Simulated Universe คืออีกหนึ่งโหมดภายในเกม Honkai: Star Rail ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เข้าไปท้าทายผ่านด่าน ซึ่งต้องอาศัยการจัดทีมที่ลงตัว การเลือกใช้ Path และพรที่เหมาะสมกับด่านและเข้าคอมโบกับตัวละครที่เราจัดทีมมา เป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีของรางวัลล่อตาล่อใจ และยังเป็นที่เอาไว้ฟาร์ม “จักรวาลประดับ” หรือ รีลิกส์ประเภทเครื่องประดับด้วย
และในวันนี้พวกเรา Game’s On ขออาสามาแนะนำทีม, Path และพร ที่ทีมงานใช้ในการผ่าน Simulated Universe โลก 3 แบ่งปันข้อมูลให้แก่ผู้บุกเบิกทุกท่านได้นำไปทดลองเล่นกัน
การจัดทีม
สำหรับการจัดทีมเพื่อตะลุยด่าน Simulated Universe จะใช้หลักการเดียวกับบทความ “วิธีการจัดทีมตะลุยด่านขั้นพื้นฐาน” ที่ได้เขียนแนะนำไปก่อนหน้านี้ โดยแกนหลักของทีมจะต้องมีตัวละครสายสร้างโล่ 1 ตัว, ตัวละครสายฮีล 1 ตัว, ส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือ จะใส่เป็นตัวดาเมจทั้ง 2 ตัวเลยก็ได้ หรือจะใส่ตัวดาเมจ 1 ตัว และตัวละครสายบัฟหรือดีบัฟอีก 1 ตัวก็ได้ โดยให้ปรับเปลี่ยนตัวละครตามธาตุที่ศัตรูแพ้ทาง
ซึ่งศัตรูโดยส่วนใหญ่ในโลก 3 จะมีจุดอ่อนธาตุสายฟ้า, น้ำแข็ง และการโจมตีกายภาพเป็นหลัก มีแพ้ธาตุลมบ้างอยู่บ้างบางตัว ทำให้ตอนเข้าด่านครั้งแรกตัวผู้เขียนไกด์ได้เลือก March 7th เพื่อมาสร้างโล่เรียกเท้าศัตรู, Natasha เอามาฟื้นฟูพลังชีวิต, Dan Heng และ Serval เอามาทำดาเมจ โดย 4 ตัวนี้เป็นเซ็ตปาร์ตี้เริ่มต้น เพราะในโลก 3 ช่วงครึ่งแรก ทั้ง 4 ตัวละครนี้ครอบคลุมครบทุกตำแหน่งและทุกธาตุที่ศัตรูแพ้ทาง
ส่วนช่วงสุดท้ายตอนไปถึงห้องบอส จะสลับเอา Dan Heng ออก แล้วใส่ตัวละครหลักสายกายภาพเข้ามาในทีมแทน เพราะบอส Gepard และเหล่าลูกน้องพลทหารมีจุดอ่อนธาตุสายฟ้า, น้ำแข็ง และการโจมตีกายภาพ
PATH น่าเล่น
Path คือทางเลือกที่ผู้เล่นจะได้เลือกก่อนเริ่มเล่นโหมด Simulated Universe ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึง “พร” หรือบัฟพิเศษ ที่จะสุ่มมอบให้แก่ผู้เล่นเมื่อปราบศัตรูได้ หากเลือกรับ “พร” ที่ตรงกับ Path ก็จะปลดล็อกสกิลพิเศษบางอย่างที่เรียกว่า Path Resonance และ Resonance Formation เป็นดั่งตัวช่วยในการผ่านด่านของ Simulated Universe
