Games On

Home

Review

รีวิว Like A Dragon: Ishin!

รีวิว Like A Dragon: Ishin!

บทความรีวิวเกม Like A Dragon: Ishin! จากแก๊งยากูซ่าสู่วิถีแห่งซามูไร ที่นำเสนอเรื่องราวได้อย่างมีชั้นเชิง เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่แฟนเกมหน้าเก่าจะต้องชื่นชอบ และแฟนเกมหน้าใหม่ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย

18 ก.พ. 2023·2 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Game's On - Facebook

   Yakuza อีกหนึ่งตระกูลเกมแอ็กชันเดินซัดหน้าจากทาง SEGA ที่เกมเมอร์หลายท่านอาจเคยเห็น อาจเคยได้ยินผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง และอาจมีบางท่านฝักใฝ่ใคร่อยากลิ้มลอง จนได้ก้าวขาเข้าสู่โลกของเหล่ายากูซ่าที่เลื่องชื่อ สู่ความหลงรักและกลายเป็นแฟนเกมของซีรีส์นี้ในที่สุด 

   ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อไม่นานมานี้ ทาง SEGA และทีมพัฒนาอย่าง Ryu Ga Gotoku Studio ได้ทำการปรับเปลี่ยนชื่อเรียกของตัวเกมที่ผู้คนคุ้นเคยเรียกกันติดปากมานาน จาก Yakuza สู่ชื่อใหม่ที่ตรงตัวและสื่อความหมายได้ดีกว่าเดิม ในนาม Like a Dragon และได้ทำการรีเมคเกม Spin-off ที่ยังไม่เคยแปลภาษาอังกฤษอย่างเกม Ryu Ga Gotoku Ishin! ซึ่งเคยลงให้กับเครื่อง PlayStation 3 และ PlayStation 4 ในปี 2014 นำกลับมาทำใหม่ด้วย Unreal Engine โดยใช้ชื่อเกมว่า Like a Dragon: Ishin! พร้อมให้แฟนเกมยากูซ่าทั่วโลกได้สัมผัสกัน

   ย้อนไปในช่วงบั้นปลายของยุคเอโดะที่เรียกกันว่า “บาคุมัตสึ” กับเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ความเหลื่อมล้ำก่อให้เกิดความวุ่นวายถึงขีดสุด และแรงกดดันลูกใหม่จากภายนอกประเทศกำลังคืบคลานเข้ามาสู่ญี่ปุ่นในไม่ช้า เรื่องราวมากมายได้นำพาซามูไรหนุ่มนามว่า “ซากาโมโตะ เรียวมะ” ออกเดินทางพร้อมดาบคู่ใจ พร้อมภารกิจจัดการไฟแค้นในจิตใจให้สงบ ด้วยการตามหาผู้ที่ลอบสังหารพ่อของเขา หาหนทางฟื้นฟูเกียรติของตนเองกลับคืนมา และในขณะเดียวกัน เรียวมะ ก็ได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ด้วย

   Like a Dragon: Ishin! ถือเป็นเกมภาคแยกจากจักรวาลของเกมตระกูล Yakuza ที่เปลี่ยนท้องเรื่องจากการรับบทแก๊งยากูซ่า สู่ยุคสมัยแห่งประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น กับเรื่องราวของเหล่า “ซามูไร” ที่มักถูกหยิบยกมาดัดแปลงสู่ภาพยนตร์ อนิเมะ และวิดีโอเกมมากมาย

   จุดเด่นของเกมตระกูล Yakuza ที่หากใครได้สัมผัสต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือที่สุดของที่สุด ยากที่จะหาเรื่องราวของอะไรมาเทียบได้  กับ “ชั้นเชิงของการเล่าเรื่อง” ที่ใน Like a Dragon: Ishin! ก็ยังคงนำเสนอออกมาได้อย่างน่าติดตาม แม้เรื่องราวในช่วงแรกจะค่อยเป็นค่อยไปแบบเนิบนาบ แต่พอถึงจุดที่เครื่องติด ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นและสนุกจนวางมือละไปจากเกมแทบไม่ได้ อีกทั้งคัตซีนที่ถูกทำใหม่ก็สวยงามและส่งตรงอารมณ์ให้ถึงผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ทั้งสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงการพากย์ที่ดีอยู่แล้วในต้นฉบับ ก็ยกเครื่องให้ดีมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม 

   แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า หากคุณไม่ได้ติดตามหรือพอรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาบ้าง ก็อาจจะรู้สึกปะติดปะต่ออะไรหลาย ๆ ส่วนในช่วงแรกของเกมไม่ค่อยได้ เพราะตัวเกมนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการเมืองของประเทศญี่ปุ่นในช่วงยุค 1860 เต็มไปด้วยคำศัพท์เฉพาะทางที่ยากต่อการเข้าใจ ซึ่งตลอดการเล่นตัวเกมก็มีระบบแนะนำคำศัพท์เฉพาะทางแต่ละคำด้วยว่าคำศัพท์นั้น ๆ หมายถึงอะไร ซึ่งหากใครที่ไม่ใช่สายชอบอ่านบทสนทนาหนัก ๆ ก็อาจต้องคิดในจุดนี้สักหน่อย เพราะตัวเกมมีบทพูดและคำศัพท์เฉพาะทางที่เยอะมาก อาจนำพาไปสู่ความสับสน จนทำให้เรารับรู้เรื่องราวได้ไม่เต็มที่ แต่หากใครที่ชื่นชอบเรื่องราวของการเมืองในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น หรือพอรับรู้เรื่องของซามูไรในตำนานอย่าง “Sakamoto Ryoma” จะต้องชื่นชอบและหลงรักทั้งเรื่องราวและบรรยากาศที่ตัวเกมหยิบยกมานำเสนออย่างแน่นอน

   อีกทั้งฉากหลังของญี่ปุ่นในยุค 1860 ที่ได้หยิบยกเมือง Kyo มานำเสนอ ถูกถ่ายทอดออกมาได้ดี บรรยากาศมีชีวิตชีวา มอบความรู้สึกราวกับให้ตัวผู้เขียนได้เข้าไปอยู่ในยุคนั้นจริง ๆ แสงสีและทิวทัศน์ต่าง ๆ ของตัวเมือง ทั้งกลางวันและกลางคืนนำเสนอออกมาได้สวยงาม ผนวกเข้ากับเรื่องราวของภารกิจเสริมที่นำเสนอออกมาได้ดีไม่แพ้เนื้อหาหลักของเกม ทำให้เราผูกพันกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่อยู่ภายในเมืองนี้ ก็ยิ่งทำให้เมือง Kyo ดูจับต้องได้จริงมากยิ่งขึ้นไปอีก 

   และด้วยความที่ Like a Dragon: Ishin! นับเป็นเกม Spin-off ตัวเกมจึงไม่มีเนื้อหาที่ผูกโยงกับเรื่องราวของเกมภาคอื่น ๆ ทำให้คนที่ไม่เคยสัมผัสเกมตระกูล Yakuza มาก่อน สามารถเล่นเกมนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมให้ยุ่งยากนัก แต่หากใครที่เป็นแฟนเกม Yakuza มาก่อน ก็จะคุ้นเคยกับโมเดลตัวละครมากมายที่คุ้นหน้าคุ้นตา เปรียบได้กับการเปลี่ยนฉากหลังในโตเกียวในยุคปัจจุบัน สู่เมือง Kyo ในปลายศตวรรษที่ 18 และเต็มไปด้วยตัวละครที่แฟนเกมชื่นชอบมานาน หนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นของเกมซีรีส์นี้อย่าง Kiryu ก็ถูกนำมาเสนอในบทบาทของตัวเอกอย่าง Sakamoto Ryoma และยังมีตัวละครคุ้นหน้าอื่น ๆ อีกมากมายที่มาปรากฏในเกมนี้ให้แฟนเกม Yakuza ได้หายคิดถึงกัน 

   เกมการเล่นของ Like a Dragon: Ishin! จะย้อนกลับไปใช้ระบบเกมการเล่น “เดินหน้าซัด” แบบภาคเก่า ๆ พร้อมด้วยการสำรวจฉากในพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นโซนหรือเขตต่าง ๆ ซึ่งตามฉากก็จะเต็มไปด้วยสถานที่มากมาย มีทั้งร้านขายข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ, ย่านเริงรมย์สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจด้วยมินิเกม และอื่น ๆ อีกมากมายที่เราสามารถเข้าไปสำรวจได้ โดยตลอดการสำรวจ เราจะได้เจอกับเหตุการณ์สุ่มที่เหล่าอันธพาล, นักทวงหนี้, โจร หรืออื่น ๆ จะคอยเข้ามาหาเรื่องและโจมตีเราอยู่เสมอ

