Games On

Home

Guide

แนะนำแนวทางตะลุย Simulated Universe โลก 6 | Honkai: Star Rail

แนะนำแนวทางตะลุย Simulated Universe โลก 6 | Honkai: Star Rail

ไกด์แนะนำรายละเอียดวิธีการเลือก Path เลือกพร และวิธีจัดทีมผ่านด่านโลก 6 โหมด Simulated Universe ในเกม Honkai: Star Rail

9 พ.ค. 2023·3 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026

   Simulated Universe คืออีกหนึ่งโหมดภายในเกม Honkai: Star Rail ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เข้าไปท้าทายผ่านด่าน ซึ่งต้องอาศัยการจัดทีมที่ลงตัว การเลือกใช้ Path และพรที่เหมาะสมกับด่านและเข้าคอมโบกับตัวละครที่เราจัดทีมมา เป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีของรางวัลล่อตาล่อใจ และยังเป็นที่เอาไว้ฟาร์ม “จักรวาลประดับ” หรือ รีลิกส์ประเภทเครื่องประดับด้วย

   และในวันนี้พวกเรา Game’s On ขออาสามาแนะนำทีม, Path และพร ที่ทีมงานใช้ในการผ่าน Simulated Universe โลก 6 แบ่งปันข้อมูลให้แก่ผู้บุกเบิกทุกท่านได้นำไปทดลองเล่นกัน

การจัดทีม

   สำหรับการจัดทีมเพื่อตะลุยด่าน Simulated Universe จะใช้หลักการเดียวกับบทความ “วิธีการจัดทีมตะลุยด่านขั้นพื้นฐาน” ที่ได้เขียนแนะนำไปก่อนหน้านี้ โดยแกนหลักของทีมจะต้องมีตัวละครสายสร้างโล่ 1 ตัว, ตัวละครสายฮีล 1 ตัว, ส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือ จะใส่เป็นตัวดาเมจทั้ง 2 ตัวเลยก็ได้ หรือจะใส่ตัวดาเมจ 1 ตัว และตัวละครสายบัฟหรือดีบัฟอีก 1 ตัวก็ได้ โดยให้ปรับเปลี่ยนตัวละครตามธาตุที่ศัตรูแพ้ทาง

   ซึ่งศัตรูโดยส่วนใหญ่ในโลก 4 จะมีจุดอ่อนธาตุสายฟ้า, ไฟ และลมเป็นหลัก ทำให้ตอนเข้าด่านครั้งแรก ตัวผู้เขียนไกด์ได้เลือก ผู้บุกเบิก (ไฟ), Natasha, Dan Heng และ Serval เป็นปาร์ตี้เริ่มต้น เพราะทั้ง 4 ตัวละครนี้ครอบคลุมครบทุกตำแหน่งและทุกธาตุที่ศัตรูแพ้ทางในช่วงต้นเกม

   ส่วนช่วงสุดท้ายตอนไปถึงห้องบอส จะจัดทีมเป็น ผู้บุกเบิก (ไฟ), Natasha, Asta และ Serval เพราะบอสของโลก 4 มีจุดอ่อนธาตุสายฟ้าและไฟเป็นหลัก ทำให้การนำ Asta เข้าทีมจะช่วยเสริมการโจมตีจุดอ่อนได้อย่างดีเยี่ยม โดยทีมที่แนะนำไปข้างต้นนี้ จะใช้กับคอมโบของ Path “ล่าสังหาร”

   ส่วนหากใครมีตัวละคร 5 ดาวอย่าง Seele ก็สามารถใส่เข้ามาในทีมแทน Serval ได้เลย หรือจะลองใช้ Himeko กับ Hook แทน Asta ก็ได้

