Games On

Home

Review

รีวิว Street Fighter 6

รีวิว Street Fighter 6

บทความรีวิวเกม Street Fighter 6 สานต่อตำนานวิถียอดนักสู้ สู่เกม Fighting ภาคใหม่ล่าสุดของ Capcom ที่คงความคลาสสิคและแต่งเติมของใหม่ได้อย่างลงตัวเกินคาด

6 มิ.ย. 2023·2 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026

   แม้ในปัจจุบันเกม Fighting หรือเกมต่อสู้ จะไม่ใช่เกมกระแสหลักของวงการเกม แต่หากกล่าวถึง “สตรีทไฟเตอร์” (Street Fighter) คงเป็นชื่อที่ใคร ๆ ต่างก็เคยได้ยินผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง ด้วยชื่อชั้นของซีรีส์เกมไฟท์ติ้งแห่งยุคสมัย ที่สร้างปรากฏการณ์ในอดีตมานานนม สั่งสมบารมี สานต่อวิถียอดเกมนักสู้จนถึงปัจจุบัน และจะครบรอบ 36 ปี ในเดือน สิงหาคมที่จะถึงนี้

   และในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2023 ที่ผ่านมา Capcom ได้สานต่อเรื่องราวการต่อสู้ข้างถนน สู่เรื่องราวบทใหม่ของ Street Fighter ก้าวเข้าสู่ภาคหลักภาคที่ 6 ที่ยังคงทั้งความคลาสสิคและแต่งเติมของใหม่ได้อย่างลงตัว เปิดประตูอ้าแขนต้อนรับแฟนเกมหน้าเก่าอย่างอบอุ่น และในขณะเดียวกันก็พร้อมต้อนรับแฟนเกมหน้าใหม่ที่อยากลิ้มลองเกมต่อสู้ได้ดีเกินคาด

ขอขอบคุณทาง Sicom Amusement ที่มอบโค้ดเกมให้ทีมงานได้ทำรีวิวและคอนเทนต์มา ณ ที่นี้ครับ

ปุ่มออกท่าที่ตอบรับความต้องการของผู้เล่นทุกกลุ่ม

ปุ่มคอมโบยั้วเยี้ยที่มือใหม่เห็นแล้วต้องร้องจ๊าก

   ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกมต่อสู้มักมีกำแพงที่ทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่รู้สึกว่าเข้าถึงยาก หนึ่งในปัจจัยนั้นคือการกดออกท่าหรือคอมโบที่ยากเกินกว่าผู้เล่นทั่วไปจะรู้สึกสนุกไปกับการเล่นในช่วงเริ่มต้นได้ แต่การกลับมาของ Street Fighter ในภาคนี้ ทาง CAPCOM ได้นำเสนอรูปบบการกดออกท่าที่ตอบรับต่อความต้องการของแฟนเกมทุกกลุ่ม ตั้งแต่มือเก๋ายอดเซียนไปจนถึงหน้าใหม่ที่ไม่เคยแตะเกม Fighting มาก่อนเลยในชีวิต

   ตัวเกมมีระบบการควบคุมให้ผู้เล่นเลือกใช้ทั้งหมด 3 แบบ Classic Type, Modern Type และ Dynamic Type  ซึ่งแต่ละแบบก็จะตอบรับต่อผู้เล่นที่คิดจะจริงจังในการเล่นแตกต่างกันออกไป 

   Classic Type ระบบการควบคุมแบบดั้งเดิมของ Street Fighter ที่ใช้พื้นฐานมาจากปุ่มเตะและปุ่มต่อย เบา กลาง หนัก (Light, Medium, Heavy) หรือที่เรียกกันว่าปุ่มกดเลย์เอาต์หกปุ่ม (Six-button Layout) แฟนเกมดั้งเดิมของ Street Fighter ย่อมคุ้นเคยกับวิธีการกดออกท่าเป็นอย่างดี

   Modern Type ระบบการควบคุมแบบใหม่ ลดทอนปุ่มเตะ เบา กลาง หนัก และปุ่มต่อย เบา กลาง หนัก ให้เหลือแค่การโจมตีแบบเบา กลาง หนัก ไม่แยกเป็นปุ่มเตะหรือต่อยแล้ว วิธีการควบคุมแบบนี้ทำให้สามารถออกท่าได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องกดปุ่มอะไรให้มากมาย กดแค่เพียงปุ่มเดียวหรือสองปุ่มก็ออกเป็นท่าพิเศษหรือท่าไม้ตายได้แล้ว

   Dynamic Type ระบบการควบคุมแบบใหม่ที่เหมาะกับผู้ที่ไม่เคยเล่นเกม Fighting มาก่อน หรือผู้ที่อยากแค่เล่นชิล ๆ กับเพื่อนฝูงและครอบครัวในงานปาร์ตี้ โดยการควบคุมแบบนี้ เราสามารถกดปุ่มโจมตีรัว ๆ แล้วรอให้ตัวเกมออกท่าและคอมโบต่าง ๆ ให้อัตโนมัติได้เลย

