รีวิว Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name
รีวิว Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name
บทความรีวิวเกม Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name กับการหวนคืนสู่เรื่องราวของ Kazuma Kiryu ในภาค Spin-off ที่เสริมเรื่องราวที่ขาดหายไปจากภาคหลัก และปูทางสู่ภาคต่อไปได้อย่างซึ้งกินใจจนน้ำตาลูกผู้ชายต้องหลั่งริน
ㅤแม้เกมตระกูล Yakuza จะถูกเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Like a Dragon และเปลี่ยนแนวทางของ “เกมภาคหลัก” ไปสู่แนวเทิร์นเบส พร้อมนำเสนอพระเอกคนใหม่อย่าง Ichiban Kazuga ใน Yakuza: Like a Dragon แต่หากกล่าวถึงชื่อของตัวละครเอกอย่าง Kazuma Kiryu ผู้คนก็มักจะนึกถึงเรื่องราวสุดดราม่าที่เดินทางผ่านกาลเวลาด้วยการออกหมัดซัดหน้าแบบลูกผู้ชายในสไตล์ของเกมแอ็กชัน Beat ’em Up ที่ดุเดือดถึงใจ และเป็นผู้ที่อยู่คู่บุญคู่จักรวาลเกม Yakuza มาเนิ่นนานกว่า 18 ปี จนกลายเป็นที่รักของแฟนเกมไปโดยปริยาย
ㅤซึ่งภาคหลักภาคต่อไปใช้ชื่อว่า Like a Dragon: Infinite Wealth เตรียมปล่อยออกมาให้เล่นในวันที่ 26 มกราคม 2024 ทว่าในระหว่างที่แฟนเกมกำลังรอคอยภาคหลักภาคต่อไปกันอยู่ ทาง SEGA และ Ryu Ga Gotoku Studio ก็ได้ส่งเกมภาค Spin-off อย่าง Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ออกมาคั่นเวลาให้แฟนเกมได้หายคิดถึงกันเสียก่อน
ㅤและหลังจากที่ตัวผู้เขียนได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ไปกว่า 25 ชั่วโมง ก็สามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า “นี่มันยิ่งกว่าภาค Spin-off ธรรมดาเสียอีก” เพราะนี่คือการหวนคืนสู่เรื่องราวของ Kazuma Kiryu หลังจาก Yakuza 6: The Song of Life และเสริมเรื่องราวบางส่วนที่ขาดหายไปจาก Yakuza: Like a Dragon พร้อมทั้งเป็นตัวเชื่อมและปูทางสู่ Like a Dragon: Infinite Wealth ที่ซึ้งกินใจจนน้ำตาลูกผู้ชายต้องหลั่งริน
Story • เนื้อเรื่อง
ㅤสำหรับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name เป็นเรื่องราวของ Kazuma Kiryu หลังจากเรื่องราวในภาค Yakuza 6: The Song of Life เนื้อเรื่องในภาคนี้จะกล่าวถึง Kazuma Kiryu ที่จงใจทำให้เหมือนกับว่าตัวเองนั้นตายจากโลกนี้ไปแล้ว การกระทำนี้เกิดขึ้นเพราะ Kiryu ต้องการจะปกป้องเหล่าผู้คนที่เขารัก
ㅤนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ได้นำเสนอเรื่องราวสุดดราม่าน่าติดตามในแบบฉบับของเกม Yakuza ออกมาให้แฟนเกมได้สัมผัส ยิ่งตอกย้ำว่า “ชั้นเชิงการเล่าเรื่อง” คือจุดเด่นของเกมตระกูล Yakuza อย่างแท้จริง
