เดิมที Spider-Man ก็โด่งดังและประสบความสำเร็จอย่างมากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ Spider-Man ได้โหนใยสู่โลกกว้างด้วยความทะเยอทะยานที่มากกว่าที่เคย จนจักรวาลไอ้แมงมุมได้รับความนิยมชมชอบจนถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นจักรวาล Spider-Man ฉบับภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย Tom Holland จักรวาล Spider-Man: Across the Spider-Verse ภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีตัวเอกเป็น Miles Morales และจักรวาล Marvel’s Spider-Man เรื่องราวของไอ้แมงมุมฉบับวิดีโอเกมที่โด่งดังเป็นพลุแตก จนได้รับการยกย่องในช่วงปี ค.ศ. 2018 ให้เป็นเกมซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดและเป็นเกมสไปเดอร์แมนที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมวงการเกม ถึงกับได้เข้าร่วมชิงรางวัลในสาขา Game of the Year ในเวทีงาน The Game Awards 2018 (แต่ก็ชวดรางวัลพ่ายให้กับ God of War ไป)
Marvel’s Spider-Man 2 เป็นเรื่องราวที่ดำเนินต่อจาก Marvel's Spider-Man ในช่วง 2 ปีให้หลัง หรือหากนับต่อจาก Marvel's Spider-Man: Miles Morales จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง 9 - 10 เดือนให้หลัง โดยใน Marvel’s Spider-Man 2 ผู้เล่นจะได้สวมบทเป็นทั้ง Peter Parker และ Miles Morales สลับกันไปตลอดทั้งเกม
เรื่องราวในเกมภาคนี้จะเล่าถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ Peter Parker ในฐานะคุณครูสอนวิชาฟิสิกส์ และ Miles Morales ในฐานะนักเรียนที่เตรียมตัวเขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทว่าสไปเดอร์แมนที่ได้ใช้ชีวิตแบบปกติสุขก็คงหาใช่สไปเดอร์แมนที่แท้จริง ทั้ง Peter และ Miles ต้องรีบก้าวเท้าออกจากห้องเรียน และมุ่งหน้าไปปราบวายร้ายที่ปรากฏตัวออกมาถล่มเมืองนิวยอร์ก เรื่องราววุ่น ๆ ของซูเปอร์ฮีโร่เพื่อนบ้านที่แสนดีทั้งสองจึงได้เริ่มต้นขึ้น
การดำเนินเรื่องของ Marvel’s Spider-Man 2 เปรียบเสมือนภาพยนตร์ระดับ Blockbuster ที่สนุก มัน ดูได้ทุกเพศทุกวัย เต็มไปด้วยความบันเทิงที่เข้มข้น ย่อยง่าย ทว่าไม่ได้ลึกซึ้งหรือซับซ้อนชวนปวดหัวจนเกินไป การแบ่งสัดส่วนเนื้อเรื่องให้ Peter Parker, Miles Morales และตัวละครสมทบอื่น ๆ ก็ทำได้ในจุดที่เรียกว่าลงตัว
สำหรับงานออกแบบด้านตัวละคร ตัวผู้เขียนรู้สึกติดขัดแค่ในส่วนของหน้าตาตัวละครหลักอย่าง Peter Parker ที่ดูค่อนข้างที่จะเด็กกว่าวัย (หากเทียบกับโมเดลแรกสุดใน Marvel’s Spider-Man) ส่วน Mary Jane Watson ดันดูมีอายุอานามมากกว่า Peter พอสมควร ทำให้เคมีความเข้ากันในแง่ของหน้าตาระหว่างสองตัวละครดูต่างกันประมาณหนึ่ง
สำหรับงานออกแบบด้านรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ Marvel’s Spider-Man 2 เต็มไปด้วยความน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชุดที่จะแสดงผลความเสียหายตามปริมาณพลังชีวิตของ Peter และ Miles ยิ่งพลังชีวิตน้อย เสื้อผ้าก็ยิ่งขาดเละเทะมากขึ้น บาดแผลก็ยิ่งเห็นได้เด่นชัดขึ้นด้วย ซึ่งความเสียหายที่เกิดกับชุดเหล่านี้ก็ถูกนำไปแสดงผลในคัตซีนเนื้อเรื่องด้วยเช่นกัน
อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อเนื้อเรื่องว่าในภาคนี้ผู้เล่นจะได้เล่นเป็นทั้ง Peter Parker และ Miles Morales แต่เกมการเล่นของสไปเดอร์แมนทั้งสองคนไม่ได้ต่างกันมากเกินไป แม้จะมีการสลับตัวละครไปมา แต่ผู้เล่นก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย ส่วนที่ต่างกันคือพลังความสามารถที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การใช้คอมโบสกิลอาจต่างกันอยู่บ้าง แต่ทักษะพื้นฐานในการต่อสู้ การลอบเร้น เหมือนกันทุกประการ ซึ่งแผนผังการอัปเกรดทักษะก็มีทั้งผังสกิลรวมของทั้งสองคน และยังมีผังสกิลส่วนตัวของ Peter และ Miles แยกกันด้วย
