Games On

Home

Guide

พื้นฐานระบบการโจมตี และรายละเอียดอาวุธทั้ง 8 แบบ | WILD HEARTS

พื้นฐานระบบการโจมตี และรายละเอียดอาวุธทั้ง 8 แบบ | WILD HEARTS

แนวทางการเล่น กลไกพิเศษ และวิธีการต่อคอมโบเฉพาะตัว

16 ก.พ. 2023·4 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026

   เมื่อเกม WILD HEARTS เป็นเกมแนวเดียวกับ Monster Hunter จึงมีระบบแกนหลักที่คล้ายคลึงเกมมอนฮัน ไม่ว่าจะเป็นวงวนของเกมการเล่น (loop gameplay) , ระบบ RPG ที่เน้นการฟาร์มและคราฟของโดยใช้วัตถุดิบจากตัวมอนสเตอร์, การเน้นเรื่องราวระบบนิเวศของตัวมอนสเตอร์, ระบบการต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีมูฟเซ็ต (moveset) ซับซ้อน และแน่นอน “ระบบการใช้อาวุธ” ที่แต่อาวุธละประเภทต่างมีแนวทางการเล่น กลไกพิเศษ และวิธีการต่อคอมโบเฉพาะตัว

   หลังจากที่พวกเรา Game's On ได้นำเสนอทั้งเรื่องเคโมโนะและคาราคุริไปเมื่อคราวก่อน ในวันนี้พวกเราขอนำเสนอถึงเรื่อง “พื้นฐานระบบการโจมตี และรายละเอียดอาวุธทั้ง 8 แบบ” ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่ทาง EA กับ Omega Force ร่วมถึงสื่อวิดีโอเกมอื่น ๆ เพิ่งออกมาเปิดเผยเนื้อหาใหม่ ๆ โดยทางเราจะเรียบเรียงเนื้อหาให้ทุกท่านได้อ่านกันแบบเข้าใจง่าย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

   WILD HEARTS ปล่อยให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2023 บนแพลตฟอร์ม PlayStation 5, Xbox Series X/S และ PC (หากเป็นสมาชิกของ EA Play หรือ Game Pass สามารถเล่นได้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2023)

พื้นฐานระบบการโจมตีของทุกอาวุธ

   อาวุธทั้ง 8 แบบ ภายในเกม WILD HEARTS ต่างมีแนวทางการเล่น กลไกพิเศษ และวิธีการต่อคอมโบที่เฉพาะตัวเป็นอย่างมาก โดยอาวุธทุกชิ้นมีพื้นฐานของการกดท่าโจมตีอยู่ 2 ประเภท คือ 1. การโจมตีแบบปกติ (standard attack) 2. การโจมตีแบบพิเศษ (Special Attack) ซึ่งรายละเอียดของเรื่องพื้นฐานการโจมตีทั้งสองประเภท ผู้เขียนจะนำไปใช้อธิบายกลไกของอาวุธทั้ง 8 แบบต่อไป

1. การโจมตีแบบปกติ

   การโจมตีแบบปกติจะมี 2 กระบวนท่าให้ผู้เล่นกดใช้ ได้แก่ การโจมตีแบบปกติกระบวนท่าที่ 1 (ต่อไปนี้จะเรียกว่า Attacks 1 เพื่อความสะดวกในการอ่าน) ส่วนใหญ่จะเป็นท่าพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับทุกสถานการณ์ ส่วนการโจมตีแบบปกติกระบวนท่าที่ 2 (ต่อไปนี้จะเรียกว่า Attacks 2 เพื่อความสะดวกในการอ่าน) จะเป็นท่าที่ครอบคลุมตั้งแต่การโจมตีที่มีความรุนแรงสูง ไปจนถึงเป็นท่าสนับสนุนในการใช้อาวุธ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอาวุธแต่ละชิ้น

2. การโจมตีแบบพิเศษ

   การโจมตีแบบพิเศษ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า Special Attack เพื่อความสะดวกในการอ่าน) จะเป็นท่าที่มีความเฉพาะตัวตามอาวุธ และมีความแตกต่างกัน ตั้งแต่เป็นการสลับท่าทางการใช้อาวุธ (stance) เพื่อยืดความยาวของคอมโบ หรือเป็นสลับท่าทางการใช้อาวุธเพื่อเพิ่มความรุนแรงให้กับคอมโบ