ㅤและหากคุณเป็นคนที่ติดตามเกมตระกูล Yakuza และผูกพันกับ Kazuma Kiryu มาอย่างยาวนาน ตัวผู้เขียนเชื่อได้อย่างสนิทใจเลยว่าในช่วงท้ายของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name แฟนเกมตระกูล Yakuza จะต้องหลั่งน้ำตาให้กับเรื่องราวของ Kazuma Kiryu ที่เราติดตามมาเนิ่นนานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
ㅤอีกทั้งในฉากจบก็ตอบข้อสงสัยได้เป็นอย่างดีว่าเหตุใด Kazuma Kiryu ถึงได้ไปอยู่ที่ Hawaii ใน Like a Dragon: Infinite Wealth นี่จึงถือเป็นภาค Spin-off ที่เสริมเรื่องราวที่ขาดหายไปจากภาคหลัก และปูทางสู่ภาคหลักภาคต่อไปได้อย่างซึ้งกินใจ
Design • งานออกแบบ
ㅤงานออกแบบของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ทั้งในด้านงานภาพ งานเสียง การออกแบบฉาก การออกแบบระบบต่าง ๆ และอื่น ๆ ยังคงทำได้ตามมาตรฐานของเกมตระกูล Yakuza เป็นอย่างดี ทว่าจุดที่โดดเด่นขึ้นกว่าภาคก่อนคืองานภาพที่ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการจัดแสงเงาที่โทนสีของงานภาพออกไปทางเข้มขึ้น ให้ความรู้สึกจริงจัง ดูหมองหม่นเข้ากับเรื่องราวความโดดเดี่ยวที่ Kiryu ต้องเผชิญอยู่เป็นอย่างดี
ㅤสำหรับการออกแบบแผนที่ของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ผู้เล่นจะได้ออกสำรวจพื้นที่กว้างของเกมอยู่หลัก ๆ สองแห่ง คือ Sotenbori และ Castle ซึ่งเป็นสองสถานที่หลักของเนื้อเรื่องภาคนี้ โดยย่าน Sotenbori เป็นย่านเริงรมย์ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยแสงสีและสถานที่ผ่อนคลาย (มินิเกม) มากมาย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ภารกิจเนื้อเรื่องรองทั้งหลายดำเนินไปด้วย
ㅤอย่างที่กล่าวไปว่าเกมตระกูล Yakuza ได้ใช้ชื่อใหม่ในนาม Like a Dragon และเลือกที่จะเปลี่ยนแนวทางของเกมภาคหลักไปเป็นเกมแนวเทิร์นเบส RPG แบบเต็มตัว ทว่าความคลาสสิคในสไตล์ออกหมัดซัดหน้าแบบ Beat 'em up ของ Yakuza คือสิ่งที่แฟนเกมตระกูลนี้ยังคงชื่นชอบและใฝ่หาเสมอมา และใน Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ก็ตอบโจทย์แฟนเกมที่อยากได้เกมแอ็กชันแบบเดิมอยู่พอดี
ㅤแม้ระบบหลักของเกมอาจมีข้อสังเกตให้เห็นเยอะ ทว่าความสนุกที่ตัวผู้เขียนชื่นชอบอย่างถึงที่สุดใน Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name คือ “มินิเกม” มากมายที่สนุกจนต้องขอใช้คำว่า “โคตรของโคตรสนุก” เล่นจนลืมวันลืมคืนไปเลย เพราะตัวผู้เขียนใช้เวลาเล่นเนื้อเรื่องหลักราว ๆ 10 ชั่วโมงนิด ๆ ทว่าตอนที่เล่นจบ เซฟบันทึกเกมบ่งบอกเวลาว่าตัวผู้เขียนใช้เวลาเล่นไปแล้ว 30 ชั่วโมง หมายความว่าตัวผู้เขียนใช้เวลากับมินิเกมไปกว่า 20 ชั่วโมงเลยน่ะสิ!
ㅤมินิเกมของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name มีให้เล่นมากมาย ทั้งร้องคาราโอเกะ, จีบสาวในบาร์, หมากรุกญี่ปุ่น, แทงสนุกเกอร์, ปาเป้า, ตีกอล์ฟ, เล่นเกมจากตู้เกม Arcade หรือเครื่องเกมเก่า, ตู้คีบตุ๊กตา และอื่น ๆ อีกมากมายที่พาเสียเวลาได้เป็นวัน ๆ
ㅤสำหรับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ตัวผู้เขียนเล่นเกมนี้บน PC โดยปรับภาพความละเอียดอยู่ที่ 2560 x 1440 ตั้งค่าล็อกเฟรมเรตไว้ที่ 60 fps และปรับตั้งค่ากราฟิกในระดับ High ซึ่งตลอดการเล่นตัวผู้เขียนไม่พบปัญหาเฟรมเรตดรอป เกมล่ม หรือบั๊กใด ๆ เลย นับว่าตัวเกมมีประสิทธิภาพที่ดีมาก
เกมแอ็กชันผจญภัยสไตล์ Beat’em Up ที่เป็นภาค Spin-off ของเกมซีรีส์ Like a Dragon ตัวเกมจะเพ่งความสนใจไปที่ Kazuma Kiryu ผู้ที่ออกเดินทางไปยังโอซาก้าและโยโกฮาม่าโดยปิดบังตัวตนของตัวเองไว้ เนื้อเรื่องของตัวเกมจะอยู่ระหว่างภาค Yakuza 6: The Song of Life, Yakuza: Lika a Dragon และ Like a Dragon: Infinite Wealth โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kiryu ออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และคอยจัดการกับปัญหาและทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
เกมแอ็กชันผจญภัยสไตล์ Beat’em Up ที่เป็นภาค Spin-off ของเกมซีรีส์ Like a Dragon ตัวเกมจะเพ่งความสนใจไปที่ Kazuma Kiryu ผู้ที่ออกเดินทางไปยังโอซาก้าและโยโกฮาม่าโดยปิดบังตัวตนของตัวเองไว้ เนื้อเรื่องของตัวเกมจะอยู่ระหว่างภาค Yakuza 6: The Song of Life, Yakuza: Lika a Dragon และ Like a Dragon: Infinite Wealth โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kiryu ออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และคอยจัดการกับปัญหาและทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
รีวิว Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name
รีวิว Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name
บทความรีวิวเกม Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name กับการหวนคืนสู่เรื่องราวของ Kazuma Kiryu ในภาค Spin-off ที่เสริมเรื่องราวที่ขาดหายไปจากภาคหลัก และปูทางสู่ภาคต่อไปได้อย่างซึ้งกินใจจนน้ำตาลูกผู้ชายต้องหลั่งริน
ㅤแม้เกมตระกูล Yakuza จะถูกเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Like a Dragon และเปลี่ยนแนวทางของ “เกมภาคหลัก” ไปสู่แนวเทิร์นเบส พร้อมนำเสนอพระเอกคนใหม่อย่าง Ichiban Kazuga ใน Yakuza: Like a Dragon แต่หากกล่าวถึงชื่อของตัวละครเอกอย่าง Kazuma Kiryu ผู้คนก็มักจะนึกถึงเรื่องราวสุดดราม่าที่เดินทางผ่านกาลเวลาด้วยการออกหมัดซัดหน้าแบบลูกผู้ชายในสไตล์ของเกมแอ็กชัน Beat ’em Up ที่ดุเดือดถึงใจ และเป็นผู้ที่อยู่คู่บุญคู่จักรวาลเกม Yakuza มาเนิ่นนานกว่า 18 ปี จนกลายเป็นที่รักของแฟนเกมไปโดยปริยาย
ㅤซึ่งภาคหลักภาคต่อไปใช้ชื่อว่า Like a Dragon: Infinite Wealth เตรียมปล่อยออกมาให้เล่นในวันที่ 26 มกราคม 2024 ทว่าในระหว่างที่แฟนเกมกำลังรอคอยภาคหลักภาคต่อไปกันอยู่ ทาง SEGA และ Ryu Ga Gotoku Studio ก็ได้ส่งเกมภาค Spin-off อย่าง Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ออกมาคั่นเวลาให้แฟนเกมได้หายคิดถึงกันเสียก่อน
ㅤและหลังจากที่ตัวผู้เขียนได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ไปกว่า 25 ชั่วโมง ก็สามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า “นี่มันยิ่งกว่าภาค Spin-off ธรรมดาเสียอีก” เพราะนี่คือการหวนคืนสู่เรื่องราวของ Kazuma Kiryu หลังจาก Yakuza 6: The Song of Life และเสริมเรื่องราวบางส่วนที่ขาดหายไปจาก Yakuza: Like a Dragon พร้อมทั้งเป็นตัวเชื่อมและปูทางสู่ Like a Dragon: Infinite Wealth ที่ซึ้งกินใจจนน้ำตาลูกผู้ชายต้องหลั่งริน