   เมื่อเราเดินสำรวจในเมืองและถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีวิ่งเข้ามาหาเรื่อง ตัวเกมจะตัดเข้าฉากต่อสู้ โดยตัวเอกของเราจะสามารถใช้ทักษะการต่อสู้ได้ทั้งหมด 4 สไตล์ ได้แก่ Swordsman (ดาบ), Gunman (ปืน), Wild Dancer (ดาบและปืน), และ Brawler (หมัด) ที่สามารถผนวกคอมโบเข้ากับระบบการปรับแต่ง Trooper Card ทำให้เราสามารถใช้สกิลพิเศษจากตัวละครอื่น ๆ ได้ ผู้เล่นจะได้คิดค้นคอมโบที่ตัวเองอยากใช้ด้วยการเลือกใช้สไตล์ของอาวุธทั้ง 4 แบบ และปรับแต่งการ์ดต่าง ๆ ให้เข้ากับแต่ละสไตล์การต่อสู้ ก่อให้เกิดกลยุทธ์และคอมโบแบบต่าง ๆ สร้างความหลากหลายให้เกมการเล่นได้เป็นอย่างดี

   และระบบ Heat เกจพลังแห่งความเร่าร้อนในตัวคุณ ที่จะเติมเกจได้ด้วยการโจมตีศัตรูไปเรื่อย ๆ เมื่อเกจเต็มจะสามารถกดออกท่าเพื่อกระทืบคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า หรือจะใช้ท่าพิเศษเพื่อโจมตีศัตรูแบบหนักหน่วงก็ได้ โดยท่าพิเศษที่ใช้เกจ Heat นี้ ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสไตล์ของโหมดการต่อสู้ที่เลือกใช้ด้วย

    แม้จะมีสไตล์ของอาวุธหลากหลายจนรู้สึกราวกับจะได้ใช้งานให้ครบทุกแบบ แต่พอเล่นจริง ๆ ตัวผู้เขียนกลับรู้สึกว่าใช้โหมดการต่อสู้แบบ Gunman และ Wild Dancer ดูจะทรงพลัง มีประโยชน์และมีกระบวนท่าของอาวุธที่ส่งเสริมให้การต่อสู้นั้นง่ายดายกว่าอีกสองโหมดที่เหลืออยู่พอสมควร มีบ้างที่ตัวผู้เขียนจะหันไปใช้โหมด Swordman (มักใช้เวลาสู้กับบอส) ส่วนโหมด Brawler ตัวผู้เขียนแทบไม่ได้แตะเลย เพราะดาเมจนั้นเบาเกินไป กว่าจะใช้หมัดชกศัตรูให้ล้มได้สักตัว เล่นเอาเหนื่อยมาก ๆ

   และจุดที่ตัวผู้เขียนรู้สึกค่อนข้างขัดใจตลอดการเล่น คือมุมกล้องที่บังคับยาก หันไปดูท่าของศัตรูหรือหันไปตอบโต้ศัตรูได้ไม่ทันท่วงที กระทั่งในการวิ่งสำรวจเมืองก็มีบางจุดที่มุมกล้องก็มักอะไรบางอย่าง ทำให้เหมือนบังคับมุมกล้องไม่ไป แม้ในการตั้งค่าของตัวเกม จะมีตัวเลือกให้ปรับเกี่ยวกับมุมกล้องอยู่พอสมควร แต่ไม่ว่าจะปรับอย่างไร ตัวผู้เขียนก็ยังรู้สึกว่าการบังคับกล้องในตอนต่อสู้ยังค่อนข้างยากอยู่ดี

   นอกจากระบบการต่อสู้หลักที่ว่าไปแล้ว ยังคงมีระบบอีกมากมายที่จะคอยช่วยเหลือให้ Ryoma แข็งแกร่งขึ้นตลอดการเล่น ทั้งการอัปเกรดทักษะความสามารถโดยใช้แต้มเพื่อปลดล็อกพลังและความสามารถใหม่ ๆ , การอัปเกรดอุปกรณ์และของสวมใส่ต่าง ๆ ที่ต้องหาวัตถุดิบที่ต้องการให้ครบเสียก่อน, การหา Trooper Card ใบใหม่ ๆ เข้าทีมเพื่อเสริมคอมโบให้มากขึ้น และยังมีระบบการออกปฏิบัติภารกิจ (คล้ายการลงดันเจี้ยน) ที่เราจะได้ของรางวัลเป็นทั้งเงินและวัตถุดิบต่าง ๆ ในการอัปเกรดอุปกรณ์ของเราอีกด้วย

   อีกระบบที่สำคัญไม่แพ้ระบบการต่อสู้ คือระบบสำรวจฉากของเกม ที่ผู้เล่นจะได้สำรวจสถานที่ต่าง ๆ ของเมือง Kyo เต็มไปด้วยทิวทัศน์น่ารื่นรมย์ตลอดทุกซอกซอย โดยระหว่างการดำเนินเนื้อเรื่องหลัก ผู้เล่นจะได้รับอิสระให้สำรวจเมืองได้ตามใจเป็นระยะ ๆ ซึ่งภายในเมืองก็จะเต็มไปด้วยสถานที่, มินิเกม และภารกิจเสริมมากมาย 

   มินิเกมถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ Like a Dragon: Ishin! นำเสนอออกมาได้เป็นอย่างดี ตัวเกมมีมินิเกมที่เยอะมาก มีร้านและสถานที่ต่าง ๆ มากมายให้เราได้เข้าไปพักผ่อน ทั้งการร้องคาราโอเกะ, การเต้นรำ, การดื่มกับเหล่านางคณิกา, เกมกระดานต่าง ๆ ตามสไตล์ของญี่ปุ่น, มินิเกมการตกปลา, โหมด Another Life ใช้ชีวิตแถบชานเมือง ทำอาหาร ปลูกพืช ขายของ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้การสำรวจเมือง Kyo ดูมีชีวิตชีวาและรู้สึกจับต้องได้จริง ๆ 

   อีกทั้งภารกิจเสริมต่าง ๆ ก็มีหลายส่วนที่ทำออกมาได้น่าสนใจ มีทั้งภารกิจเนื้อหาเบา ๆ พอให้ได้ผ่อนคลาย ไปจนถึงเนื้อหาที่เข้มข้นน่าติดตามไม่แพ้เนื้อเรื่องหลัก ซึ่งการทำภารกิจเสริมและการพบปะพูดคุยกับผู้คนต่าง ๆ ภายในเมือง Kyo จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเหล่านั้นและ Ryoma สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุคสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี

   ในส่วนของประสิทธิภาพของตัวเกม ตัวผู้เขียนได้เล่นเกมนี้บน PC ผ่าน Steam เล่นบนความละเอียดแบบ 1440p ปรับกราฟิก High สูงที่สุดเท่าที่ตัวเกมจะมีให้ ภาพลื่นไหล เฟรมเรต 60fps ตลอดเวลา ไม่มีบั๊กหรือปัญหาอะไรที่ส่งผลให้ประสบการณ์การเล่นนั้นแย่จนเกินทน มีเพียงปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการโหลด Texture ไม่ทัน เช่น เวลาเปลี่ยนจากฉากคัตซีนกลับมาฉากสำรวจ หรือการเปลี่ยนฉากตอนออกจากที่พักเข้าสู่เมือง จะมีอาการโหลด Texture ไม่ทัน ฉากหลังกลายเป็นดินน้ำมัน แต่อาการนี้เป็นแค่เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น แทบไม่ส่งผลอะไรต่อการเกมการเล่น (แต่ก็สังเกตเห็นได้) นอกจากอาการนี้แล้ว ตัวผู้เขียนก็ไม่พบอาการอื่น ๆ อีกเลย

   Like a Dragon: Ishin! ถือเป็นการนำเกมเก่าที่ยังไม่เคยแปลภาษาอังกฤษมาก่อน เอากลับมาทำใหม่ให้แฟนเกมยากูซ่าได้สัมผัสกันสักที กับเรื่องราวการเปลี่ยนฉากหลังจากแก๊งยากูซ่าสู่วิถีแห่งซามูไร ที่นำเสนอเนื้อหาได้อย่างมีชั้นเชิง ยอดเยี่ยมตามสไตล์การเล่าเรื่องของเกมตระกูล Yakuza แม้ระบบเกมการเล่นจะมีติดขัดในเรื่องของมุมกล้อง และระบบหลายส่วนอาจดูตกยุคไปบ้างหากเทียบกับหลายเกมที่รีเมคมาใหม่ในยุคนี้ แต่ก็นับว่า Like a Dragon: Ishin! ถือเป็นเกมแอ็กชันที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่แฟนเกม Yakuza หน้าเก่าจะต้องชื่นชอบ และในขณะเดียวกันก็ถือเป็นภาคที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับแฟนเกมหน้าใหม่ที่อยากลิ้มลองเกมจากตระกูล Yakuza ที่เพิ่งได้รับการขนานนามใหม่ว่า Like a Dragon

ขอขอบคุณโค้ดรีวิวเกมจากทาง SEGA มา ณ ที่นี้ด้วย

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Like a Dragon: Ishin!
PCPlayStation 4Xbox Series X/S

Like a Dragon: Ishin!

ย้อนไปในปี 1860 ปีที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมและในปีนั้นซามูไรเพียงคนเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ให้กลับมาถูกต้องอีกครั้ง Sakamoto Ryoma ชายผู้มาพร้อมกับดาบคู่ใจและภารกิจที่จะต้องตามหาผู้ที่ฆ่าพ่อของเขาให้ได้ เพื่อจัดการไฟแค้นในจิตใจให้สงบลงและฟืนฟูเกียรติของตนเอง

Release Date

22 ก.พ. 2023


8

Story

9

Design

7

Gameplay

7

Performance

9

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In