   โดยการกดท่า Special Attack จะผูกโยงกับระบบค่าสตามิน่า (Stamina) ค่าดังกล่าวจะลดลงเมื่อผู้เล่นกดใช้ท่า Special Attack และการกดกลิ้งหลบ (dodging) ฉะนั้น ผู้เล่นต้องบริหารค่าสตามิน่าให้ดี หากใช้ค่าสตามิน่าไปกับการกดท่า Special Attack จนหมดเกลี้ยง ก็จะเกิดปัญหาในการเอาตัวรอดจากการโจมตีของเหล่าเคโมโนะ ในทางกลับกัน หากใช้ไปกับการกลิ้งหลบจนหมด ผู้เล่นก็จะไม่สามารถรีดพลังการโจมตีจากอาวุธได้เต็มประสิทธิภาพ

หมายเหตุ สำหรับการเทียบเคียงปุ่มกดโจมตี บนจอยคอนโทรลเลอร์ของฝั่ง PlayStation 5

   • Attacks 1 คือ ปุ่ม ☐

   • Attacks 2 คือ ปุ่ม △

   • Special Attack คือ ปุ่ม R2

พื้นฐานการสร้าง อัปเกรด และเรื่องธาตุติดอาวุธ

   อาวุธทุกชิ้น ผู้เล่นสามารถอัปเกรดได้ตามสไตล์ของตัวเอง โดยเราสามารถสร้างและอัปเกรดอาวุธได้ตามใจต้องการ และแน่นอนว่าการสร้างอาวุธแต่ละชิ้น ก็ต้องใช้วัตถุดิบที่แล่มาจากตัวเคโมโนะ 

   โดยการอัปเกรดอาวุธแต่ละชิ้นมีพื้นฐานอยู่บนเรื่อง “การโจมตีธาตุ” และ “การโจมตีกายภาพ” ในประเภทหลัง เป็นการโจมตีที่ไม่มีธาตุมาเกี่ยวข้อง หรือที่เรามักเรียกในเกม Monster Hunter ว่า “raw damage” ซึ่งอาวุธติดธาตุจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เมื่อโจมตีพวกมอนสเตอร์ที่แพ้ทางธาตุดังกล่าว ส่วนอาวุธไม่ติดธาตุจะมีค่าการความเสียหายโดยรวมสูงกว่าอาวุธติดธาตุ

รายละเอียดอาวุธทั้ง 8 แบบ ในเกม

ดาบคาตานะ คาราคุริ (Karakuri Katana)

   เป็นอาวุธระยะใกล้ มีน้ำหนักของอาวุธในระดับกลาง มีความสมดุลและใช้งานง่าย โดยดาบคาตานะ คาราคุริจะมีมูฟเซ็ตการโจมตีที่หลากหลาย

• ปุ่ม Attacks 1: เป็นการกดท่าโจมตีแบบรวดเร็ว และเราจะไม่กระตุกหรือกระเด็นเมื่อโดนโจมตีในระหว่างการใช้กระบวนท่านี้ (unassailable strikes)

• ปุ่ม Attacks 2: เป็นการกดท่าโจมตีแบบรุนแรง แต่แลกมากับการเปิดช่องว่างให้มอนสเตอร์สวนกลับ

• ปุ่ม Special Attack: จะเป็นกดท่าการโจมตีที่ต่อเนื่องและรุนแรง โดยต้องแลกมากับการใช้ค่าสตามิน่าในปริมาณมาก  

   เมื่อผู้เล่นเก็บเกจอาวุธจนเต็ม ผู้เล่นจะเข้าสู่โหมดระเบิดพลัง (unleashed state) ทุกท่าการโจมตีจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น รวมถึงหากผู้เล่นโจมตีมอนสเตอร์จากที่สูงในโหมดนี้ ด้วยการกระโดดจากกล่องคาราคุริ 3 ชั้น จะถือเป็นหนึ่งในท่าที่มีความรุนแรงมากที่สุดในเกม

ดาบโนดาจิ (Nodachi)

   เป็นอาวุธระยะประชิด มีน้ำหนักของอาวุธในระดับสูง จึงมีความเชื่องช้าในตอนหยิบจับใช้งาน ดาบใหญ่สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างหนักหน่วง และยังถือเป็นอาวุธที่ใช้งานง่าย โดยอาวุธชิ้นนี้มีกลไกพิเศษคือการ “อิไอ” (Iai)

• ปุ่ม Attacks 1: เป็นการกดท่าโจมตีแบบเสยขึ้น ซึ่งมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก

• ปุ่ม Attacks 2: เป็นการกดท่าโจมตีแบบตัดเฉือน ซึ่งจะใช้ได้เมื่อผู้เล่นวิ่งไม่อยู่กับที่

• ปุ่ม Special Attack: เป็นการกดท่าอิไอ โดยเป็นท่าที่ผูกโยงกับระบบเก็บเกจอาวุธ ผู้เล่นจะปล่อยท่าอิไอได้หลังจากเก็บเกจอาวุธแล้ว ซึ่งประสิทธิภาพของท่าอิไอก็ขึ้นอยู่กับปริมาณเกจอาวุธที่เราเก็บได้ในขณะนั้น แน่นอนว่าถ้าเราเก็บเกจอาวุธจนเต็ม ก็จะสร้างความเสียหายได้แรงสุดขีด สมกับการเป็นอาวุธหนักในเกม โดยวิธีการเก็บเกจอาวุธคือผู้เล่นต้องกดปุ่ม Special Attack ค้างเอาไว้

   รวมถึงการกดใช้ท่าอิไอจะเปลี่ยนแปลงไปตามท่าทางของตัวละครผู้เล่น

   กดปุ่ม Special Attack + ให้ตัวละครยืนนิ่ง ๆ = เป็นท่าอิไอที่ผู้เล่นจะไม่สามารถเคลื่อนไหวใด ๆ ได้เลย แต่แลกกับการเก็บเกจอาวุธได้ไวมาก ๆ

   กดปุ่ม Special Attack + เคลื่อนไหวตัวละคร = เป็นมุมกลับของการกดปุ่ม Special Attack ตอนยืนนิ่ง ๆ โดยผู้เล่นจะได้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วขึ้น แต่แลกกับการเก็บเกจอาวุธที่แสนเชื่องช้าเสียเหลือเกิน

   กดปุ่ม Special Attack สองครั้งซ้อน = เป็นท่าอิไอแบบคอมโบต่อเนื่อง แต่จะบริโภคค่าสตามิน่าเยอะมาก

   กดปุ่ม Special Attack + พร้อมคอมโบกับการกระโดดจากกล่องหรือแท่นดีดตัว = จะเป็นการออกท่าอิไอแบบเฉพาะตัว ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

ธนู (ฺBow)

   เป็นอาวุธระยะไกล มีความคล่องตัวสูง แต่ก็ต้องใช้ไหวพริบในการเล่นเช่นกัน โดยธนูเป็นอาวุธที่มีท่าทางการถืออาวุธอยู่ 2 แบบหลัก การถือธนูแบบแนวนอน และแนวตั้ง ซึ่งเป็นกลไกพิเศษในการใช้อาวุธชิ้นนี้ 

• ปุ่ม Attacks 1: เป็นการกดเพื่อสลับท่าทางการถืออาวุธ ระหว่างแนวนอนและแนวตั้ง

• ปุ่ม Attacks 2: เป็นการกดเพิ่มความรุนแรงของการยิงลูกธนูแบบชั่วคราว โดยบริโภคค่าสตามิน่า ซึ่งท่าทางการโจมตีจะขึ้นอยู่กับท่าทางการถือธนู และจำนวนครั้งของการกดปุ่ม

   การกดยิงธนูแบบถือแนวนอน + กดปุ่ม Attacks 2 เพียงครั้งเดียว = จะเป็นการยิงลูกธนู “ฮายะ” แบบรวดเร็ว

   การกดยิงธนูแบบถือแนวนอน + กดปุ่ม Attacks 2 ซ้ำสองครั้งรวด = จะเป็นการใช้ท่ายิง “ห่าฝนลูกธนูฮายะ” (Arrow Rain)

   การกดยิงธนูแบบถือแนวตั้ง + กดปุ่ม Attacks 2 เพียงครั้งเดียว = จะยิงลูกธนู “โอโตยะ” แบบเจาะร่างมอนสเตอร์ (piercing arrow) ที่สร้างความเสียหายหลายครั้ง ผ่านการยิงธนูเพียงครั้งเดียว

   การกดยิงธนูแบบถือแนวตั้ง + กดปุ่ม Attacks 2 ซ้ำสองครั้งรวด = จะเป็นการยิงธนูโอโตยะที่สร้างความเสียหายแบบสะท้อน

   ซึ่งประเด็นลูกธนูฮายะ โอโตยะ และความเสียหายสะท้อน เราจะอธิบายรายละเอียดในหัวข้อถัดไป

