมือง Okinawa และ Kamurocho ดูสวยงามและมีชีวิตชีวา

   แต่คัตซีนบางส่วนกลับแสดงพื้นผิว (Texture) ที่ดูแปลกตา บางคัตซีนปรากฏภาพที่ดูแบนและไร้มิติ (ไม่ได้เป็นทุกฉาก) ซึ่งจุดนี้อาจจะขัดใจผู้เล่นที่คาดหวังความเนียนอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมส่วนใหญ่ก็ยังถือว่าดูดีและสอบผ่านมาตรฐานเกม Like a Dragon ในยุคหลัง

ระบบต่อสู้ที่สนุกขึ้น แต่แฝงความประหลาดในสไตล์ Ryukyu

   การต่อสู้ในภาคนี้เป็นแนวแอ็กชัน Beat'em Up ที่ถูกปรับให้ลื่นไหลและรวดเร็ว ลดปัญหาเรื่องศัตรูเอาแต่ป้องกัน ส่วนจุดเด่นสำคัญของภาคนี้ คือการต่อสู้ที่ถูกเรียกว่า "Ryukyu Style" ซึ่งเน้นการใช้อาวุธหลากหลายแบบที่ Kiryu สามารถหยิบออกมาใช้ได้ทันที แม้ในแง่ความสมจริงมันจะดูแปลกพิลึกที่อาวุธนานาชนิดถูกดึงออกมาจากความว่างเปล่า แต่ในแง่ของความสนุกมันกลับช่วยสร้างความหลากหลายในการจัดการศัตรูได้อย่างดีเยี่ยม เพราะการต่อสู้ด้วยสไตล์ Ryukyu Style สามารถประยุกต์เพื่อโต้ตอบกับศัตรูได้แทบทุกสถานการณ์ มีท่าที่ควงโซ่ที่สามารถจัดการศัตรูรอบตัวจำนวนมากได้ มีทอนฟา/กระบองสองท่อนที่ใช้จัดการศัตรูแบบ 1 ต่อ 1 ได้ และยังมีอาวุธประเภทอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถเลือกกดท่าคอมโบได้ตามสถานการณ์ (นอกจาก Ryukyu Style แล้ว ก็มีโหมดการต่อสู้ตามสไตล์เดินหน้าออกหมัดซัดสิบทิศในแบบของคิริวดั้งเดิมอยู่ด้วย)

มินิเกมและโทรศัพท์ฝาพับสุดทรงเสน่ห์

   กิจกรรมเสริมในภาคนี้ยังคงอัดแน่นตามสไตล์เกมตระกูลยากูซ่า ไม่ว่าจะเป็นการแทงพูล ไพ่นกกระจอก โยนโบว์ลิ่ง ปาลูกดอก และอื่น ๆ รวมไปถึงมินิเกมที่จะให้คิริวเพิ่มความผูกพันธ์กับเด็ก ๆ

   มินิเกมของคิริวในฐานะผู้ดูแลบ้านเด็กกำพร้านั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารตามสไตล์คุณพ่อมือใหม่ การปลูกพืช การช่วยเด็ก ๆ ทำการบ้านต่าง ๆ ทั้งสอนหนังสือหรือเย็บปักถักร้อย ถือเป็นระบบการเล่นอีกส่วนที่เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องได้อย่างดี

   แต่ที่ปั่นประสาทและเพลินมือที่สุดคือการแต่งโทรศัพท์มือถือฝาพับที่เพลินอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเราสามารถเดินเก็บของสะสมต่าง ๆ ตามฉากแล้วรับของรางวัลเพื่อตกแต่งโทรศัพท์ได้ ทำให้เรามีจุดหมายในการเดินสำรวจแผนที่ 

   นอกจากนี้ ภายในเกมก็ยังมี GameGear ของ SEGA ให้เราได้เล่นเกมเก่า ๆ จริง ๆ ใครที่เป็นแฟนคลับของค่าย SEGA ก็จะรู้ดีว่าเกมเก่าที่ได้เล่นในเกมยากูซ่าแต่ละภาคนั้นเพลินขนาดไหน