เดิมที Spider-Man ก็โด่งดังและประสบความสำเร็จอย่างมากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ Spider-Man ได้โหนใยสู่โลกกว้างด้วยความทะเยอทะยานที่มากกว่าที่เคย จนจักรวาลไอ้แมงมุมได้รับความนิยมชมชอบจนถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นจักรวาล Spider-Man ฉบับภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย Tom Holland จักรวาล Spider-Man: Across the Spider-Verse ภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีตัวเอกเป็น Miles Morales และจักรวาล Marvel’s Spider-Man เรื่องราวของไอ้แมงมุมฉบับวิดีโอเกมที่โด่งดังเป็นพลุแตก จนได้รับการยกย่องในช่วงปี ค.ศ. 2018 ให้เป็นเกมซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดและเป็นเกมสไปเดอร์แมนที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมวงการเกม ถึงกับได้เข้าร่วมชิงรางวัลในสาขา Game of the Year ในเวทีงาน The Game Awards 2018 (แต่ก็ชวดรางวัลพ่ายให้กับ God of War ไป)
Marvel’s Spider-Man 2 เป็นเรื่องราวที่ดำเนินต่อจาก Marvel's Spider-Man ในช่วง 2 ปีให้หลัง หรือหากนับต่อจาก Marvel's Spider-Man: Miles Morales จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง 9 - 10 เดือนให้หลัง โดยใน Marvel’s Spider-Man 2 ผู้เล่นจะได้สวมบทเป็นทั้ง Peter Parker และ Miles Morales สลับกันไปตลอดทั้งเกม
เรื่องราวในเกมภาคนี้จะเล่าถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ Peter Parker ในฐานะคุณครูสอนวิชาฟิสิกส์ และ Miles Morales ในฐานะนักเรียนที่เตรียมตัวเขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทว่าสไปเดอร์แมนที่ได้ใช้ชีวิตแบบปกติสุขก็คงหาใช่สไปเดอร์แมนที่แท้จริง ทั้ง Peter และ Miles ต้องรีบก้าวเท้าออกจากห้องเรียน และมุ่งหน้าไปปราบวายร้ายที่ปรากฏตัวออกมาถล่มเมืองนิวยอร์ก เรื่องราววุ่น ๆ ของซูเปอร์ฮีโร่เพื่อนบ้านที่แสนดีทั้งสองจึงได้เริ่มต้นขึ้น
การดำเนินเรื่องของ Marvel’s Spider-Man 2 เปรียบเสมือนภาพยนตร์ระดับ Blockbuster ที่สนุก มัน ดูได้ทุกเพศทุกวัย เต็มไปด้วยความบันเทิงที่เข้มข้น ย่อยง่าย ทว่าไม่ได้ลึกซึ้งหรือซับซ้อนชวนปวดหัวจนเกินไป การแบ่งสัดส่วนเนื้อเรื่องให้ Peter Parker, Miles Morales และตัวละครสมทบอื่น ๆ ก็ทำได้ในจุดที่เรียกว่าลงตัว
สำหรับงานออกแบบด้านตัวละคร ตัวผู้เขียนรู้สึกติดขัดแค่ในส่วนของหน้าตาตัวละครหลักอย่าง Peter Parker ที่ดูค่อนข้างที่จะเด็กกว่าวัย (หากเทียบกับโมเดลแรกสุดใน Marvel’s Spider-Man) ส่วน Mary Jane Watson ดันดูมีอายุอานามมากกว่า Peter พอสมควร ทำให้เคมีความเข้ากันในแง่ของหน้าตาระหว่างสองตัวละครดูต่างกันประมาณหนึ่ง
สำหรับงานออกแบบด้านรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ Marvel’s Spider-Man 2 เต็มไปด้วยความน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชุดที่จะแสดงผลความเสียหายตามปริมาณพลังชีวิตของ Peter และ Miles ยิ่งพลังชีวิตน้อย เสื้อผ้าก็ยิ่งขาดเละเทะมากขึ้น บาดแผลก็ยิ่งเห็นได้เด่นชัดขึ้นด้วย ซึ่งความเสียหายที่เกิดกับชุดเหล่านี้ก็ถูกนำไปแสดงผลในคัตซีนเนื้อเรื่องด้วยเช่นกัน
อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อเนื้อเรื่องว่าในภาคนี้ผู้เล่นจะได้เล่นเป็นทั้ง Peter Parker และ Miles Morales แต่เกมการเล่นของสไปเดอร์แมนทั้งสองคนไม่ได้ต่างกันมากเกินไป แม้จะมีการสลับตัวละครไปมา แต่ผู้เล่นก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย ส่วนที่ต่างกันคือพลังความสามารถที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การใช้คอมโบสกิลอาจต่างกันอยู่บ้าง แต่ทักษะพื้นฐานในการต่อสู้ การลอบเร้น เหมือนกันทุกประการ ซึ่งแผนผังการอัปเกรดทักษะก็มีทั้งผังสกิลรวมของทั้งสองคน และยังมีผังสกิลส่วนตัวของ Peter และ Miles แยกกันด้วย