สำหรับ Path ที่น่าเลือกเล่นในโลก 3 จะมีอยู่ด้วยกัน 3 Path คือ ล่าสังหาร, อนุรักษ์ และความทรงจำ ซึ่งทั้ง 3 Path จะเน้นหา “พร” ประจำ Path ของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อปลดล็อกสกิล Path Resonance และ Resonance Formation (ปลดล็อกหลังจากอัปเกรดเสริมพลังที่ Ability Tree) และอาจเสริมด้วย Path อื่น ๆ บ้างตามแต่ตัวเกมจะสุ่มมาให้
ซึ่งสำหรับตัวผู้เขียนไกด์นั้นมองว่า การเล่น Path ล่าสังหารในโลก 3 คือ Path ที่มีประสิทธิภาพและปราบบอสได้รวดเร็วดี ในบทความนี้จึงจะมาเจาะลึกวิธีการเล่นด้วย Path ล่าสังหารกัน (แต่หากใครอยากเล่นแบบเซฟ ๆ ช้าแต่ชัวร์ จะเล่น Path อนุรักษ์ก็ได้)
ล่าสังหาร
สำหรับจุดเด่นของ Path ล่าสังหาร คือความสามารถของพรในการเพิ่มความเร็วให้กับทีมของผู้เล่น ทำให้ตัวละครของเราจะออกเทิร์นได้ต่อเนื่องหลายครั้งติดต่อกัน อีกทั้งยังมีหลายพรที่ช่วยเพิ่มการโจมตีคริติคอล ช่วยให้ทำดาเมจได้ดียิ่งขึ้น
อย่างที่กล่าวไปด้านบนว่า “Path” กับ “พร” นั้นมีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง ทำให้ผู้เล่นควรเลือก “พร” ให้ตรงกับ Path ที่เลือกมา เพื่อจะได้ปลดล็อกสกิล Path Resonance และ Resonance Formation ทำให้การเลือกพรก็จะเน้นเลือกพรที่เขียนว่า “ล่าสังหาร” เป็นหลัก ซึ่งหากผู้เล่นอัปเกรด Ability Tree ในหน้าเมนูของโหมด Simulated Universe ก่อนเข้าด่านจนปลดล็อก Resonance Formation ขั้นต่าง ๆ แล้ว (มีทั้งหมด 3 ขั้น) ก็จะยิ่งทำให้การผ่านด่านใน Simulated Universe ง่ายขึ้น โดยการได้รับพรตรงกับ Path ที่เราเลือกมาครบตามจำนวนที่กำหนด ก็จะเป็นการปลดล็อกสกิล Resonance Formation ขั้นต่าง ๆ
สำหรับการเลือก Resonance Formation ใน Simulated Universe โลก 3 ให้เราเลือก Resonance Formation: Perfect Aim เป็นอย่างแรก เพราะสกิลนี้จะช่วยในการทำลายสกิลเกราะของบอส Gepard ในห้องสุดท้ายได้เป็นอย่างดี และหากผู้เล่นสามารถปลดล็อกสกิล Resonance Formation อันที่ 2 ได้ ก็ให้เลือก Resonance Formation: Bow and Arrow เพื่อมาเสริมพลังโจมตีของสกิล Path Resonance ให้แรงยิ่งขึ้นไปอีก
พรอื่น ๆ ที่น่าหยิบมาใช้
นอกจากพรล่าสังหารที่ต้องหาแล้ว ยังมีพรของ Path อื่น ๆ ที่หากมีโอกาสสุ่มมาให้เลือกก็ควรรับไว้อยู่ โดยหากผู้เล่นเลือกใช้ตัวละคร March 7th เป็นตัวสร้างโล่ประจำทีม ผู้เล่นสามารถเลือกพร “อนุรักษ์” ที่มีชื่อดังต่อไปนี้ได้เลย
• Interstellar Construct: Hypoeutectoid ทำให้เมื่อ March 7th ใส่โล่ให้ตัวละครอื่น ตัวของ March 7th ก็จะได้รับโล่ไปด้วย