   ส่วนระบบ Bad Boy Dragon คือคอนเทนต์การต่อสู้เป็นทีมในรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้คิริวสวมบทหัวหน้าแก๊งนักซิ่ง และร่วมมือกับกลุ่มสาว ๆ จากโอกินาว่า พวกเธอเรียกตัวเองว่า “Haisai Girls” เพื่อปกป้องเมืองและผู้คนจากกลุ่มอันธพาลตัวร้ายอย่าง “Tokyo Night Terrors” ซึ่งสร้างความวุ่นวายไปทั่ว โดยคิริวจะเข้ามามีบทบาทในฐานะประธานทีม คอยชี้นำ รวบรวม และฝึกฝนพรรคพวก ผลักดัน Haisai Girls ให้ก้าวขึ้นเป็นทีมเลดี้ที่แข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่น 

   ระบบการต่อสู้ของ Bad Boy Dragon ออกแบบมาให้มีความหลากหลาย ทั้งการต่อสู้ขนาดเล็กแบบ Baddies Battle ที่จัดทีมด้วยสมาชิกเพียง 5 คน ไปจนถึงศึกขนาดใหญ่อย่าง Rumbles ที่ต้องส่งพรรคพวกลงสนามพร้อมกันสูงสุดถึง 20 คน ซึ่งการต่อสู้บางรูปแบบจะเน้นการวางแผนกลยุทธ์ด้วย เช่น การขี่มอเตอร์ไซค์บุกยึดฐานศัตรูในสังเวียนขนาดใหญ่ เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สัมผัสการต่อสู้ที่ผสมผสานแอ็กชัน ความมัน และการวางแผนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

   แม้ธีมและการปรับแต่งของ Bad Boy Dragon จะทำออกมาได้เท่และน่าสนใจในช่วงแรก แต่ต้องยอมรับว่าระบบการต่อสู้ในโหมดนี้แอบซ้ำซากจำเจไปสักหน่อย รูปแบบการต่อสู้ และรูปแบบการช่วยเหลือผู้คนก็ซ้ำ ๆ เหมือน ๆ กันไปแทบจะทั้งหมด และสิ่งที่ตัวผู้เขียนเสียดายเล็กน้อย คือการที่ระบบต่อสู้ด้วยมอเตอร์ไซค์ ก็เป็นแค่การขี่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งมอเตอร์ไซค์ของเราจะขี่สไลด์ทำดาเมจได้ แต่ไม่ได้มีการต่อสู้บนมอเตอร์ไซค์แบบจริง ๆ จัง ๆ ถ้าในภาคอื่น ๆ สามารถต่อยอดให้เป็นระบบการต่อสู้บนรถมอเตอร์ไซค์แบบจริง ๆ จัง ๆ ได้ ตัวผู้เขียนจะดีใจมาก

Dark Ties เมื่อเหรียญอีกด้านเริ่มหมุน

   ในส่วนของเนื้อหาเสริม Dark Ties เราจะได้สวมบทบาทเป็น Yoshitaka Mine นักธุรกิจเลือดเย็นที่ต้องการไต่เต้าเข้าสู่อำนาจในโลกยากูซ่า ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ของพระเอกทุกคนในซีรีส์อย่างสิ้นเชิง แม้เนื้อหาในพาร์ทนี้จะสั้นกว่าที่คาดไว้มาก แต่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับเรื่องราวของฝั่ง Mine นั้นสนุกไม่น้อย

   การต่อสู้ของ Mine ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจาก Kiryu อยู่ประมาณหนึ่ง เพราะระบบต่อสู้ของฝั่ง Mine จะมีความลื่นไหลและรวดเร็วในสไตล์ Boxing พร้อมด้วยการคอมโบการกระโดดเตะและดีดตัวโจมตีต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าทำออกมาได้สนุก 