เดิมที Spider-Man ก็โด่งดังและประสบความสำเร็จอย่างมากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ Spider-Man ได้โหนใยสู่โลกกว้างด้วยความทะเยอทะยานที่มากกว่าที่เคย จนจักรวาลไอ้แมงมุมได้รับความนิยมชมชอบจนถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นจักรวาล Spider-Man ฉบับภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย Tom Holland จักรวาล Spider-Man: Across the Spider-Verse ภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีตัวเอกเป็น Miles Morales และจักรวาล Marvel’s Spider-Man เรื่องราวของไอ้แมงมุมฉบับวิดีโอเกมที่โด่งดังเป็นพลุแตก จนได้รับการยกย่องในช่วงปี ค.ศ. 2018 ให้เป็นเกมซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดและเป็นเกมสไปเดอร์แมนที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมวงการเกม ถึงกับได้เข้าร่วมชิงรางวัลในสาขา Game of the Year ในเวทีงาน The Game Awards 2018 (แต่ก็ชวดรางวัลพ่ายให้กับ God of War ไป)
Marvel’s Spider-Man 2 เป็นเรื่องราวที่ดำเนินต่อจาก Marvel's Spider-Man ในช่วง 2 ปีให้หลัง หรือหากนับต่อจาก Marvel's Spider-Man: Miles Morales จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง 9 - 10 เดือนให้หลัง โดยใน Marvel’s Spider-Man 2 ผู้เล่นจะได้สวมบทเป็นทั้ง Peter Parker และ Miles Morales สลับกันไปตลอดทั้งเกม
เรื่องราวในเกมภาคนี้จะเล่าถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ Peter Parker ในฐานะคุณครูสอนวิชาฟิสิกส์ และ Miles Morales ในฐานะนักเรียนที่เตรียมตัวเขียนจดหมายแนะนำตัวเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ทว่าสไปเดอร์แมนที่ได้ใช้ชีวิตแบบปกติสุขก็คงหาใช่สไปเดอร์แมนที่แท้จริง ทั้ง Peter และ Miles ต้องรีบก้าวเท้าออกจากห้องเรียน และมุ่งหน้าไปปราบวายร้ายที่ปรากฏตัวออกมาถล่มเมืองนิวยอร์ก เรื่องราววุ่น ๆ ของซูเปอร์ฮีโร่เพื่อนบ้านที่แสนดีทั้งสองจึงได้เริ่มต้นขึ้น
การดำเนินเรื่องของ Marvel’s Spider-Man 2 เปรียบเสมือนภาพยนตร์ระดับ Blockbuster ที่สนุก มัน ดูได้ทุกเพศทุกวัย เต็มไปด้วยความบันเทิงที่เข้มข้น ย่อยง่าย ทว่าไม่ได้ลึกซึ้งหรือซับซ้อนชวนปวดหัวจนเกินไป การแบ่งสัดส่วนเนื้อเรื่องให้ Peter Parker, Miles Morales และตัวละครสมทบอื่น ๆ ก็ทำได้ในจุดที่เรียกว่าลงตัว
สำหรับงานออกแบบด้านตัวละคร ตัวผู้เขียนรู้สึกติดขัดแค่ในส่วนของหน้าตาตัวละครหลักอย่าง Peter Parker ที่ดูค่อนข้างที่จะเด็กกว่าวัย (หากเทียบกับโมเดลแรกสุดใน Marvel’s Spider-Man) ส่วน Mary Jane Watson ดันดูมีอายุอานามมากกว่า Peter พอสมควร ทำให้เคมีความเข้ากันในแง่ของหน้าตาระหว่างสองตัวละครดูต่างกันประมาณหนึ่ง
สำหรับงานออกแบบด้านรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ Marvel’s Spider-Man 2 เต็มไปด้วยความน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชุดที่จะแสดงผลความเสียหายตามปริมาณพลังชีวิตของ Peter และ Miles ยิ่งพลังชีวิตน้อย เสื้อผ้าก็ยิ่งขาดเละเทะมากขึ้น บาดแผลก็ยิ่งเห็นได้เด่นชัดขึ้นด้วย ซึ่งความเสียหายที่เกิดกับชุดเหล่านี้ก็ถูกนำไปแสดงผลในคัตซีนเนื้อเรื่องด้วยเช่นกัน
อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อเนื้อเรื่องว่าในภาคนี้ผู้เล่นจะได้เล่นเป็นทั้ง Peter Parker และ Miles Morales แต่เกมการเล่นของสไปเดอร์แมนทั้งสองคนไม่ได้ต่างกันมากเกินไป แม้จะมีการสลับตัวละครไปมา แต่ผู้เล่นก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย ส่วนที่ต่างกันคือพลังความสามารถที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การใช้คอมโบสกิลอาจต่างกันอยู่บ้าง แต่ทักษะพื้นฐานในการต่อสู้ การลอบเร้น เหมือนกันทุกประการ ซึ่งแผนผังการอัปเกรดทักษะก็มีทั้งผังสกิลรวมของทั้งสองคน และยังมีผังสกิลส่วนตัวของ Peter และ Miles แยกกันด้วย