Join the Game's on Community!
Join the Game's on Community!

ภาค Reborn เป็นการรีมาสเตอร์ (remaster) ของภาค Tactics Ogre: Let Us Cling Together บนแพลตฟอร์ม PlayStation Portable ในปี ค.ศ. 2010 ซึ่งฉบับดังกล่าวบน PSP เป็นการรีเมค (remake) ของฉบับปี ค.ศ. 1995 ที่จำหน่ายในแพลตฟอร์ม Super Famicom และ PlayStation อีกที
“สรุปคือ Tactics Ogre: Reborn เป็นเกมรีมาสของเกมรีเมค”
ถึงแม้ว่าจะห่างหายไปจากสารบบอยู่นานนม ซีรีส์ดังกล่าวยังคงสั่งสมผู้ติดตามมิจางหาย คงเป็นเหตุจากความยอดเยี่ยมที่ฝังอยู่ในหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นระบบเกมการเล่นแสนตึงมือ ท้าทายจิตวิญญาณนักวางแผนของผู้เล่นจนสุดขีด รวมถึงเรื่องราวของโลกในเกมที่มีความจริงจัง ตามความเป็นจริง อิงเหตุและผลของการเมืองการปกครอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ที่สร้างความตระหนักรู้ให้ผู้เล่น
“กับเรื่องราวของสงคราม ที่ล้วนนำพาแต่ความสูญเสียแก่ทุกฝ่าย”
รับชมวิดีโอเปิดตัวเกม Tactics Ogre: Reborn
การปรับปรุงเกมในตัว Reborn - กำเนิดใหม่แห่ง Tactics Ogre
Tactics Ogre: Reborn มีวัตถุประสงค์ในพัฒนา เพื่อปรับปรุงแก้ไขทุกองค์ประกอบภายในเกมฉบับรีเมคให้ทันสมัยมากขึ้น เสริมสร้างประสบการณ์การเล่น ของผู้เล่นทั้งหน้าใหม่และวัยดึก โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ด้านภาพ
ปรับปรุงรายละเอียดความคมชัดของกราฟิก ทั้งภาพตัวละคร ภาพพื้นหลัง โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์กลิ่นอายของกราฟิกแบบพิกเซล
แก้ไข UI/UX ทั้งหมด เพื่อประสบการณ์การเล่นที่ดีขึ้น ทั้งการแจ้งข้อมูลและการควบคุม
ด้านเสียง
ได้รับการพากย์เสียงบทสนทนาทั้งหมด สามารถเลือกสลับได้ตลอดเวลา ทั้งเสียงอังกฤษและเสียงญี่ปุ่น
รีมาสเตอร์เสียงเอฟเฟ็กต์ทั้งหมด เพื่อให้ผู้เล่นได้ดำดิ่งไปกับการต่อสู้มากกว่าก่อน
มีการบันทึกเพลงประกอบใหม่ทั้งหมด โดนฝีมือของคุณ ฮิโตชิ ซากิโมโตะ (Hitoshi Sakimoto) ผู้ประพันธ์เพลงประจำซีรีส์ Ogre Battle Saga ทุกภาค
ระบบเกม
ปรับปรุง AI ของยูนิตฝ่ายตรงกันข้าม กลยุทธ์ของศัตรูจะเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท
ปรับปรุงคุณภาพชีวิตในการเล่น (quality of life) อย่างเช่น เพิ่มความเร็วในการต่อสู้ ระบบเซฟอัตโนมัติ (auto save) ยกเครื่องระบบการควบคุม
*ปรับปรุงระบบเลเวล โดยเลเวลจะผูกตามยูนิต แทนที่จะผูกตามคลาสแบบภาครีเมค ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบที่ “เสียงแตก” ในสังคมของผู้เล่นเกมนี้ยกตัวอย่างกรณีระบบเลเวลในภาครีเมค ในส่วนข้อดีคือ ผู้เล่นจะไม่ยึดติดกับบางยูนิตมากเกินไป เพราะแค่ใช้ยูนิตที่มีคลาสเดียวกัน ก็เพิ่มค่าประสบการณ์ได้เหมือนกัน รวมถึงลดความตึงเครียดของผู้เล่นจากระบบการตายถาวรของยูนิต หรือที่เรียกกันว่า “3-heart permadeath” โดยในภาค PSP หากยูนิตฝ่ายเราล้มในการต่อสู้ โดยไม่ถูกรักษาภายใน 3 เทิร์น จะติดสถานะน็อก (KO) ถูกนำออกจากสนามรบทันที และโดนลบหัวใจ 1 ดวง โดยแต่ละยูนิตมีหัวใจอยู่สามดวง หากโดนลบทั้งหมด จะตายถาวรทันที