Story • เนื้อเรื่อง
ㅤสำหรับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name เป็นเรื่องราวของ Kazuma Kiryu หลังจากเรื่องราวในภาค Yakuza 6: The Song of Life เนื้อเรื่องในภาคนี้จะกล่าวถึง Kazuma Kiryu ที่จงใจทำให้เหมือนกับว่าตัวเองนั้นตายจากโลกนี้ไปแล้ว การกระทำนี้เกิดขึ้นเพราะ Kiryu ต้องการจะปกป้องเหล่าผู้คนที่เขารัก
ㅤนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ได้นำเสนอเรื่องราวสุดดราม่าน่าติดตามในแบบฉบับของเกม Yakuza ออกมาให้แฟนเกมได้สัมผัส ยิ่งตอกย้ำว่า “ชั้นเชิงการเล่าเรื่อง” คือจุดเด่นของเกมตระกูล Yakuza อย่างแท้จริง
ㅤและหากคุณเป็นคนที่ติดตามเกมตระกูล Yakuza และผูกพันกับ Kazuma Kiryu มาอย่างยาวนาน ตัวผู้เขียนเชื่อได้อย่างสนิทใจเลยว่าในช่วงท้ายของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name แฟนเกมตระกูล Yakuza จะต้องหลั่งน้ำตาให้กับเรื่องราวของ Kazuma Kiryu ที่เราติดตามมาเนิ่นนานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
ㅤอีกทั้งในฉากจบก็ตอบข้อสงสัยได้เป็นอย่างดีว่าเหตุใด Kazuma Kiryu ถึงได้ไปอยู่ที่ Hawaii ใน Like a Dragon: Infinite Wealth นี่จึงถือเป็นภาค Spin-off ที่เสริมเรื่องราวที่ขาดหายไปจากภาคหลัก และปูทางสู่ภาคหลักภาคต่อไปได้อย่างซึ้งกินใจ
Design • งานออกแบบ
ㅤงานออกแบบของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ทั้งในด้านงานภาพ งานเสียง การออกแบบฉาก การออกแบบระบบต่าง ๆ และอื่น ๆ ยังคงทำได้ตามมาตรฐานของเกมตระกูล Yakuza เป็นอย่างดี ทว่าจุดที่โดดเด่นขึ้นกว่าภาคก่อนคืองานภาพที่ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการจัดแสงเงาที่โทนสีของงานภาพออกไปทางเข้มขึ้น ให้ความรู้สึกจริงจัง ดูหมองหม่นเข้ากับเรื่องราวความโดดเดี่ยวที่ Kiryu ต้องเผชิญอยู่เป็นอย่างดี
ㅤสำหรับการออกแบบแผนที่ของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ผู้เล่นจะได้ออกสำรวจพื้นที่กว้างของเกมอยู่หลัก ๆ สองแห่ง คือ Sotenbori และ Castle ซึ่งเป็นสองสถานที่หลักของเนื้อเรื่องภาคนี้ โดยย่าน Sotenbori เป็นย่านเริงรมย์ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยแสงสีและสถานที่ผ่อนคลาย (มินิเกม) มากมาย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ภารกิจเนื้อเรื่องรองทั้งหลายดำเนินไปด้วย
ㅤอย่างที่กล่าวไปว่าเกมตระกูล Yakuza ได้ใช้ชื่อใหม่ในนาม Like a Dragon และเลือกที่จะเปลี่ยนแนวทางของเกมภาคหลักไปเป็นเกมแนวเทิร์นเบส RPG แบบเต็มตัว ทว่าความคลาสสิคในสไตล์ออกหมัดซัดหน้าแบบ Beat 'em up ของ Yakuza คือสิ่งที่แฟนเกมตระกูลนี้ยังคงชื่นชอบและใฝ่หาเสมอมา และใน Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ก็ตอบโจทย์แฟนเกมที่อยากได้เกมแอ็กชันแบบเดิมอยู่พอดี
ㅤแม้ระบบหลักของเกมอาจมีข้อสังเกตให้เห็นเยอะ ทว่าความสนุกที่ตัวผู้เขียนชื่นชอบอย่างถึงที่สุดใน Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name คือ “มินิเกม” มากมายที่สนุกจนต้องขอใช้คำว่า “โคตรของโคตรสนุก” เล่นจนลืมวันลืมคืนไปเลย เพราะตัวผู้เขียนใช้เวลาเล่นเนื้อเรื่องหลักราว ๆ 10 ชั่วโมงนิด ๆ ทว่าตอนที่เล่นจบ เซฟบันทึกเกมบ่งบอกเวลาว่าตัวผู้เขียนใช้เวลาเล่นไปแล้ว 30 ชั่วโมง หมายความว่าตัวผู้เขียนใช้เวลากับมินิเกมไปกว่า 20 ชั่วโมงเลยน่ะสิ!
ㅤมินิเกมของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name มีให้เล่นมากมาย ทั้งร้องคาราโอเกะ, จีบสาวในบาร์, หมากรุกญี่ปุ่น, แทงสนุกเกอร์, ปาเป้า, ตีกอล์ฟ, เล่นเกมจากตู้เกม Arcade หรือเครื่องเกมเก่า, ตู้คีบตุ๊กตา และอื่น ๆ อีกมากมายที่พาเสียเวลาได้เป็นวัน ๆ
ㅤสำหรับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ตัวผู้เขียนเล่นเกมนี้บน PC โดยปรับภาพความละเอียดอยู่ที่ 2560 x 1440 ตั้งค่าล็อกเฟรมเรตไว้ที่ 60 fps และปรับตั้งค่ากราฟิกในระดับ High ซึ่งตลอดการเล่นตัวผู้เขียนไม่พบปัญหาเฟรมเรตดรอป เกมล่ม หรือบั๊กใด ๆ เลย นับว่าตัวเกมมีประสิทธิภาพที่ดีมาก
เกมแอ็กชันผจญภัยสไตล์ Beat’em Up ที่เป็นภาค Spin-off ของเกมซีรีส์ Like a Dragon ตัวเกมจะเพ่งความสนใจไปที่ Kazuma Kiryu ผู้ที่ออกเดินทางไปยังโอซาก้าและโยโกฮาม่าโดยปิดบังตัวตนของตัวเองไว้ เนื้อเรื่องของตัวเกมจะอยู่ระหว่างภาค Yakuza 6: The Song of Life, Yakuza: Lika a Dragon และ Like a Dragon: Infinite Wealth โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kiryu ออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และคอยจัดการกับปัญหาและทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
เกมแอ็กชันผจญภัยสไตล์ Beat’em Up ที่เป็นภาค Spin-off ของเกมซีรีส์ Like a Dragon ตัวเกมจะเพ่งความสนใจไปที่ Kazuma Kiryu ผู้ที่ออกเดินทางไปยังโอซาก้าและโยโกฮาม่าโดยปิดบังตัวตนของตัวเองไว้ เนื้อเรื่องของตัวเกมจะอยู่ระหว่างภาค Yakuza 6: The Song of Life, Yakuza: Lika a Dragon และ Like a Dragon: Infinite Wealth โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kiryu ออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และคอยจัดการกับปัญหาและทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
รีวิว Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name
รีวิว Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name
บทความรีวิวเกม Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name กับการหวนคืนสู่เรื่องราวของ Kazuma Kiryu ในภาค Spin-off ที่เสริมเรื่องราวที่ขาดหายไปจากภาคหลัก และปูทางสู่ภาคต่อไปได้อย่างซึ้งกินใจจนน้ำตาลูกผู้ชายต้องหลั่งริน
ㅤแม้เกมตระกูล Yakuza จะถูกเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Like a Dragon และเปลี่ยนแนวทางของ “เกมภาคหลัก” ไปสู่แนวเทิร์นเบส พร้อมนำเสนอพระเอกคนใหม่อย่าง Ichiban Kazuga ใน Yakuza: Like a Dragon แต่หากกล่าวถึงชื่อของตัวละครเอกอย่าง Kazuma Kiryu ผู้คนก็มักจะนึกถึงเรื่องราวสุดดราม่าที่เดินทางผ่านกาลเวลาด้วยการออกหมัดซัดหน้าแบบลูกผู้ชายในสไตล์ของเกมแอ็กชัน Beat ’em Up ที่ดุเดือดถึงใจ และเป็นผู้ที่อยู่คู่บุญคู่จักรวาลเกม Yakuza มาเนิ่นนานกว่า 18 ปี จนกลายเป็นที่รักของแฟนเกมไปโดยปริยาย