• ปุ่ม Special Attack: ใช้สำหรับกดยิงลูกธนู ซึ่งประเภทของลูกธนูที่ถูกยิงจะเปลี่ยนไปตามท่าทางการถือธนู

   หากผู้เล่นยิงธนูในแนวนอน ลูกธนูที่ยิงออกไปจะเป็นลูกธนู “ฮายะ” (haya) ซึ่งจะปักคาบนร่างของเหล่ามอนสเตอร์ ส่วนการยิงธนูในแนวตั้ง ลูกธนูที่ยิงออกไปจะเป็นลูกธนู “โอโตยะ” (otoya) ซึ่งมันจะสะท้อนใส่ลูกธนูฮายะที่ปักคาอยู่บนร่างมอนสเตอร์ สร้างความเสียหายเพิ่มเติมใส่ตัวมอนสเตอร์ โดยความเสียหายสะท้อนของการระเบิดลูกธนูฮายะ จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงจากการยิงลูกธนูโอโตยะ

   โดยการกดยิง ก็จะยิงเป็นนัด ๆ ไป แต่ถ้ากดค้างไว้ ก็จะให้ผลลัพธ์ต่อไปนี้

   การกดปุ่ม Special Attack ค้างไว้ ในขณะถือธนูแนวนอน = จะเป็นการยิงลูกธนูฮายะเป็นชุด

   การกดปุ่ม Special Attack ค้างไว้ ในขณะถือธนูแนวตั้ง = จะเป็นการยิงลูกธนูโอโตยะแบบชาร์จช็อต (charge shot)

   โดยระบบกลิ้งหลบของอาวุธธนูก็แตกต่างจากอาวุธชิ้นอื่น หากกดครั้งเดียว จะเป็นการหลบแบบไซด์สเตป (sidestep) ส่วนการกดซ้ำสองครั้งจะเป็นการกลิ้งหลบแบบอาวุธอื่น ๆ และการกดกลิ้งหลบพร้อมกดปุ่ม Special Attack ก็จะเป็นการใช้ท่าเฉพาะ

ร่มญี่ปุ่นติดใบมีด (Bladed Wagasa)

   เป็นอาวุธระยะประชิด มีน้ำหนักเบา โดยเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวภายในเกมที่มีกลไกพิเศษสำหรับการปัดป้อง (parry) การโจมตีของมอนสเตอร์

• ปุ่ม Attacks 1: เป็นการกดท่าโจมตีแบบรวดเร็ว และสามารถต่อคอมโบได้อีกด้วย 

• ปุ่ม Attacks 2: เป็นการกดท่าโจมตีที่สร้างความเสียหายแบบพุ่งเจาะร่างมอนสเตอร์ แถมยังสามารถต่อคอมโบกลางอากาศ (airborne moves) อีกได้เช่นกัน

• ปุ่ม Special Attack: เป็นการกดเพื่อปัดป้องการโจมตีของมอนสเตอร์ โดยบริโภคค่าสตามิน่า

   หากผู้เล่นโจมตีและการปัดป้องมอนเตอร์ได้สำเร็จ จะเพิ่มเกจ “เรนไม” (Renmai) ซึ่งเป็นกลไกพิเศษของร่มญี่ปุ่นติดใบมีด ยิ่งผู้เล่นเก็บเกจได้มากขึ้นตามระดับที่กำหนดไว้ (thresholds) ซึ่งมีทั้งสิ้น 3 ระดับ ก็จะยิ่งโจมตีได้รุนแรงขึ้นจากการเพิ่มจำนวนการตี (hit) ในแต่ละการออกท่าโจมตี 

ปืนใหญ่ (Cannon)

   เป็นอาวุธระยะไกล มีน้ำหนักของอาวุธในระดับสูง ปืนใหญ่จะมีกลไกพิเศษคือ เกจชาร์จกระสุน เกจปืนร้อน และฐานเติมกระสุน โดยผู้เล่นจะกดยิงกระสุนปืนใหญ่ด้วยการกดปุ่ม Special Attack เหมือนกับการยิงของธนูข้างต้น

   เกจชาร์จกระสุน คือเกจที่แสดงจำนวนของพลังงานที่เรากักเก็บไว้ได้ในขณะนั้น เมื่อเรายิงปืนก็จะบริโภคพลังงานในเกจดังกล่าว เราสามารถยิงปืนได้แม้เกจหมด แต่ยิงปืนของเราก็จะเชื่องช้ามาก ๆ