อีกมุมหนึ่งของระบบนี้ หากถ้ายูนิตนั้น ๆ ของผู้เล่น มีเลเวลสูงจนเปลี่ยนคลาสได้ พอผู้เล่นเลือกเปลี่ยนคลาสใหม่ให้ยูนิตนั้น ๆ เลเวลของยูนิตจะกลับไปนับหนึ่งใหม่หมดตามคลาสใหม่ทันที ทำให้ต้องมาฟาร์มเลเวลยูนิตนั้นใหม่
เกมจึงมีปัญหาเรื่องความหลากหลายในทำทีม เพราะถ้าอยากฟาร์มเลเวลไว ๆ ต้องเลือกเฉพาะยูนิตจากคลาสเดียวกันทั้งทีม เพื่อช่วยกันดันค่าประสบการณ์ ไม่ก็พกยูนิตดังกล่าวแอบ ๆ ไว้ในทีมหลักเพื่อดูดค่าประสบการณ์ ไม่ก็ทำให้ผู้เล่นเข็ดขยาดการเปลี่ยนคลาสใหม่ไปเลย
อีกกระทั่งยิ่งหากเราเล่นไปไกลแล้ว การฟาร์มเลเวลคลาสใหม่ ๆ จะเป็นเรื่องที่ยากเกินจำเป็น แถมการวนกลับไปเล่นด่านเก่า ๆ จากระบบ WORLD (Ways Of Reordering Life's Destiny) ทำได้เฉพาะหลังจากจบเกมครั้งแรก
ฉะนั้น Tactics Ogre: Reborn จึงแก้ให้ผูกเลเวลตามยูนิต การเปลี่ยนคลาสไม่ส่งผลต่อเลเวลอีกต่อไป
ความเป็นมาของซีรีส์ Ogre Battle Saga - ขวัญใจนักเล่นเกมวางแผนสายฮาร์ดคอร์
เส้นทางซีรีส์ Ogre Battle หรือ Ogre Battle Saga (เฉพาะภาคหลัก) เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1993 กับภาค Ogre Battle: The March of the Black Queen บนแพลตฟอร์ม Super Famicom เป็นเกมแนว RTS ผสมกับความเป็น grand strategy RPG ประมาณหนึ่ง

จากนั้นในปี ค.ศ. 1995 ได้วางจำหน่ายภาค Tactics Ogre: Let Us Cling Together ซึ่งเป็นการปรับปรุงระบบเกมครั้งใหญ่ ทั้งปรับมาเป็นแนว isometric turn-based strategy ปรับมาใช้ระบบการดำเนินเนื้อเรื่องหลากหลายเส้นทาง หลากหลายจุดจบ และที่สำคัญคือการปรับงานศิลป์ใหม่ทั้งหมด โดยฝีมือการออกแบบของ คุณ อากิฮิโกะ โยชิดะ (Akihiko Yoshida) และ คุณ ฮิโรชิ มินากาวะ (Hiroshi Minagawa) เจ้าของผลงานศิลป์ต่าง ๆ ในซีรีส์ Final Fantasy

โดยในปี ค.ศ. 1999 วางจำหน่ายภาค Ogre Battle 64: Person of Lordly Caliber บนแพลตฟอร์ม Nintendo 64 เกมกลับไปใช้ระบบ RTS ผสมกับ grand strategy RPG แบบภาคแรก โดยเรื่องราวในเกม เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับภาค Let Us Cling Together ดำเนินควบคู่กันไป ทั้งสองภาคถือว่าเป็นภาคต่อโดยตรงจากภาค The March of the Black Queen

ต่อมาในปี ค.ศ. 2010 ได้มีการรีเมคภาค Let Us Cling Together โดยใช้ผู้พัฒนาเดิมบางส่วนที่เคยทำภาคต้นฉบับ สำหรับประเทศญี่ปุ่น เกมใช้ชื่อภาคว่า Tactics Ogre: Wheel of Fortune ส่วนฝั่งอเมริกากับยุโรปใช้ชื่อดั้งเดิม
โดยได้ คุณ มินากาวะ อดีตนักออกแบบงานศิลป์ในภาคดั้งเดิม กลับมารับหน้าที่ผู้กำกับ ซึ่งการรีเมคดังกล่าวทำการปรับปรุงระบบต่าง ๆ ในเกมหลายจุด เพิ่มจำนวนคอนเทนต์ รวมถึงปรับปรุงงานศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ข้ามยุคข้ามสมัย ฝีมือ คุณ โยชิดะ และ คุณ มินากาวะ ที่ออกแบบงานศิลป์ให้ตั้งแต่ตัวต้นฉบับ
ทั้งคู่กลับมาจัดการงานศิลป์ให้เหมือนเดิม โดยมีคุณ สึบาสะ มาซาโอะ (Tsubasa Masao) เจ้าของผลงานออกแบบตัวละครในซีรีส์ Metal Gear Acid และเกม Final Fantasy XIV: A Realm Reborn มาช่วยปรับปรุงงานออกแบบตัวละครอีกแรง

“จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 2022 กับ Tactics Ogre: Reborn”
เรื่องราวของ Tactics Ogre: Reborn - ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์สามฝ่าย
Tactics Ogre: Let Us Cling Together และ Reborn ดำเนินเรื่องราวเป็นตอนที่ 7 ของ Ogre Battle Saga โดย Ogre Battle 64: Person of Lordly Caliber เป็นตอนที่ 6 ส่วน Ogre Battle: The March of the Black Queen เป็นตอนที่ 5
“จงดูเถิด หมู่เกาะวาเลเรียน (Valerian Isles) เพชรน้ำงามแห่งผืนทะเลโอเบอโร (Obero Sea) ดำรงดุจหัวเมืองแห่งพาณิชย์นาวีมานานนม ไพร่ฟ้าประชาชีล้วนฟันฝ่าตรอมตรม มาหลายชั่วอายุคน เพื่อครอบงำกำอำนาจทั่วทุกแห่งหน”
สิ้นแล้ว องค์ราชา ดอร์เกลลัวร์ โอเบริท วาเลเรียน (Dorgalua Oberyth Valeria) ผู้สมาน (แกมบังคับ) สานความเป็นปึกแผ่นแห่งหมู่เกาะวาเลเรียน หากสิ้นราชาแล้วไซร้ ความร่วมใจสลาย ตายตกตามกันไป อุบัติแรงกระหายอำนาจ ปะทุทะลุจุดเดือดอีกครั้ง ระหว่างสามกลุ่มชาติพันธุ์ ดุจย้อนวัน หวนคืนเวลา ไปก่อนการเถลิงอำนาจขององค์ราชาผู้มอดม้วยชีวาวัน
ชาววาลิสเตอร์ (Walister) เป็นเพียงมดปลวก เหลือบ ไร อยู่ใต้ร่มเงาระหว่าง “พลังอำนาจ” อันท่วมท้นจากชนชั้นปกครองของ ชาวบาครัม (Bakram) แห่งอาณาจักรบาครัมวาเลเรียน (Bakram-Valerian Kingdom) และ “มวลมหาประชาชนและกำลังพล” ของ ชาวกัลกาสตานี (Galgastani) แห่งอาณาจักรกัลกาสทาน (Kingdom of Galgastan)
เมื่อบ้านเกิดเมืองนอนของตนถูกครอบงำ จากทั้งฝั่งบาครัมและกัลกาสตานี พวกเขา “เดนิม พาวาล” (Denam Pavel) “คาทัวร์ พาวาล” (Catiua Pavel) และ “ไวซ์ โบแซ็ค” (Vyce Bozeck) จับดาบร่วมต่อสู้ปลดแอกบ้านเมือง ในฐานะกลุ่มกองกำลังต่อต้านจากภาคประชาชน (Walister Resistance)
รับชมวิดีโอเรื่องราวโดยย่อของตัวเกม Tactics Ogre: Reborn
แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ - สงครามยูโกสลาเวีย
Tactics Ogre: Let Us Cling Together และ Reborn ล้วนสอดแทรกประเด็นเกี่ยวกับ “ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์” (ethnic conflict) ที่มีบริบทซับซ้อนโยงใย ทั้งปัจจัยทางศาสนา ภาษา อุดมการณ์ และความเหลื่อมล้ำ ผ่านเรื่องราวของ ชาววาลิสเตอร์ ชาวกัลกาสตานี และ ชาวบาครัม ซึ่งคล้ายคลึงกับเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง ชาวโครแอท (Croats) ชาวเซิร์บ (Serbs) และ ชาวบอสนิแอก (Bosniaks) กับ “สงครามยูโกสลาเวีย” หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า “สงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย” (Yugoslav Wars)
“สงครามที่ถือว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ซึ่งสร้างความเสียหายครั้งใหญ่หลวงของประวัติศาสตร์โลกยุคปัจจุบัน นับถัดจากสงครามโลกครั้งที่สอง (Second World War) ”
หาใช่เรื่องบังเอิญ เพราะผู้กำกับของภาคนี้อย่าง คุณ ยาสุมิ มัตสึโนะ (Yasumi Matsuno) ได้แรงบันดาลใจโดยอ้อม มาจากประเด็นสงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย ณ ปี ค.ศ. 1991 คาบเกี่ยวกับช่วงที่ทีมกำลังพัฒนาเกม เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่เกิดการปะทุของสงครามแห่งการปลดแอกดินแดนแถบคาบสมุทรบอลข่าน (Balkan Peninsula) ของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบรวมเป็น “ประเทศรัฐชาติ” ยูโกสลาเวียมาตั้งแต่ช่วงยุติสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (First World War) สมัยยังเป็น “อาณาจักรเซิร์บ, โครแอท และสโลวีน” (Kingdom of Serbs, Croats, and Slovenes) หรือที่เรียกกันว่าเป็นช่วงยูโกสลาเวียแรก (The first Yugoslavia)
ช่วงยูโกสลาเวียแรก เริ่มต้นหลังจาก “สิ้นสุดการเรืองอำนาจ” แถบคาบสมุทรบอลข่านของทั้งจักรวรรดิออตโตมัน (Ottoman Empire) และจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (Austria-Hungary) ของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก (House of Habsburg) ที่รายหลังเพิ่งปราชัยในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 แห่งเซอร์เบีย (Peter I) จาก ราชวงศ์คาราจอร์เจวิช (Karadjordjević dynasty) จึงได้สถาปนา อาณาจักรเซิร์บ, โครแอท และสโลวีน อย่างเป็นทางการ ณ ปี ค.ศ. 1918

โดยช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ปี ค.ศ. 1919 มีการประชุมสันติภาพปารีส (Paris Peace Conference) จัดทำสนธิสัญญาแวร์ซายส์ (Treaty of Versailles) ที่มีการกำหนดอาณาเขตของรัฐต่าง ๆ ในคาบสมุทรบอลข่านขึ้นใหม่ อาณาจักรเซิร์บ, โครแอท และสโลวีน ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นก่อนหน้า จึงได้รับประโยชน์จากสนธิสัญญาดังกล่าวไปด้วยในเรื่องอาณาเขต
อาณาจักรเซิร์บ, โครแอท และสโลวีน ขณะนั้น จึงประกอบด้วย
อดีตอาณาจักรเซอร์เบียและมอนเตเนโกร ที่รวม มาซิโดเนีย ด้วยเช่นกัน (former kingdoms of Serbia and Montenegro including Serbian-held Macedonia)
โครเอเชีย (Croatia)
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (Bosnia and Herzegovina)
ดินแดนออสเตรียแถบแดลเมเชียและสโลวีเนีย (Austrian territory in Dalmatia and Slovenia)
และดินแดนฮังการี ทางเหนือของแม่น้ำดานูบ (Hungarian land north of the Danube River)
โดยปกติแล้ว รัฐชาติมักเป็นการรวมตัวของกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน จึงมีความเป็นหนึ่งเดียว กลมเกลี่ยวกันในรัฐชาติ แต่ก็มีการรวบรวมหลากหลายกลุ่มชาติพันธ์ุไว้ในรัฐเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า “รัฐนานาชาติ” (multinational state)