ㅤซึ่งภาคหลักภาคต่อไปใช้ชื่อว่า Like a Dragon: Infinite Wealth เตรียมปล่อยออกมาให้เล่นในวันที่ 26 มกราคม 2024 ทว่าในระหว่างที่แฟนเกมกำลังรอคอยภาคหลักภาคต่อไปกันอยู่ ทาง SEGA และ Ryu Ga Gotoku Studio ก็ได้ส่งเกมภาค Spin-off อย่าง Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ออกมาคั่นเวลาให้แฟนเกมได้หายคิดถึงกันเสียก่อน
ㅤและหลังจากที่ตัวผู้เขียนได้ใช้เวลาดื่มด่ำกับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ไปกว่า 25 ชั่วโมง ก็สามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า “นี่มันยิ่งกว่าภาค Spin-off ธรรมดาเสียอีก” เพราะนี่คือการหวนคืนสู่เรื่องราวของ Kazuma Kiryu หลังจาก Yakuza 6: The Song of Life และเสริมเรื่องราวบางส่วนที่ขาดหายไปจาก Yakuza: Like a Dragon พร้อมทั้งเป็นตัวเชื่อมและปูทางสู่ Like a Dragon: Infinite Wealth ที่ซึ้งกินใจจนน้ำตาลูกผู้ชายต้องหลั่งริน
Story • เนื้อเรื่อง
ㅤสำหรับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name เป็นเรื่องราวของ Kazuma Kiryu หลังจากเรื่องราวในภาค Yakuza 6: The Song of Life เนื้อเรื่องในภาคนี้จะกล่าวถึง Kazuma Kiryu ที่จงใจทำให้เหมือนกับว่าตัวเองนั้นตายจากโลกนี้ไปแล้ว การกระทำนี้เกิดขึ้นเพราะ Kiryu ต้องการจะปกป้องเหล่าผู้คนที่เขารัก
ㅤนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ได้นำเสนอเรื่องราวสุดดราม่าน่าติดตามในแบบฉบับของเกม Yakuza ออกมาให้แฟนเกมได้สัมผัส ยิ่งตอกย้ำว่า “ชั้นเชิงการเล่าเรื่อง” คือจุดเด่นของเกมตระกูล Yakuza อย่างแท้จริง
ㅤและหากคุณเป็นคนที่ติดตามเกมตระกูล Yakuza และผูกพันกับ Kazuma Kiryu มาอย่างยาวนาน ตัวผู้เขียนเชื่อได้อย่างสนิทใจเลยว่าในช่วงท้ายของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name แฟนเกมตระกูล Yakuza จะต้องหลั่งน้ำตาให้กับเรื่องราวของ Kazuma Kiryu ที่เราติดตามมาเนิ่นนานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน
ㅤอีกทั้งในฉากจบก็ตอบข้อสงสัยได้เป็นอย่างดีว่าเหตุใด Kazuma Kiryu ถึงได้ไปอยู่ที่ Hawaii ใน Like a Dragon: Infinite Wealth นี่จึงถือเป็นภาค Spin-off ที่เสริมเรื่องราวที่ขาดหายไปจากภาคหลัก และปูทางสู่ภาคหลักภาคต่อไปได้อย่างซึ้งกินใจ
Design • งานออกแบบ
ㅤงานออกแบบของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ทั้งในด้านงานภาพ งานเสียง การออกแบบฉาก การออกแบบระบบต่าง ๆ และอื่น ๆ ยังคงทำได้ตามมาตรฐานของเกมตระกูล Yakuza เป็นอย่างดี ทว่าจุดที่โดดเด่นขึ้นกว่าภาคก่อนคืองานภาพที่ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการจัดแสงเงาที่โทนสีของงานภาพออกไปทางเข้มขึ้น ให้ความรู้สึกจริงจัง ดูหมองหม่นเข้ากับเรื่องราวความโดดเดี่ยวที่ Kiryu ต้องเผชิญอยู่เป็นอย่างดี
ㅤสำหรับการออกแบบแผนที่ของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ผู้เล่นจะได้ออกสำรวจพื้นที่กว้างของเกมอยู่หลัก ๆ สองแห่ง คือ Sotenbori และ Castle ซึ่งเป็นสองสถานที่หลักของเนื้อเรื่องภาคนี้ โดยย่าน Sotenbori เป็นย่านเริงรมย์ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยแสงสีและสถานที่ผ่อนคลาย (มินิเกม) มากมาย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ภารกิจเนื้อเรื่องรองทั้งหลายดำเนินไปด้วย