   เราสามารถเติมเกจได้จากการวางฐานเติมกระสุนแล้วยืนบนฐานนั้น ๆ วิธีการกดวางฐาน ได้แก่ 

   กดปุ่ม Attacks 1 = เป็นการวางบนพื้นที่ผู้เล่นยืนอยู่

   กดปุ่ม Attacks 2 + กดปุ่ม Special Attack ค้างไว้ = จะเป็นการปล่อยฐานเติมกระสุนในตำแหน่งที่ผู้เล่นเล็งไว้ 

   เกจปืนร้อนจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผู้เล่นยิงอย่างต่อเนื่อง หากเกจปืนร้อนเต็ม ปืนใหญ่จะเข้าสู่สถานะปืนร้อน ไม่สามารถยิงปืนได้ชั่วขณะ

   ผู้เล่นสามารถลดเกจปืนร้อนได้ด้วยการปล่อยฐานเติมกระสุนออกไป เพื่อคายความร้อนออกจากปืน รวมถึงใช้คอมโบคาราคุริ หรือยืนรอเฉย ๆ สักพัก ก็ลดเกจปืนร้อนได้เช่นกัน หากผู้เล่นปล่อยฐานเติมกระสุนออกไปในจังหวะก่อนปืนเข้าสู่สถานะปืนร้อน จะเป็นการใช้ท่าโจมตีแบบรุนแรง และเป็นการสร้างฐานเติมกระสุนที่มีประสิทธิภาพกว่าฐานแบบปกติ ซึ่งผู้เล่นสามารถกดใช้ท่ายิงพิเศษเมื่อยืนบนฐานดังกล่าวได้ด้วย

   แนวคิดของกลไกอาวุธชิ้นนี้ คือการบริหารจัดการแบบยิบย่อย (micro management) ผู้เล่นต้องบริหารทั้งเกจชาร์จกระสุน เกจปืนร้อน และโดยเฉพาะฐานเติมกระสุน ที่เป็นหัวใจหลักในการเพิ่มเกจชาร์จกระสุนและลดเกจปืนร้อน 

ดาบกรงเล็บ (Clawblade)

   เป็นอาวุธระยะประชิด มีน้ำหนักเบา เน้นการโจมตีที่ว่องไวและการโจมตีบนอากาศ มีกลไกพิเศษคือการปักดาบกรงเล็บใส่มอนสเตอร์ แล้วเข้าสู่ช่วงบินเพื่อระดมคอมโบการโจมตีบนอากาศ 

• ปุ่ม Attacks 1: เป็นการกดท่าโจมตีที่เน้นความรวดเร็วเป็นหลัก และเปิดช่องให้ผู้เล่นต่อคอมโบได้

• ปุ่ม Attacks 2: เป็นการกดท่าโจมตีที่สามารถใช้เปลี่ยนตำแหน่งของตัวผู้เล่น เพื่อใช้ต่อคอมโบวนไป โดยการโจมตีแบบปกติและการโจมตีโดยใช้คาราคุริ จะเพิ่มเกจอาวุธ ซึ่งเกจอาวุธดังกล่าวจะใช้เข้าสู่กลไกพิเศษของดาบกรงเล็บ คือการปักดาบกรงเล็บใส่ตัวมอนสเตอร์แล้วบินทะลวงฟันไม่หยุด

• ปุ่ม Special Attack: เป็นการปักดาบกรงเล็บใส่ตัวมอนสเตอร์ แล้วเข้าสู่ช่วงบินทะลวงฟัน โดยเกจอาวุธที่เราสะสมไว้ก่อนหน้า จะกลายเป็นเกจพิเศษที่แสดงบนตัวมอนสเตอร์ ในเกมเรียกว่า คลอว์เกจ (claw gauge) ซึ่งมันคือเวลาที่หลงเหลืออยู่สำหรับการอยู่ในช่วงบิน มันจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อหมดแล้ว ตัวเราก็จะกลับสู่ช่วงปกติ

   เมื่อเราอยู่ในช่วงปักดาบกรงเล็บใส่ตัวมอนสเตอร์ การโจมตีกลางอากาศจะรุนแรงขึ้น การกดกลิ้งหลบจะเป็นการหมุนตัวเปลี่ยนตำแหน่งของเรา และการกดปุ่ม Special Attack ก็จะเป็นการพุ่งเข้าเสียบมอนสเตอร์

กระบองคาราคุริ (Karakuri Staff)