ในกรณีของยูโกสลาเวีย รัฐนานาชาติก่อให้เกิดความตึงเครียดของบรรดาผู้คนภายในประเทศนับแต่ช่วงเวลาดังกล่าว เหตุจากความแตกต่างในทุกองคาพยพ ทั้ง ศาสนา ภาษา อุดมการณ์ และวัฒนธรรม แม้กระทั่งการแนวคิดปกครองของผู้คนแต่ละชาติพันธุ์ก็ไม่เหมือนกัน อย่าง ชาวโครแอท อยากให้จัดตั้งสหพันธรัฐ (federation) ซึ่งเป็นหนึ่งในการปกครองแบบรัฐรวม (composite state) เพราะเป็นการปกครองที่เคารพความหลากหลายทางชาติพันธุ์มากกว่า เนื่องจากเป็นระบบที่กระจายอำนาจสู่การปกครองท้องถิ่น แต่ ชาวเซิร์บ ต้องการรัฐเดี่ยว (unitary state) แบบรวมศูนย์อำนาจ เพื่อรวบรวมประชากรที่กระจัดกระจายเข้ามาอยู่ในรัฐเดียว
ซึ่งแท้จริงแล้ว ผู้คนต่างต้องการแยกตัวอิสระตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าว แต่ไม่สามารถทำได้ และในท้ายที่สุด รัฐธรรมนูญ ปี ค.ศ. 1921 ก็ประกาศใช้การปกครองแบบรัฐเดี่ยวรวมศูนย์ ภายใต้ ราชวงศ์คาราจอร์เจวิช ต่อไป
โดยต่อมาใน ปี ค.ศ. 1929 พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งยูโกสลาเวีย (King Alexander I) ซึ่งเป็นพระราชโอรสของ พระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 แห่งเซอร์เบีย ประกาศเปลี่ยนเป็นระบอบเผด็จการ และเปลี่ยนชื่อ อาณาจักรเซิร์บ, โครแอท และสโลวีน เป็น “ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย” (The Kingdom of Yugoslavia) เนื่องจากต้องการระงับปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่ปะทุจากเหตุลอบสังหารนักการเมืองชาวโครแอท สเตฟาน ราดิก (Stjepan Radić) ซึ่งวันดังกล่าว เรียกเป็นทางการว่า “6 มกรา แห่งระบอบเผด็จการ” (6 January Dictatorship)

ในห้วงเวลาการปกครองระบอบเผด็จการ เกิดความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจทางเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละชาติพันธุ์ แต่ละภูมิภาค ได้รับต่างอิทธิพลทางความคิด และผลพวงจากบริบทแวดล้อม ที่แตกต่างกัน รวมถึงการปกครองรวมศูนย์ที่ความเจริญอยู่เพียงส่วนกลางเท่านั้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในภายภาคหน้าเช่นกัน โดยช่วงยูโกสลาเวียแรกถือว่าสิ้นสุดตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กับการรุกรานของฝ่ายอักษะ (Axis powers) ในปี ค.ศ. 1941
อุบัติสงครามยูโกสลาเวีย - กับสงครามสามชาติพันธุ์
ต่อมาเป็นช่วงยูโกสลาเวียที่สอง (The second Yugoslavia) กลายเป็นสังคมนิยม ในนาม “สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย” (Socialist Federal Republic of Yugoslavia) ภายใต้การปกครองของผู้นำคนใหม่ โยซิป บรอซ ติโต (Josip Broz Tito) ภายหลังจากที่เขาและพลพรรคกองโจรพาร์ติซัน (Partisan) บุกทวงคืนยูโกสลาเวียมาจากการปกครองของพรรคนาซีเยอรมนีและฝ่ายอักษะ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ยูโกสลาเวียตอนนี้ประกอบด้วย 6 สาธารณรัฐ ได้แก่
โครเอเชีย
มอนเตเนโกร
เซอร์เบีย
สโลวีเนีย
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
มาซิโดเนีย