PATH น่าเล่น

   สำหรับ Path ในโลก 6 ที่ผู้เขียนไกด์ได้ลองเล่นและได้ผลค่อนข้างดีคือ ล่าสังหาร และเฟื่องฟู ซึ่งทั้ง 2 Path จะเน้นหา “พร” ประจำ Path ของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อปลดล็อกสกิล Path Resonance และ Resonance Formation (ปลดล็อกหลังจากอัปเกรดเสริมพลังที่ Ability Tree) และอาจเสริมด้วย Path อื่น ๆ บ้างตามแล้วแต่ตัวเกมจะสุ่มมาให้

   สำหรับตัวผู้เขียนไกด์นั้น เล่นทีมสายฟรีอย่าง ผู้บุกเบิก (ไฟ), Natasha, Serval, Asta และ Dan Heng ผ่านด้วย Path “ล่าสังหาร” และใช้เป็นวิธีหลักในการฟาร์มโลก 6 ทำให้ในบทความนี้ ตัวผู้เขียนจึงขอมาแนะนำวิธีการเล่นด้วย Path “ล่าสังหาร” เป็นหลัก

ล่าสังหาร

    สำหรับจุดเด่นของ Path “ล่าสังหาร” คือความสามารถของพรในการเพิ่มความเร็วให้กับทีมของผู้เล่น ทำให้ตัวละครของเราจะออกเทิร์นได้ต่อเนื่องหลายครั้งติดต่อกัน อีกทั้งยังมีหลายพรที่ช่วยเพิ่มการโจมตีคริติคอล ช่วยให้ทำดาเมจได้ดียิ่งขึ้น

   ซึ่ง “Path” กับ “พร” นั้นมีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง ทำให้ผู้เล่นควรเลือก “พร” ให้ตรงกับ Path ที่เลือกมา เพื่อจะได้ปลดล็อกสกิล Path Resonance และ Resonance Formation ทำให้การเลือกพรก็จะเน้นเลือกพรที่เขียนว่า “ล่าสังหาร” เป็นหลัก โดยหากผู้เล่นอัปเกรด Ability Tree ในหน้าเมนูของโหมด Simulated Universe ก่อนเข้าด่านจนปลดล็อก Resonance Formation ขั้นต่าง ๆ แล้ว (มีทั้งหมด 3 ขั้น) ก็จะยิ่งทำให้การผ่านด่านใน Simulated Universe ง่ายขึ้น โดยการได้รับพรตรงกับ Path ที่เราเลือกมาครบตามจำนวนที่กำหนด ก็จะเป็นการปลดล็อกสกิล Resonance Formation ขั้นต่าง ๆ 

   สำหรับการเลือก Resonance Formation ใน Simulated Universe โลก 6 ให้เราเลือก Resonance Formation: Bow and Arrow เป็นอย่างแรก เพื่อมาเสริมพลังโจมตีของสกิล Path Resonance ให้แรงขึ้น และยังช่วยให้การต่อสู้กับศัตรูในแต่ละห้องผ่านไปได้อย่างง่ายดาย และหากผู้เล่นสามารถปลดล็อกสกิล Resonance Formation อันที่ 2 ได้ ก็ให้เลือก Resonance Formation: Perfect Aim ใช้คอมโบกับ Resonance Formation อันแรกที่เราเลือกมาก่อนหน้านี้ โดยหากเราโจมตีศัตรูที่เลือดต่ำกว่า 50% ด้วยสกิล Path Resonance สกิลก็จะแรงขึ้น และหากศัตรูตาย ก็จะเป็นการฟื้นฟูเกจพลังของ Path Resonance ด้วย 50% ทำให้หากใช้สกิล Path Resonance ถูกจังหวะ จะสามารถใช้จัดการศัตรู รีเกจพลัง และกดใช้งานต่อเนื่อง สร้างดาเมจได้มหาศาล   

พรอื่น ๆ ที่น่าหยิบมาใช้ 

   นอกจากพรล่าสังหารที่ต้องหาแล้ว ยังมีพรของ Path อื่น ๆ ที่หากมีโอกาสสุ่มมาให้เลือกก็ควรรับไว้อยู่ โดยผู้เล่นสามารถเลือกพร “ลบล้าง” และ “อนุรักษ์” ที่มีชื่อดังต่อไปนี้ได้เลย