   ถือเป็นการสรรค์สร้างระบบที่เข้าท่า ยังคงไม่ละทิ้งแนวทางเดิม ในขณะเดียวกันก็พยายามเชื้อเชิญให้แฟนเกมหน้าใหม่หรือผู้ที่ไม่ได้จริงจังเกินไปได้เล่นเกมนี้กันอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนอะไรให้มากความ ได้ใจทั้งแฟนเกมดั้งเดิมและแฟนเกมสายไม่ซีเรียสไปโดยปริยาย

ระบบฝึกสอนที่เพียบพร้อม

   ถือว่า Capcom เตรียมการมาต้อนรับเหล่าแฟนเกมหน้าใหม่เป็นอย่างดี เพราะนอกจากระบบการควบคุมที่ให้ผู้เล่นได้เลือกถึง 3 แบบ ยังมีโหมด Tutorial, ห้องฝึกซ้อม, โหมดเรียนรู้ตัวละคร, โหมดฝึกคอมโบตัวละครแต่ละตัว โดยการฝึกสอนทั้งหมดจะมีตั้งแต่การฝึกคอมโบแบบพื้นฐาน ไปจนถึงการฝึกคอมโบแบบขั้นสูง รวมถึงยังสอนกลยุทธ์และแนวทางในการเล่นตัวละครแต่ละตัวแบบละเอียด เรียกได้ว่าปูพื้นฐานแบบครบเครื่อง

3 โหมดหลักที่ครบครัน

   สำหรับเกม Street Fighter 6 มีโหมดต่าง ๆ ให้เราได้เข้าไปเล่นทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่ World Tour, Battle Hub และ Fighting Ground

World Tour

   โหมด World Tour คือโหมดเนื้อเรื่องที่ผู้เล่นจะได้สร้างตัวละครในแบบฉบับของตัวเอง ก้าวเข้าสู่ Metro City เมืองของเหล่าผู้ยึดถือในวิถีแห่งนักสู้ข้างถนน แสวงหาหนทางเติบโตสู่การเป็นยอดนักสู้ผู้เก่งกาจ โดยเราจะได้ควบคุมอวาตาร์ที่เราสร้างขึ้นมา ออกต่อสู้และสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นดั่ง Open-Zone ขนาดย่อม ๆ ได้อย่างอิสระ

   หากว่ากันตามตรง โหมด World Tour มีองค์ประกอบของเกม RPG อยู่ไม่น้อย ตัวเกมในโหมดนี้มีทั้งภารกิจหลัก ภารกิจเสริมต่าง ๆ ให้ได้ทำ โดยภารกิจหลักส่วนใหญ่จะเป็นการดำเนินเรื่องราวพร้อมปลดล็อกรูปแบบการโจมตีของนักสู้คนต่าง ๆ รวมถึงปลดล็อกท่าไม้ตายใหม่ ๆ 

   ส่วนภารกิจรองจะเน้นไปที่การเรียนรู้ระบบต่าง ๆ ของตัวเกม และมีของรางวัลที่หลากหลาย ตั้งแต่ได้ท่าไม้ตายใหม่, ปลดล็อกจุด Fast Travel, อาหารเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มพลังในการต่อสู้

   นอกจากนี้ยังมีระบบฟาร์มของ หาอุปกรณ์สวมใส่ ต่อสู้หาค่าประสบการณ์อัปเลเวล อัปเกรดสกิลเพื่อให้ตัวเราแข็งแกร่งขึ้น และยังสามารถปรับเปลี่ยนสกิลตามสไตล์การต่อสู้ที่เราอยากเล่นได้ด้วย

   ด้วยความที่โหมด World Tour มีองค์ประกอบของความเป็น RPG จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เลเวลและความแข็งแกร่งของตัวละคร จะเป็นส่วนสำคัญต่อการตัดสินแพ้ชนะ ซึ่งในบางช่วงของการเล่น ตัวผู้เขียนได้เจอศัตรูข้างทางที่แข็งแกร่งกว่ามาก ๆ จนน่าตกใจ (แต่ในภารกิจหลักยังเลเวลเท่า ๆ กัน) บางครั้งเจอศัตรูที่เลเวลมากกว่าก็เล่นทำเอาเหวอจนต้องเผ่นหนีให้เร็วที่สุด ไม่งั้นก็ต้องยอมศิโรราบไปเลย