ㅤอย่างที่กล่าวไปว่าเกมตระกูล Yakuza ได้ใช้ชื่อใหม่ในนาม Like a Dragon และเลือกที่จะเปลี่ยนแนวทางของเกมภาคหลักไปเป็นเกมแนวเทิร์นเบส RPG แบบเต็มตัว ทว่าความคลาสสิคในสไตล์ออกหมัดซัดหน้าแบบ Beat 'em up ของ Yakuza คือสิ่งที่แฟนเกมตระกูลนี้ยังคงชื่นชอบและใฝ่หาเสมอมา และใน Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ก็ตอบโจทย์แฟนเกมที่อยากได้เกมแอ็กชันแบบเดิมอยู่พอดี
ㅤแม้ระบบหลักของเกมอาจมีข้อสังเกตให้เห็นเยอะ ทว่าความสนุกที่ตัวผู้เขียนชื่นชอบอย่างถึงที่สุดใน Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name คือ “มินิเกม” มากมายที่สนุกจนต้องขอใช้คำว่า “โคตรของโคตรสนุก” เล่นจนลืมวันลืมคืนไปเลย เพราะตัวผู้เขียนใช้เวลาเล่นเนื้อเรื่องหลักราว ๆ 10 ชั่วโมงนิด ๆ ทว่าตอนที่เล่นจบ เซฟบันทึกเกมบ่งบอกเวลาว่าตัวผู้เขียนใช้เวลาเล่นไปแล้ว 30 ชั่วโมง หมายความว่าตัวผู้เขียนใช้เวลากับมินิเกมไปกว่า 20 ชั่วโมงเลยน่ะสิ!
ㅤมินิเกมของ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name มีให้เล่นมากมาย ทั้งร้องคาราโอเกะ, จีบสาวในบาร์, หมากรุกญี่ปุ่น, แทงสนุกเกอร์, ปาเป้า, ตีกอล์ฟ, เล่นเกมจากตู้เกม Arcade หรือเครื่องเกมเก่า, ตู้คีบตุ๊กตา และอื่น ๆ อีกมากมายที่พาเสียเวลาได้เป็นวัน ๆ
ㅤสำหรับ Like a Dragon Gaiden: The Man Who Erased His Name ตัวผู้เขียนเล่นเกมนี้บน PC โดยปรับภาพความละเอียดอยู่ที่ 2560 x 1440 ตั้งค่าล็อกเฟรมเรตไว้ที่ 60 fps และปรับตั้งค่ากราฟิกในระดับ High ซึ่งตลอดการเล่นตัวผู้เขียนไม่พบปัญหาเฟรมเรตดรอป เกมล่ม หรือบั๊กใด ๆ เลย นับว่าตัวเกมมีประสิทธิภาพที่ดีมาก
เกมแอ็กชันผจญภัยสไตล์ Beat’em Up ที่เป็นภาค Spin-off ของเกมซีรีส์ Like a Dragon ตัวเกมจะเพ่งความสนใจไปที่ Kazuma Kiryu ผู้ที่ออกเดินทางไปยังโอซาก้าและโยโกฮาม่าโดยปิดบังตัวตนของตัวเองไว้ เนื้อเรื่องของตัวเกมจะอยู่ระหว่างภาค Yakuza 6: The Song of Life, Yakuza: Lika a Dragon และ Like a Dragon: Infinite Wealth โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kiryu ออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และคอยจัดการกับปัญหาและทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
เกมแอ็กชันผจญภัยสไตล์ Beat’em Up ที่เป็นภาค Spin-off ของเกมซีรีส์ Like a Dragon ตัวเกมจะเพ่งความสนใจไปที่ Kazuma Kiryu ผู้ที่ออกเดินทางไปยังโอซาก้าและโยโกฮาม่าโดยปิดบังตัวตนของตัวเองไว้ เนื้อเรื่องของตัวเกมจะอยู่ระหว่างภาค Yakuza 6: The Song of Life, Yakuza: Lika a Dragon และ Like a Dragon: Infinite Wealth โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kiryu ออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และคอยจัดการกับปัญหาและทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย