Games On

Home

Review

รีวิว Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion

รีวิว Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion

ปฐมบทก่อนเรื่องราวใน Final Fantasy VII ที่นำ Crisis Core กลับมาปัดฝุ่นใหม่ให้เหมาะกับยุคสมัย ยกระดับมาตรฐานของเกมรีมาสเตอร์ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น

16 ธ.ค. 2022·3 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Game's On - Facebook

   Final Fantasy คืออีกหนึ่งตระกูลเกม JRPG ชื่อก้องโลกที่เกมเมอร์วัยเก๋าหลายคนรู้จักกันมาตั้งแต่ยุค 90 และ Final Fantasy VII ก็ถือเป็นอีกหนึ่งภาคที่เป็นเกมในดวงใจของใครหลาย ๆ คน จนได้รับการ Remake ใหม่ในยุคนี้และได้รับเสียงตอบรับในแง่ดีอย่างล้นหลาม  

   แต่เท่านั้นยังไม่พอ ทาง Square Enix ได้ตอกย้ำความสำเร็จและความตั้งใจที่จะเผยทุกเรื่องราวของจักรวาล Final Fantasy VII ให้แก่ทั้งแฟนเกมหน้าเก่าและเกมเมอร์หน้าใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์ของไฟนอลแฟนตาซี 7 กันแบบเต็มอิ่มทุกอณู ด้วยการหยิบยกภาคแยกที่ครั้งหนึ่งเคยลงเป็นเกม Exclusive ให้กับ PSP เมื่อปี 2007 และมีเรื่องราวเกิดก่อนภาคหลัก นำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ในแบบฉบับ “Remaster” ภายใต้ชื่อ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion ที่หากใครชื่นชอบ Crisis Core และอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมจาก Final Fantasy VII ทั้งภาคต้นฉบับและภาค Remake เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว   “ก็ยิ่งไม่ควรพลาด Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion เป็นอย่างยิ่ง”

   คำเตือน: รีวิวนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion

Story (เนื้อเรื่อง)   

“โอบกอดความฝันและจงรักษาเกียรติในฐานะ SOLDIER”

   Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion เป็นเรื่องราว 7 ปีก่อนหน้าเหตุการณ์ใน Final Fantasy VII ภาคหลัก ที่นำโดย Zack Fair เด็กหนุ่มผู้ทะเยอทะยานในการเป็น SOLDIER 1st Class และมีความฝันจะเป็นวีรบุรุษ แต่หนทางสู่ความฝันนั้นกลับวุ่นวายกว่าที่คิด เมื่อภารกิจต่าง ๆ ที่ Zack ได้รับมอบหมายในฐานะ SOLDIER ของบริษัทชินระ (Shinra Electric Power Company) ได้นำพา Zack ไปสู่การรับรู้เรื่องราวเบื้องหลังอันดำมืดของบริษัทที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่ากำลังมอบความสุขให้กับคนทั่วโลก และต้องเข้าต่อสู้ห้ำหั่นกับเพื่อนพ้องที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา 

“นี่คือจุดเริ่มต้นคร่าว ๆ ของ Crisis Core”

   Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion ถือเป็นปฐมบทของ Final Fantasy VII ที่นำพาผู้เล่นไปรู้จักเรื่องราวและความเป็นมาของตัวละครต่าง ๆ ทั้ง Angeal เจ้าของดาบ Buster Sword คนแรก SOLDIER 1st Class ผู้ที่เป็นดั่งอาจารย์และพี่ชายของ Zack, Genesis อีกหนึ่ง SOLDIER 1st Class ที่หายตัวไปและเป็นเพื่อนของ Angeal, Sephiroth ผู้เป็น SOLDIER 1st Class ที่ได้ฉายาว่าเป็นวีรบุรุษ, Aerith สาวน้อยสุดน่ารักชนเผ่า Ancient คนสุดท้ายของโลก, และ Cloud Strife เด็กหนุ่มผู้ใฝ่ฝันอยากเป็น SOLDIER และนับถือ Zack เป็นแรงบันดาลใจ

   จุดที่น่าประทับใจของเนื้อเรื่องคือการที่ Crisis Core ถือเป็นภาคที่เซอร์วิสแฟน ๆ Final Fantasy VII อย่างแท้จริง ปมประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ ที่คุณอาจไม่รู้ในภาคหลักจะมีหลายส่วนที่ถูกหยิบยกมานำเสนอในภาคนี้ เช่นความเป็นมาของดาบ Buster Sword ก่อนจะมาถึงมือ Cloud, จุดเริ่มต้นของสาวขายดอกไม้ Aerith และเรื่องราวกุ๊กกิ๊กระหว่างเธอและ Zack, หรือกระทั่งเรื่องราวของ Sephiroth ที่เผยความเป็นมาให้ผู้เล่นได้เห็นอีกมุมมองก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นวายร้ายสุดโหดในภาคหลัก และที่สำคัญที่สุดคือการพาผู้เล่นไปรู้เรื่องราวทั้งหมดของ Zack ที่มักจะโผล่มาในความทรงจำของ Cloud ทุกอย่างใน Crisis Core ถูกเขียนบทจับโยงเข้ากับ Final Fantasy VII ได้เป็นอย่างดี หากคุณเล่น Final Fantasy VII Remake แล้วไม่เข้าใจเนื้อหาบางส่วน Crisis Core จะไขข้อสงสัยบางอย่างและให้คำตอบคุณได้

   แต่ด้วยความที่เป็นเกม Remaster ทำให้เนื้อหาบางส่วนที่เคยมีปัญหาในภาคต้นฉบับก็ยังคงมีปัญหาเหมือนเดิม เนื้อหาในเกมบางส่วนยังคงมีการนำเสนอเรื่องราวหรือบทพูดที่ไม่จำเป็นจะต้องเล่าออกมาเยอะเกินไป แต่บางจังหวะที่ควรเจาะลึกกลับปล่อยให้คนเล่นมึนงงอยู่ชั่วขณะ ทำให้จังหวะการดำเนินเนื้อเรื่องของบางช่วงรู้สึกไม่ลื่นไหลวนไปวนมาขัดอารมณ์ความต่อเนื่อง ความลื่นไหลของเกมการเล่นบางครั้งก็ถูกขัดด้วยเนื้อเรื่องที่แทรกเข้ามา ซึ่งผู้เขียนมองว่าจุดนั้นอาจไม่จำเป็นต้องมาแทรกบทพูดเพียงไม่กี่ประโยคเพื่อขัดจังหวะที่เรากำลังต่อสู้อยู่ก็ได้

   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้อเรื่องของ Crisis Core จะไม่ดี องค์รวมและบทสรุปของเรื่องราวในภาคนี้ทำออกมาได้ซึ้งกินใจและไขปมคลายปัญหาความสงสัยที่มีต่อภาคหลักได้หลายส่วน ถือเป็นแฟนเซอร์วิสชั้นยอดของผู้ที่รักเนื้อเรื่องเกม Final Fantasy VII อย่างไม่ต้องสงสัย

Design (งานออกแบบ)

   พูดได้เต็มปากว่า Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่นำมา Remaster และยกระดับคุณภาพงานออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยได้เป็นอย่างยอดเยี่ยม

   ตัวเกมปรับปรุงยกระดับกราฟิกของฉากภายในเกมการเล่นแทบจะทุกส่วนให้สวยงามขึ้น ทั้ง Texture ที่ละเอียดขึ้น แสงเงาที่สวยงามขึ้น หน้าต่างเมนูที่นำของ Final Fantasy VII ฉบับ Remake มาใช้ ทำให้ทุกส่วนดูทันสมัยขึ้นกว่าตอนลงให้กับ PSP และเหมาะสมแก่การเล่นในยุคนี้ ซึ่งภาพรวมความสวยงามทั้งหมดอาจไม่ถึงขั้นจะไปเทียบเท่าระดับเดียวกับเกม Final Fantasy VII ฉบับ Remake แต่ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion ก็ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่ากราฟิกที่ถูกยกเครื่องมาใหม่ ฉากต่าง ๆ ที่ถูกจัดเรียงมาใหม่ สวยงามและดูเป็นหนึ่งเดียวกับโลกของ Final Fantasy VII ฉบับ Remake