   • Night Beyond Pyre ทำให้เมื่อเราโจมตีด้วยธาตุที่ชนะทาง เกจความทนทานสีขาวเหนือหลอดเลือดศัตรู จะถูกทำลายง่ายขึ้น ถือเป็นพรที่ควรหาให้ได้เป็นอย่างยิ่ง

   • Construct: Firmness ทำให้ตัวละครที่มีโล่ได้รับความเสียหายน้อยลง ช่วยให้อึดขึ้น

   นอกจากนี้ สามารถหาพรของ “อนุรักษ์” “เฟื่องฟู” หรือ “ทำลายล้าง” ที่เกี่ยวข้องการกับเสริมพลังป้องกัน (DEF) เสริมพลังในการฮีล หรือเสริมพลังเกี่ยวกับพลังชีวิต หรือพูดง่าย ๆ คือ ทำยังไงก็ได้ให้ทีมของเราอึดให้ได้มากที่สุด เพราะบอสในห้องนี้นั้นมีสกิลที่แรงมาก ๆ การยื้อชีวิตให้ได้นานที่สุด จึงเป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน

วิธีปราบบอส

   สำหรับบอสของ Simulated Universe โลก 6 คือ Cocolia ตัวมารดาแห่ง Belebog โดย Cocolia จะมีเลือดและระยะการต่อสู้ทั้งหมด 3 เฟส 

   ใน “เฟสที่ 1” ให้จัดการกับหอกน้ำแข็งที่ Cocolia เรียกออกมา ด้วยการใช้ท่าไม้ตายและสกิล Path Resonance พังเสาน้ำแข็งทิ้งไปเลย

   เมื่อเข้า “เฟสที่ 2” ถือเป็นเฟสที่ค่อนข้างยาก เพราะ Bronya จะออกมาช่วยบัฟเพิ่มดาเมจและเพิ่มความเร็วให้ Cocolia ทำให้เราต้องรีบจัดการกับ Bronya ให้ไว้ที่สุด 

   ซึ่งตัว Cocolia เอง ก็ยังเรียกหอกน้ำแข็งออกมาเหมือนเดิม (เพิ่มจาก 1 อันเป็น 2 อัน) แนะนำให้เก็บสกิล Path Resonance ที่มีอยู่ทั้ง 2 เกจ ไว้พังเสาน้ำแข็งโดยเฉพาะ

    นอกจากนี้ Cocolia ยังมีการใช้สกิล Wrath of Winterland Saints ที่หากเราไม่สามารถโจมตีจุดอ่อนจนเกจความทนทานสีขาวเหนือหลอดเลือด Cocolia ให้หมดได้ทันเวลา บอสก็จะใช้สกิล Punishment of Endless Winter สร้างความเสียหายใส่ทีมเราอย่างรุนแรง (ท่าควงหอกเรียกพายุหิมะ)

   ข้อแนะนำคือ ให้เก็บท่าไม้ตายของผู้บุกเบิก (ไฟ) และ Serval เอาไว้ หาก Cocolia ใช้ท่าควงหอกเรียกพายุหิมะเมื่อไหร่ ก็ให้ใช้ท่าไม้ตาย, สกิลต่อสู้ หรือการโจมตีปกติ โถมใส่ Cocolia แบบไม่ยั้ง หากเรามีพร Night Beyond Pyre จะจัดการกับเกจความทนทาน (เกจสีขาวเหนือหลอดเลือด) ได้ค่อนข้างง่าย 

   แต่หากคำนวณว่าเราไม่สามารถทำลายเกจความทนทานของ Cocolia ได้ทันก่อนการปล่อยท่าพายุน้ำแข็งแน่ ๆ ให้ใช้สกิลของผู้บุกเบิก (ไฟ) เพื่อทำการสร้างโล่ลดทอนความเสียหายที่จะได้รับให้กับทั้งทีม และเตรียมใช้ท่าไม้ตายของ Natasha เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตให้สมาชิกในทีมได้เลย