• Interstellar Construct: Quadrangular Pyramid ทำให้เมื่อ March 7th ใส่โล่ให้ตัวละครอื่น ตัวละครที่ได้รับโล่ จะได้ปริมาณโล่เพิ่มขึ้น
• Divine Construct: Resonance Transfer ใช้คอมโบกับตัวละครสายดาเมจในทีมได้ โดยให้ March 7th มอบโล่ให้ตัวที่กำลังจะโจมตี จะทำให้ตัวดาเมจสร้างความเสียหายได้มากขึ้น
หรือหากผู้เล่นท่านไหนมีตัวละคร Gepard สามารถเล่น Gepard แทน March 7th ได้เลย แล้วแนะนำให้หาพรที่ชื่อว่า Divine Construct: Metastatic Field เป็นพรสุดแจ่ม ที่ใช้คอมโบกับสกิลอัลติของ Gepard ได้ดีมาก ๆ ทำให้บอสหรือศัตรูที่โจมตีผู้เล่นเจ็บตัวซะเอง ยิ่งหากเล่น Path อนุรักษ์ คอมโบนี้ก็จะยิ่งโหดมากขึ้นไปอีก
วิธีปราบบอส
สำหรับบอสของ Simulated Universe โลก 3 คือ Gepard อัศวินหนุ่มสายแทงค์ โดย Gepard จะมีเลือดทั้งหมด 3 หลอด ซึ่งในแต่ละเฟส Gepard จะเรียกลูกน้อง 2 ตัว ออกมาช่วยต่อสู้และช่วยบัฟให้ Gepard โหดขึ้น
ในเฟสแรก เมื่อ Gepard เรียกพลทหารออกมา ให้เรารีบจัดการกับลูกน้องของ Gepard ก่อน หลังจากจัดการกับลูกน้องเรียบร้อย ให้ต่อสู้กับ Gepard ไปเรื่อย ๆ หากเลือดของ Gepard ในเฟสแรกใกล้หมดเมื่อไหร่ ให้เราเก็บสกิลท่าไม้ตาย และ Path Resonance เตรียมไว้ใช้เฟสต่อไป
พอเข้าเฟสสอง Gepard จะเรียกลูกน้องออกมาอีก แต่ครั้งนี้จะใช้สกิล Garrison Aura Field สร้างเกาะพิเศษขึ้นมาด้วย ทำให้เราไม่สามารถโจมตีจุดอ่อนของ Gepard และลูกน้องของเขาได้จนกว่าเกราะจะพัง โดยหลังจากที่ Gepard สร้างเกาะเรียบร้อยแล้ว ให้เรากดใช้สกิล Path Resonance และ ท่าไม้ตาย อัดใส่เกราะของ Gepard แบบเต็มเหนี่ยว หลังจากทำลายเกราะได้ ก็ให้จัดการลูกน้องและสู้กับ Gepard ต่อได้เลย
ซึ่งหากเลือดของ Gepard ในเฟสสองใกล้หมดเมื่อไหร่ ให้เราเก็บสกิลท่าไม้ตาย และ Path Resonance เตรียมไว้ใช้เฟสสุดท้าย ซึ่งพอเข้าเฟสที่สาม Gepard ก็จะเรียกลูกน้องและใช้สกิล Garrison Aura Field สร้างเกาะพิเศษขึ้นมาอีก ให้เรากดใช้สกิล Path Resonance และ ท่าไม้ตาย อัดใส่เกราะของ Gepard แบบเต็มเหนี่ยวเหมือนกับเฟสสอง หลังจากทำลายเกราะได้ ก็ให้จัดการลูกน้องและสู้กับ Gepard จนจบได้เลย
หวังว่าบทความนี้ จะมีประโยชน์ต่อผู้บุกเบิกทุกท่านที่ได้แวะเวียนเข้ามาอ่านกันนะครับ และหากตัวผู้จัดทำไกด์นี้มีเวลาว่าง ก็จะหาเวลามาทำไกด์เกมแนะนำวิธีจัดทีมแบบเจาะลึก สำหรับใช้ในการผ่านด่านของโหมดต่าง ๆ เช่น Simulated Universe โลก 4,5,6 และอื่น ๆ ในภายหน้าอีกครั้งหนึ่ง ฝากติดตามผลงานของพวกเรา Game’s On กันด้วยนะครับ