   อีกทั้งเสียงประกอบหลายส่วนก็ถูกยกเครื่องด้วยเช่นกัน ทั้งเสียงพากย์ที่ถูกเพิ่มมาให้กับทุกบทสนทนาในเกม แม้แต่ NPC ข้างทางที่ไม่ได้มีบทสำคัญก็ยังมีเสียงพากย์ เพลงประกอบก็ถูกนำไปปรับปรุงคุณภาพเสียงใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทั้งเสียงพากย์และเสียงเพลงต่างเป็นส่วนช่วยให้ผู้เล่นดำดิ่งและติดหนึบไปกับเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้เป็นอย่างดี

   แต่ในส่วนของคัตซีนที่เป็นฉากภาพยนตร์เล่าเนื้อเรื่อง แทบจะทั้งหมดคือการยกของเก่าจาก PSP มาใช้เลย ในแง่ของคุณภาพในการเล่าเรื่องไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน คัตซีนนั้นถูกออกแบบและทำมาอย่างดีตั้งแต่ครั้งที่ลงให้กับ PSP เมื่อปี 2007 แต่ความคมชัดคือปัญหาที่เห็นได้ค่อนข้างชัดว่าคัตซีนบางส่วนภาพแตกอยู่พอสมควร ซึ่งโดยส่วนตัวผู้เขียนในตอนแรกที่เห็นคัตซีนไม่ชัดก็รู้สึกเอะใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็เข้าใจว่านี่คือการนำคัตซีนของเก่ามาขยายภาพขึ้นและเล่นต่อไปได้โดยไม่ได้เสียอรรถรถอะไรมาก มีแอบเสียดายอยู่เล็กน้อยว่าหากหาทางทำให้ชัดกว่านี้สักหน่อยหรือถ้าทำใหม่ก็อาจจะดีกว่านี้

Gameplay (ระบบเกมการเล่น)

   ระบบการต่อสู้และการสำรวจฉากของ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion ยังแทบเหมือนของเดิมทั้งหมด มีการหยิบยกระบบบางส่วนจาก Final Fantasy VII ฉบับ Remake มาเสริมเติมแต่ง ทำให้ตัวเกมมีระบบต่อสู้ที่ลื่นไหลคล่องตัวเหมาะกับยุคสมัยและเล่นได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมระดับหนึ่ง

   การสำรวจฉากและการดำเนินเนื้อเรื่อง Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion เป็นเส้นตรง โดยเนื้อเรื่องหลักจะแบ่งเป็น Chapter ทั้งหมด 10 ตอน และมีภารกิจเสริมในเมนู Mission ที่อยู่ตรงจุดเซฟเกม ซึ่ง Mission บางส่วนก็จะมีเนื้อเรื่องของตัวเองด้วย

   ส่วนการต่อสู้แทบทั้งหมดยังคงใช้พื้นฐานเดิมจากตัวต้นฉบับ ผู้เล่นจะมีคำสั่งพื้นฐานในการต่อสู้อย่างการโจมตีธรรมดา การป้องกัน และการกลิ้งหลบ เสริมด้วยการใช้ Materia ที่เปรียบเสมือนสกิลประจำเกม Final Fantasy เป็นอีกระบบหลักที่ใช่ในการต่อสู้ ซึ่งระบบการใช้ Materia ได้นำรูปแบบจาก Final Fantasy VII ฉบับ Remake มาปรับใช้ ผู้เล่นจะสามารถติดตั้ง Materia ได้สูงสุด 6 ช่อง และสามารถกดใช้ด้วยปุ่มลัดได้เลยทันทีอย่างว่องไว (ของเดิมคือต้องเลื่อนเมนูคำสั่งไปทีละช่องแล้วกดใช้งาน) ทำให้รูปแบบของเกมการเล่นในฉบับรีมาสเตอร์จะรวดเร็วขึ้น ต้องใช้ปฏิกิริยาตอบสนองที่ไวขึ้นเพื่อตอบโต้มอนสเตอร์ให้ทัน หากใครที่ชื่นชอบรูปแบบการต่อสู้ของ Final Fantasy VII ฉบับ Remake ก็จะชอบรูปใหม่แบบที่ถูกนำมาปรับใช้กับ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion อย่างแน่นอน

   อีกส่วนที่ยังคงอยู่แต่ถูกปรับใหม่ให้ดีขึ้นเป็นกอง คือระบบท่าพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ประจำภาคอย่าง Digital Mind Wave (DMW) หรือระบบสล็อตหมุนภาพและตัวเลขที่หากตรงตามเงื่อนไขก็จะสุ่มท่าหรือเอฟเฟคพิเศษจากตัวละครต่าง ๆ ที่ Zack รู้จัก หรือสุ่มท่าพิเศษจากเหล่าสัตว์วิเศษและมนตร์อสูรที่จะปลดล็อกเมื่อดำเนินเนื้อเรื่องหรือภารกิจเสริม โดยในเวอร์ชันเก่าเมื่อ DMW ทำการสุ่มตัวเลขและตัวละครตรงเงื่อนไขบางอย่างใกล้สำเร็จ ตัวเกมจะหยุดการต่อสู้และตัดเข้าฉากหมุนสล็อตให้ผู้เล่นได้รอลุ้นกัน (ซึ่งค่อนข้างกินเวลาชีวิตมาก) แต่ในฉบับรีมาสเตอร์ได้นำฉากที่คอยขัดจังหวะการต่อสู้นี้ออกไป โดยหากผู้เล่นหมุนสล็อตแล้วออกท่าพิเศษ ท่าพิเศษจะถูกเก็บเอาไว้ก่อน ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะใช้ท่านั้นได้ด้วยการกด Y หรือจะเก็บไว้ค่อยใช้ทีหลังก็ได้ ทำให้จังหวะการต่อสู้ของเราไม่ถูกขัด เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยประหยัดเวลาในการเล่นได้ดี

   และระบบ DMW ก็ควบคู่กับการพัฒนาเลเวลตัวละครด้วยเช่นกัน โดยเกมนี้จะมีค่าประสบการณ์แฝงที่ได้รับจากการปราบศัตรูแต่ค่านี้จะไม่เผยให้ผู้เล่นได้เห็น เมื่อค่าประสบการณ์มากพอที่ตัวละครจะอัปเลเวล ระบบ DMW ก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่จะสุ่มออกเลข 7 7 7 เป็นชุดตัวเลขที่หากสุ่มได้ก็จะทำให้ Zack เลเวลขึ้น ซึ่งหากใครไม่คุ้นเคยกับระบบนี้ในช่วงแรกอาจจะขัดใจได้ เนื่องจากตัวเกมไม่มีอะไรบอกมากนักว่าตัวละคร Zack จะเลเวลอัปเมื่อไหร่ จะออกท่าตอนไหน แต่หากให้เวลากับมันก็จะรู้ได้เลยว่าระบบนี้สนุกทดแทนระบบเพื่อนในปาร์ตี้ที่ไม่มีแบบในภาคหลัก และหลาย ๆ ครั้งก็ยังสามารถช่วยให้ผู้เล่นพลิกสถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่ให้ดีขึ้นมาได้ด้วย

   ส่วนระบบเกมการเล่นอื่น ๆ ก็ยังคงเดิม ทั้งระบบ Materia Fusion ที่ผู้เล่นสามารถนำ Materia มาผสานกันเพื่อให้ออกเป็น Materia อันใหม่ได้ เป็นอีกส่วนที่ยังคงอยู่และทำให้ผู้เล่นมีทางเลือกในการต่อสู้ที่หลากหลายมากขึ้น โดยผู้เล่นจะสร้าง Meteria ใหม่ด้วยการลองผิดลองถูกเอง หรือจะคอยอ่านสูตรผสมจากจดหมายที่ส่งมาทางโทรศัพท์ก็ได้

   ซึ่งการหา Materia, ปลดล็อกร้านค้า, ปลดล็อกอุปกรณ์ใหม่ ๆ รวมถึงการปลดล็อกช่องสวมใส่อุปกรณ์เสริม สามารถทำได้ผ่านการปฏิบัติภารกิจเสริมในเมนู Mission ที่อยู่ตรงจุดเซฟเกม จุดสังเกตของระบบนี้คือค่อนข้างซ้ำซากและของรางวัลหลายส่วนไม่น่าดึงดูดใจให้ผู้เล่นรู้สึกอยากเสียเวลาด้วยมากนัก ฉากและศัตรูของภารกิจเสริมหลาย ๆ ด่านนั้นค่อนข้างไม่มีความหลากหลาย และถึงแม้ของรางวัลจะไม่ดึงดูดให้เล่น แต่ก็มีบางส่วนที่ผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนโดนบีบบังคับทางอ้อมให้ต้องไปเคลียร์ภารกิจอื่น ๆ เพื่อปลดล็อกภารกิจที่จะใช้พัฒนาตัวละครของเรา ซึ่งกว่าจะปลดล็อกภารกิจสำคัญเหล่านั้นได้ ตัวผู้เขียนก็ต้องเล่นภารกิจที่ซ้ำซากจำเจนี้อยู่สักพัก และโดยส่วนตัวผู้เขียนมองว่า Mission หรือภารกิจเสริมเหล่านี้ ทำแค่บางส่วนก็สามารถข้ามไปเล่นเนื้อเรื่องหลักยาว ๆ ให้จบได้เลย ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากนัก แต่หากคุณต้องการที่จะเก็บทุกอย่างของเกมนี้ให้ครบ อยากสัมผัสถึงความยากและอยากสัมผัสประสบการณ์การต่อสู้สุดตึงมือ โหมด Mission ระดับสูงก็ถือเป็นเส้นทางที่รองรับต่อผู้เล่นที่ต้องการความท้าทายได้เป็นอย่างดี

   สำหรับเวลาที่ใช้ในการเล่น Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion หากนับเฉพาะเนื้อเรื่องหลัก จะใช้เวลา 10 - 13 ชั่วโมงโดยประมาณ ส่วนหากจะเล่นภารกิจ Mission เสริมให้ครบจะใช้เวลาประมาณ 20 - 30 ชั่วโมง และต้องขอเตือนผู้อ่านทุกท่านที่เป็นสายเก็บ Achievement ด้วยว่า Achievement บางอันจะสามารถทำได้ผ่านเนื้อเรื่องหลักบางส่วน ทำให้บางครั้งเราอาจพลาดเพราะไม่รู้และอาจลืมเซฟเกมในจุดก่อนเก็บ Achievement จนต้องกลับไปเล่นเนื้อหาบางส่วนมาใหม่ เพื่อมาให้ถึงจุดที่ต้องการเก็บ Achievement อีกรอบ เป็นอีกส่วนที่หากใครอยากเก็บตัวเกมให้ครบ 100% แบบไม่เปิดไกด์ก็อาจเสียเวลาอยู่พอสมควร

   โดยรวมระบบการต่อสู้ ระบบการสำรวจฉาก และระบบเกมการเล่นทั้งหมดของ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion คือของเดิมทั้งหมดที่ถูกนำมาปรับปรุงให้ลื่นไหลขึ้น เล่นง่ายขึ้น กินเวลาชีวิตน้อยลง ซึ่งหากใครเป็นแฟนเกม Crisis Core อยู่แล้วจะต้องประทับใจกับการปรับปรุงในส่วนที่ว่ามาอย่างแน่นอน แต่หากใครที่คาดหวังว่า Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion จะต้องมีของใหม่เอี่ยมอ่องและยกเครื่องระบบเกมใหม่ทั้งหมดแบบตอน Final Fantasy VII ฉบับ Remake ก็อาจจะผิดหวังได้ เพราะ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion เป็นเพียงการรีมาสเตอร์เท่านั้น