และอีก 2 จังหวัดที่ขึ้นตรงกับเซอร์เบีย ได้แก่ คอซอวอ (Kosovo) และ วอยโวดีนา (Vojvodina)

ติโต พยายาม “สมาน” ยูโกสลาเวียที่เคยแตกระแหงระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ให้แน่นแฟ้น (แต่จริง ๆ แล้ว เบื้องหลังคือ ใช้วิธี “แกมบังคับ” กดให้แน่นแฟ้น) เขาปกครองยูโกสลาเวียที่สองจวบจนลมหายใจสุดท้าย โดยภายหลังการเสียชีวิตของเขา แนวคิดการปลดแอกดินแดนเริ่มคุกรุ่นอีกครั้ง ทั้งจากความตกต่ำทางเศรษฐกิจโดยการบริหารของรัฐบาลติโต จากความอัดอั้นของความแตกต่างทางชาติพันธุ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่ช่วงยูโกสลาเวียแรก และกระแสความร่วงโรยของคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก (Fall of communism หรือ Revolutions of 1989)
ติโต หาได้ต่างราชา ดอร์เกลลัวร์ กับวิธีการของเขาทั้งคู่ ในการ “กดให้แน่นแฟ้น” ต่อบรรดาชาติพันธุ์ในยูโกสลาเวียและวาเลเรียน รวมถึงความตายของเขาทั้งคู่ ล้วนสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงต่อ ชาววาลิสเตอร์ ชาวกัลกาสตานี และ ชาวบาครัม เกิดความคิดแยกตัวออกมาเป็นอิสระจากการปกครองของราชอาณาจักรวาเลเรียน เฉกเช่นเดียวกับบรรดาชาติพันธุ์ในยูโกสลาเวีย
สงครามยูโกสลาเวียอุบัติในช่วงยูโกสลาเวียที่สาม (The third Yugoslavia) ภายใต้การปกครองของผู้นำคนใหม่ สโลโบดัน มิโลเชวิช (Slobodan Milošević) รอยแยกแห่งความขัดแย้งทางชาติพันธุ์มันยิ่งทวีคูณ เปิดบาดแผลรุนแรงกว่าที่เคย “จนถึงขีดสุด” การเร่งปฏิกิริยาดังกล่าวเป็นผลกระทบจากนโยบายของ มิโลเชวิช ที่สร้างความชอบธรรมให้ชาวเซิร์บมากกว่าชาติพันธุ์อื่น

ปี ค.ศ. 1991 สงครามกลางเมืองยูโกสลาเวียเริ่มต้น โดยการประกาศแยกตัวจากยูโกสลาเวีย ของ สโลวีเนีย และ โครเอเชีย ตามลำดับ ไล่เลี่ยกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต (Dissolution of the Soviet Union)
มิโลเชวิช ส่งกองทัพเซอร์เบียบุกตรงเข้า สโลวีเนีย และ โครเอเชีย ทันที กรณีของ สโลวีเนีย สงครามยุติภายในสัปดาห์เดียว และได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการ ส่วน โครเอเชีย เกิดสงครามอย่างต่อเนื่อง ลากยาวจนถึงช่วงที่ บอสเนียฯ ประกาศแยกตัวอีกเช่นกัน จึงเกิดเป็น “สงครามระหว่างสามชาติพันธุ์” ชาวโครแอท ชาวเซิร์บ และชาวบอสนิแอก และสู้รบกันทั้งภายใน โครเอเชีย เซอร์เบีย และ บอสเนียฯ
“เฉกเช่นเดียวกับ สงครามระหว่างสามชาติพันธุ์ใน Tactics Ogre: Reborn ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ดังกล่าว เหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงในหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติ”
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Duncan Heaney. (2022 4 Aug). A closer look at Tactics Ogre: Reborn. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.square-enix-games.com/en_US/news/tactics-ogre-reborn/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 4 Aug).