   เมื่อเข้า “เฟสสุดท้าย” Cocolia จะยังเรียกหอกน้ำแข็งออกมา 2 อันเหมือนเดิม (แต่เรียกไม่บ่อยเท่าเฟสที่ 2) แนะนำให้เก็บสกิล Path Resonance ที่มีอยู่ทั้ง 2 เกจ ไว้พังเสาน้ำแข็งโดยเฉพาะเหมือนเดิม

    นอกจากนี้ บอส Cocolia จะใช้สกิล Hoarfrost of Eternal Isolation (สกิลเสกน้ำแข็ง) แช่แข็งตัวละครที่ถูกโจมตี หากตัวละครไหนถูกแช่แข็ง ก็ให้ใช้สกิลของ Natasha เพื่อล้างสถานะผิดปกติได้เลย

   ส่วนท่าควงหอก ก็ให้ใช้วิธีจัดการแบบเดียวกับตอนเฟสที่ 2 คือ ให้เก็บท่าไม้ตายของผู้บุกเบิก (ไฟ) และ Serval เอาไว้ หาก Cocolia ใช้ท่าควงหอกเรียกพายุหิมะเมื่อไหร่ ก็ให้ใช้ท่าไม้ตาย, สกิลต่อสู้ หรือการโจมตีปกติ โถมใส่ Cocolia แบบไม่ยั้ง หากเรามีพร Night Beyond Pyre จะจัดการกับเกจความทนทาน (เกจสีขาวเหนือหลอดเลือด) ได้ค่อนข้างง่าย แต่หากคำนวณว่าเราไม่สามารถทำลายเกจความทนทานของ Cocolia ได้ทันก่อนการปล่อยท่าพายุน้ำแข็งแน่ ๆ ให้ใช้สกิลของผู้บุกเบิก (ไฟ) เพื่อทำการสร้างโล่ลดทอนความเสียหายที่จะได้รับให้กับทั้งทีม หรือเตรียมใช้ท่าไม้ตายของ Natasha เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตให้สมาชิกในทีมได้เลย

   และนอกจากสกิลของ Cocolia แล้ว ในเฟสสุดท้ายนี้ จะมีสกิลพิเศษ Doomsday Ice Cascade ท่าพายุน้ำแข็งที่จะออกเทิร์นเองอัตโนมัติ สร้างความเสียหายให้กับทั้งทีมอย่างรุนแรง แนะนำให้ใช้สกิลของผู้บุกเบิก (ไฟ) เพื่อทำการสร้างโล่ลดทอนความเสียหายที่จะได้รับให้กับทั้งทีม


   หวังว่าบทความนี้ จะมีประโยชน์ต่อผู้บุกเบิกทุกท่านที่ได้แวะเวียนเข้ามาอ่านกันนะครับ และหากสนใจข้อมูลไกด์อื่น ๆ ของเกม Honkai: Star Rail สามารถดูได้ที่ รวมไกด์ Honkai: Star Rail

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Honkai: Star Rail
AndroidiOSPC

Honkai: Star Rail

Honkai: Star Rail เกมเทิร์นเบส RPG ที่พัฒนาโดย miHoYo เผยแพร่โดย miHoYo ในจีนแผ่นดินใหญ่ และเผยแพร่โดย HoYoverse ทั่วโลก เป็นภาคที่สี่ในซีรีส์เกม Honkai โดยวาดตัวละครจาก Honkai Impact 3rd และพัฒนาองค์ประกอบเกมเพลย์บางส่วนจาก Genshin Impact พร้อมด้วยเรื่องราวการเดินทางของเหล่า "ผู้บุกเบิก" ข้ามกาแล็กซีด้วยรถไฟท่องอวกาศ Astral Express

Release Date

26 เม.ย. 2023

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In