   ภาพรวมของโหมด World Tour เป็นโหมดที่เล่นเพลิน อีกทั้งยังถือเป็นโหมดที่ให้ผู้เล่นได้เรียนรู้ระบบเกมไปทีละนิด ไม่ได้มีดีแค่ความสนุกแต่เหมือนเป็นการคอยสอนผู้เล่นใหม่ไปในตัว แถมยังทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ ของ Street Fighter แต่ก็ต้องยอมรับว่าดีไซน์การออกแบบภารกิจค่อนข้างจำเจ มีหลายตัวละครในโหมด World Tour ที่ดูน่าสนใจแต่ไม่ถูกสานต่อเรื่องราวให้ได้ติดตาม เป็นจุดที่น่าเสียดายแต่โดยรวมก็ยังถือเป็นโหมดที่เล่นได้เพลิน ๆ

Battle Hub

   โหมด Battle Hub คือโหมดออนไลน์ของ Street Fighter 6 ที่จะนำอวาตาร์ของผู้เล่นต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกมาเจอกันใน Hub ที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในงานเกมหรือโซนเกมขนาดใหญ่ตามห้างสรรพสินค้า เปรียบดั่งศูนย์รวมของคนที่รักในสิ่งเดียวกันได้มาพบเจอกัน

   ผู้เล่นสามารถท้าดวล ต่อสู้ และสอดส่องแมตช์ของผู้เล่นอื่นได้อย่างอิสระ มีตั้งแต่การต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1 การต่อสู้แบบเป็นทีม การต่อสู้ด้วยกฎพิเศษ หรือผู้เล่นสายจริงจังก็สามารถต่อสู้ในโหมดจัดอันดับ (Ranked Mode) ไต่แรงก์กันได้เลย นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้ของเหล่าอวาตาร์ ที่ผู้เล่นสามารถนำตัวละครที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเองจากโหมด World Tour มาสู้กันได้อีกด้วย

   และใน Battle Hub ไม่ได้มีดีแค่การต่อสู้ท้าดวลกับผู้เล่นอื่นเท่านั้น แต่ยังเต็มไปตู้เกม Arcade มากมายที่ไม่ได้มีดีไว้แค่ประดับโชว์ แต่กลับเต็มไปด้วยเกมคลาสสิคมากมายจากทาง Capcom ที่มอบความสนุกเพลิดเพลินจนเกือบลืมเวลา ให้ความรู้สึกราวกับได้อยู่ในเกมเซนเตอร์จริง ๆ เป็นอีกหนึ่งความสนุกที่ตัวผู้เขียนไม่คิดว่าจะเพลิดเพลินได้ขนาดนี้

Fighting Ground

   หากให้กล่าวอย่างเข้าใจง่าย โหมด Fighting Ground คือโหมดพื้นฐานที่แทบทุกเกมต่อสู้จะต้องมี ในโหมดนี้จะประกอบไปด้วยโหมดย่อยต่าง ๆ ได้แก่ Arcade, Practice, Versus, Special Match และ Online

   โหมด Arcade คือโหมดเนื้อเรื่องขนาดย่อม ๆ ที่เราจะได้เลือกเล่นตัวละคร 1 ตัว แล้วต่อสู้ผ่านด่านไปเรื่อย ๆ ซึ่งการผ่านด่านก็จะทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังของตัวละครแต่ละตัวไปด้วย

   โหมด Practice คือโหมดการฝึกซ้อม ซึ่งจากที่กล่าวไปด้านบนว่าโหมดนี้ทำออกมาได้ครบเครื่อง มีทั้งห้องฝึกซ้อม, โหมดเรียนรู้ตัวละคร, โหมดฝึกคอมโบตัวละครแต่ละตัว ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการเล่นขั้นสูง ตอบโจทย์ผู้เล่นใหม่ที่ต้องการจริงจังกับเกม Street Fighter 6 เป็นอย่างมาก

   ส่วนโหมด Versus, Special Match และ Online คือโหมดการต่อสู้แบบต่าง ๆ ที่จะแบ่งออกไปตามกฎของแต่ละโหมด มีตั้งแต่การต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1, การต่อสู้แบบเป็นทีม, การต่อสู้ด้วยกฎพิเศษตามที่เราตั้งค่า ไปจนถึงการต่อสู้แบบออนไลน์ที่มีทั้งแบบทั่วไปและแบบจัดอันดับ

Drive Gauge ระบบใหม่ต่อยอดความมัน

   นอกจากการพยายามเปิดประตูต้อนรับมือใหม่แล้ว การกลับมาในรอบนี้ทาง CAPCOM ก็ไม่ลืมที่จะนำเสนอความสดใหม่ของซีรีส์ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มกลไกระบบแกนหลักแบบใหม่อย่าง Drive Gauge ที่ผู้เล่นสามารถใช้ในการปัดป้อง (Drive Parry) , โจมตีแบบสร้างแรงผลัก (Drive Impact) , วิ่งจู่โจมแบบกะทันหัน (Drive Rush) , โจมตีท่า “Overdrive Art” (Overdrive เป็นการโจมตีรูปแบบเดียวกับ EX Special Moves) และ การโจมตีสวนกลับ (Drive Reversal)