   เป็นอาวุธที่มีระยะหลากหลาย ตามรูปลักษณ์ของอาวุธที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่ามันเป็นกลไกพิเศษของอาวุธชิ้นนี้ กับความสามารถในการเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปมาได้ถึง 5 แบบ ได้แก่ กระบองยาว (long staff) , ดาบทวินแฟง (twin fang) , หอกปลายมีด (war pike) , ชูริเคนยักษ์ (giant shuriken) และ ดาบยักษ์ (giant sword)

• ปุ่ม Attacks 1: เป็นการกดท่าโจมตีระยะประชิด 

• ปุ่ม Attacks 2: เป็นการกดท่าโจมตีที่มีมูฟเซ็ตเฉพาะ ตามรูปลักษณ์ของอาวุธในขณะนั้น

• ปุ่ม Special Attack: เป็นการกดเพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์อาวุธไปเป็น กระบองยาว, ดาบทวินแฟง, หอกปลายมีด และ ชูริเคนยักษ์ ส่วนการเปลี่ยนเป็นดาบยักษ์ ต้องกดปุ่ม Special Attack + กดปุ่ม Attacks 2

   ส่วนการกดปุ่ม Special Attack ทันทีหลังจากกดคอมโบของปุ่ม Attacks 1 หรือ Attacks 2 จะเป็นการโจมตีแบบเปลี่ยนรูปลักษณ์ของอาวุธฉับพลัน (transformation attacks) ซึ่งหากโจมตีได้สำเร็จ จะเป็นการเก็บเกจอาวุธ ยิ่งเกจอาวุธสูงขึ้น จะยิ่งเพิ่มพลังในการโจมตีของอาวุธทุกรูปลักษณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพของดาบยักษ์อย่างยิ่งยวด โดยการเรียกใช้ดาบยักษ์จะผลาญเกจอาวุธทั้งหมด

   แนวคิดของกลไกอาวุธชิ้นนี้ คือ การพยายามเก็บพลังงานด้วยการโจมตีแบบเปลี่ยนรูปลักษณ์ และพยายามปล่อยพลังงานด้วยดาบยักษ์ให้ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งการต่อสู้ 

ค้อนใหญ่ (Maul)

   เป็นอาวุธที่มีทั้งน้ำหนักและความรุนแรงในการโจมตีอยู่อันดับต้น ๆ ของเกม รวมถึงยังเป็นอาวุธที่มีการต่อคอมโบได้หลากหลายไม่รู้จบ 

• ปุ่ม Attacks 1: เป็นการกดท่าโจมตีที่สร้างความเสียหายแบบกระแทกอย่างรุนแรง

• ปุ่ม Attacks 2: เป็นการกดท่าโจมตีที่เน้นการเคลื่อนไหวแบบคล่องตัว

• ปุ่ม Special Attack: เป็นการกดท่าโจมตีแบบระเบิดพลัง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

   ส่วนการกดปุ่ม Special Attack หลังจากการกดปุ่ม Attacks 1 หรือ Attacks 2 จะเป็นการยืดด้ามจับของค้อน ซึ่งมันทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธ และเปิดจังหวะสำหรับการต่อคอมโบในระลอกต่อไป


แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

• https://www.ea.com/games/wild-hearts/wild-hearts/news/weapons-introduction

• https://www.ea.com/games/wild-hearts/wild-hearts/overview/weapons-and-armor

• https://twitter.com/ROBERT_VRX/status/1622104190125477888  

• https://youtu.be/TjT6_D7Yczo

• https://youtu.be/-YMHho5DmCk 

• https://youtu.be/ysGUVLABI6Q


gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Wild Hearts
PCPlayStation 5Xbox Series X/S

Wild Hearts

Wild Hearts เกมใหม่จากความร่วมมือของ EA กับ Omega Force เจ้าของผลงานแนว Monster Hunter-like อย่าง Toukiden ซึ่งแทนที่จะใช้ชื่อซีรีส์ดังกล่าว พวกเขาตัดสินใจใช้ชื่อใหม่ เพื่อมุ่งสู่ตลาดที่ใหญ่กว่าเดิม แต่เกมยังมาในแนว Monster Hunter-like เช่นเคย ลงสนามสู้กับเจ้าตลาดอย่าง Monster Hunter ที่คู่แข่งของเกมนี้แทบล้มหายตายจากไปกันหมดแล้ว จากช่วงยุค PSP และ PS Vita ที่มีการสร้างเกมมาแข่งกับเจ้าตลาดอย่างดุเดือด

Release Date

17 ก.พ. 2023

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In