Ogre Battle Saga Wiki. (2012 1 Aug). Ogre Battle: The March of the Black Queen. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://ogrebattlesaga.fandom.com/wiki/Ogre_Battle:_The_March_of_the_Black_Queen /. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 4 Aug).
Ogre Battle Saga Wiki. (2011 17 Oct). Tactics Ogre: Let Us Cling Together. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://ogrebattlesaga.fandom.com/wiki/Tactics_Ogre:_Let_Us_Cling_Together /. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 4 Aug).
Final Fantasy Wiki. (2007 10 Mar). Akihiko Yoshida. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://finalfantasy.fandom.com/wiki/Akihiko_Yoshida /. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 4 Aug).
Final Fantasy Wiki. (2007 20 Apr). Hiroshi Minagawa. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://finalfantasy.fandom.com/wiki/Hiroshi_Minagawa /. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 4 Aug).
Metal Gear Wiki. (2009 13 Jun). Tsubasa Masao. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://metalgear.fandom.com/wiki/Tsubasa_Masao /. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 4 Aug).
Brendon Taylor. (2017 4 Oct). Tactics Ogre. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.hardcoregaming101.net/tactics-ogre/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
shmuplations. (2022 11 Jan). Tactics Ogre – 1995 Developer Interview. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://shmuplations.com/tacticsogre/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
Britannica Kids. civil war in Yugoslavia. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://kids.britannica.com/students/article/civil-war-in-Yugoslavia/310707/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
John R. Lampe. (2003 13 Mar). Yugoslavia. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.britannica.com/place/Yugoslavia-former-federated-nation-1929-2003 /. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
BBC News. (2016 18 Mar). Balkans war: a brief guide. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.bbc.com/news/world-europe-17632399/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล. (2018 20 Oct). ยูโกสลาเวีย จากเริ่มต้นถึงจุดจบ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://waymagazine.org/yugoslavia-from-first-to-last/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล. (2018 25 Oct). สงครามอดีตยูโกสลาเวีย ให้อภัย…แต่ไม่ลืม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://waymagazine.org/yugoslav-wars/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
บุญโชค พานิชศิลป์. (2020 8 May). โยซิป บรอซ ติโต: เผด็จการในชุดขนแกะ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://themomentum.co/something-between-josip-broz-tito/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 8 Aug).
อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์. (2014 7 Aug). การแตกตัวของรัฐชาติ: ความเจ็บป่วยหรือความไม่เที่ยงแท้ ?. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://prachatai.com/journal/2014/08/54949/. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 10 Aug).
DLIT Resources คลังสื่อการสอน. (2016 23 Mar). สงครามยูโกสลาเวีย สังคมศึกษาฯ ม.4-ม.6. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://youtu.be/qkZhkVpIj_0 /. (วันที่ค้นข้อมูล: 2022 10 Aug).
Tactics Ogre: Reborn
Tactics Ogre: Reborn เป็นการรีมาสเตอร์ (remaster) ของภาค Tactics Ogre: Let Us Cling Together บนแพลตฟอร์ม PlayStation Portable ในปี ค.ศ. 2010 ซึ่งฉบับดังกล่าวบน PSP เป็นการรีเมค (remake) ของฉบับปี ค.ศ. 1995 ที่จำหน่ายในแพลตฟอร์ม Super Famicom และ PlayStation อีกที
Release Date
11 พ.ย. 2022
Game's On
The best community experience, with best support for creator
Sign In