   อีกจุดที่ตัวผู้เขียนชื่นชอบจากเนื้อหาฝั่ง Dark Ties ก็คือคอนเทนต์ที่พาผู้เล่นเข้าสู่โลกมืดของสโมสรต่อสู้ใต้ดิน Hell’s Arena ในคามุโรโจ สถานที่ซึ่งเหล่า VIP ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อชมการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต มีทั้งการแข่งขันบนสังเวียนแบบตัวต่อตัวใน Brawl Hell และการเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนใต้ดินสุดโหดอย่าง Survival Hell ซึ่งโหมด Survival Hell ที่แนว Roguelike ถือว่าสนุกอยู่พอสมควร 

   Survival Hell คือดันเจี้ยนใต้ดินที่เต็มไปด้วยสมบัติ คัมภีร์แห่งพร อาวุธพิเศษ และทหารรับจ้างที่สามารถว่าจ้างมาร่วมสู้กับเราได้ โดยความท้าทายสูงสุดของดันเจี้ยนนี้นั้นรออยู่ที่ปลายทาง เมื่อผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับ “มาสเตอร์คีปเปอร์” ฮันเตอร์ระดับหัวกะทิทั้ง 7 คน ผู้สวมหน้ากากสัตว์และมีสไตล์การต่อสู้เฉพาะตัว การเอาชนะพวกเขาคือบทพิสูจน์สุดโหดที่เราต้องเผชิญ

   ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของเนื้อหาในส่วนของ Dark Ties คือระบบ Kanda Damage Control ที่บังคับให้เราต้องทำภารกิจย่อยเพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงให้คู่หูอย่าง Kanda ซึ่งมีทั้งการช่วยเหลือคนและมินิเกมต่าง ๆ (เช่น ร้องเพลง Baka Mitai หรือคีบตุ๊กตา) ซึ่งบางครั้งมันดูขัดกับอารมณ์เคร่งขรึมของ Mine และแอบรู้สึกว่าเป็นภารกิจคั่นเวลาแอบน่าเบื่อเล็กน้อย

ความสนุกที่คงมาตรฐาน แม้จะมีแผลประปราย

   Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties คือเกมที่มอบประสบการณ์ได้ครบถ้วน ทั้งดราม่าครอบครัวที่กินใจและการต่อสู้ที่ดุเดือด แม้จะมีประเด็นดราม่าเรื่องข่าวอื้อฉาวของตัวนักแสดง หรือมีจุดสังเกตที่งานภาพบางส่วนดูแปลกตา แต่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ภาคนี้คือการเดินทางที่คุ้มค่าและช่วยเติมเต็มช่องว่างของจักรวาล Like a Dragon ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนเกมยากูซ่าไม่ควรพลาด

   Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 บนแพลตฟอร์ม PlayStation 5, PlayStation 4, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S และ PC (Steam)

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties
Nintendo Switch 2PCPlayStation 5Xbox Series X/S

Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties

อีกหนึ่งเกมจากจักรวาล Yakuza ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และเพิ่มเติมเนื้อหาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กับภาค Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties ที่เป็นการรีเมกจากภาคคลาสสิกที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2009 พร้อมกับนำเสนอส่วนของ Dark Ties เนื้อหาใหม่ที่มีเรื่องราวออริจินัลเต็มรูปแบบ

Release Date

11 ก.พ. 2026


Game's On

7.5

ข้อดี

ระบบต่อสู้ที่รวดเร็ว ลื่นไหล และสไตล์การสู้ของ Mine ที่สนุกมาก

เนื้อเรื่องช่วงโอกินาว่าที่ลึกซึ้งและเน้นความผูกพันของครอบครัว

โหมด Survival Hell ที่มอบความสนุกสไตล์ Roguelike ได้อย่างยอดเยี่ยม

มินิเกมเพลิดเพลินตามสไตล์ยากูซ่า

เสียงพากย์ งานภาพ เนื้อเรื่อง ดีตามมาตรฐานเกมยากูซ่า

ข้อสังเกต

งานภาพ Texture ในบางคัตซีนดูขาดมิติ

ภารกิจคั่นเวลาในพาร์ทของ Mine ค่อนข้างน่าเบื่อ

โหมด Bad Boy Dragon ค่อนข้างจำเจ

เนื้อหาพาร์ท Dark Ties ค่อนข้างสั้น

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In