   ซึ่งระบบ Drive Gauge ถือเป็นระบบที่ใช้งานง่ายและลงตัว เมื่อนำไปรวมกับระบบการต่อสู้พื้นฐานของ Street Fighter ที่แนบแน่นอยู่แล้ว  ยิ่งทำให้เกมภาคนี้มีความสนุกในการต่อสู้มากขึ้นไปอีก เปิดมุมมองและโอกาสใหม่ ๆ ในการออกท่วงท่าต่าง ๆ ให้หลากหลายยิ่งขึ้น เสริมสร้างความมันอีกทั้งยังเป็นระบบที่ลงตัวกับคอนเซปต์ภาพรวมของการเป็นนักสู้ข้างถนนในภาคนี้ได้เป็นอย่างดี

องค์ประกอบศิลป์และการนำเสนอที่โคตร Street Art

   สำหรับเกม Street Fighter 6 พัฒนาโดยใช้ RE Engine ซึ่งเป็นเอนจินในการพัฒนาเกมต่าง ๆ ของทาง Capcom ทั้ง Resident Evil Village, Monster Hunter Rise, Resident Evil 4 Remake, Devil May Cry 5 และอื่น ๆ อีกมากมาย เพียงชื่อที่กล่าวมาก็คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าภาพกราฟิกของ Street Fighter 6 นั้นสวยงามขนาดไหน

   รายละเอียดต่าง ๆ ภายในตัวเกมทั้งตัวละครและฉากหลัง ต่างถูกนำเสนอออกมาได้อย่างละเอียดและสวยงามตระการตา ผนวกเข้ากับเอฟเฟคการออกท่วงท่าและ UI ที่มีสีสันฉูดฉาดสะดุดตาตามสไตล์ภาพแนว Street Art ส่งให้ตัวเกมมีชีวิตชีวา จัดจ้านไปด้วยสีสัน แต่ก็ยังลงตัวเข้ากับตัวละครและฉากหลังได้เป็นอย่างดี

   นอกจากนี้ ตัวเกมยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เลือกใช้เสียงของนักพากย์ Esports เกม Fighting ชื่อดัง มาคอยบรรยายการต่อสู้ของเรา เพิ่มบรรยากาศและความมันราวกับอยู่ในงานแข่งขันจริง ๆ ได้อีกด้วย

   แม้ภาพรวมทั้งหมดของตัวเกมจะดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่ตัวผู้เขียนพบว่าความสวยงามของภาพในโหมด World Tour นั้นดูแตกต่างและดรอปลงจากโหมดอื่น ๆ ค่อนข้างมาก อีกทั้งในโหมด World Tour ยังมีอาการกระตุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงแรกอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งตัวผู้เขียนเล่น Street Fighter 6 บน PC ไม่มีปัญหาการกระตุกใด ๆ เลยในโหมดอื่น แต่โหมด World Tour พบทั้งอาการกระตุกและค้างอยู่บ้างจนรู้สึกขัดใจเล็กน้อย แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอื่นใดเลย

สรุป

   Street Fighter 6 คือบทพิสูจน์ความทะเยอทะยานต่อเกม Fighting ของ Capcom อย่างแท้จริง การนำเสนอความสดใหม่ การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของซีรีส์ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น  หรือไม่ว่าจะการตีโจทย์หาหนทางเข้าหาผู้เล่นใหม่ที่ยังคงไม่ทิ้งฐานแฟนคลับเดิม ต่างล้วนตัดสินใจและทำออกมาได้ดีเกินคาด ถือเป็นเกม Fighting ชั้นเลิศแห่งปี 2023 ที่เหล่าผู้ชื่นชอบในเกม Fighting ไม่ควรพลาด และตัวผู้เขียนก็อยากให้เหล่าผู้เล่นหน้าใหม่ต่อเกมแนวต่อสู้ ได้ลองเปิดใจก้าวลงสู่สังเวียนเกมต่อสู้ในเกมนี้ดูสักครั้ง

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Street Fighter 6
PCPlayStation 4Xbox Series X/S

Street Fighter 6

สานต่อตำนานเกมไฟท์ติ้งแห่งยุคสมัยของเหล่าสุดยอดนักสู้ข้างถนนและองค์กรลับระดับพระกาฬ สู่ยุคใหม่ที่พร้อมนำเสนอเรื่องราวของต่อสู้และวัฒนธรรมบนท้องถนน

Release Date

2 มิ.ย. 2023


9

Story

8

Design

9

Gameplay

10

Performance

9

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In