Performance (ประสิทธิภาพ)

   Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion เป็นเกมรีมาสเตอร์ที่ลงให้กับเครื่อง PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X|S, Nintendo Switch และ PC

   ตัวผู้เขียนได้เล่นเกมนี้บน PC ผ่าน Steam ปรับกราฟิกสูงสุดและเล่นบนความละเอียดจอที่ 1440p ตลอดการเล่นกว่า 20 ชั่วโมงไม่พบปัญหาอะไรเลย ตัวเกมรันได้ลื่นไหลที่ 60 fps ตลอดเวลา ไม่มีเฟรมดรอป (ผู้เขียนล็อกเฟรมไว้ที่ 60 fps) กราฟิกสวยงาม ไม่เจอบั๊ก ไม่เจอปัญหาใด ๆ การควบคุมด้วย Controller ตอบสนองได้ดี ไม่มีอาการดีเลย์ ถือเป็นการรีมาสเตอร์เกมที่บนเวอร์ชัน PC ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ

Summarize (สรุป)

    แม้ Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion จะมีปัญหาหลายส่วนที่ยังคงเดิมแบบภาคต้นฉบับ ทั้งในเรื่องของจังหวะการดำเนินเนื้อเรื่องบางช่วงที่ติดขัด ระบบภารกิจเสริมไม่หลากหลายซ้ำซาก ไม่มีระบบปาร์ตี้ตัวละครที่โดดเด่นเหมือนเกมซีรีส์หลัก ทำให้ความซ้ำซากจำเจคือปัญหาหนึ่งของเกมภาคนี้ 

   แต่ก็ถือว่า Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion เป็นเกมที่ยกระดับมาตรฐานของการรีมาสเตอร์เกมให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยกราฟิกที่ปัดฝุ่นใหม่ให้สวยงามเหมาะกับยุคสมัย และเกมการเล่นที่ถูกปรับเสริมเติมแต่งให้คล่องตัวและเล่นง่ายขึ้น พร้อมด้วยเนื้อหาที่ผูกโยงเข้ากับ Final Fantasy VII ภาคหลักได้อย่างลงตัวและไขข้อสงสัยหลายอย่างได้เป็นอย่างดี หากคุณเป็นแฟนเกม Final Fantasy VII ที่อยากเข้าใจเนื้อเรื่องให้มากขึ้นหรือหากคุณเป็นคนที่อยากไถ่บาปหรือสัมผัส Crisis Core จากสมัย PSP ก็ควรหามาเล่นอย่างยิ่ง

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Crisis Core -Final Fantasy VII- Reunion
Nintendo SwitchPCPlayStation 4Xbox Series X/S

Crisis Core -Final Fantasy VII- Reunion

อีกหนึ่งเกมจากตระกูลเกม JRPG อย่าง Final Fantasy และเป็นภาคแยกของ Final Fantasy VII ที่ถูกหยิบยกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ในแบบฉบับ Remaster จากเวอร์ชันที่ลงให้กับ PSP เมื่อปี 2007 นำมาขัดเกลาใหม่ให้เป็นมากกว่าการรีมาสเตอร์แต่ไม่ถึงขั้นรีเมคในเกม Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion กับเรื่องราว 7 ปีก่อนหน้าเหตุการณ์ใน FINAL FANTASY VII ภาคหลัก เบื้องหลังของ Shinra Company และ SOLDIER อย่าง Zack Fair, Angeal, Genesis และ Sephiroth สู่เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังความเป็นมาของดาบ Bester Sword และเรื่องราวก่อนที่ผู้เล่นจะรู้จักกับ Cloud Strife ในภาคหลัก

Release Date

13 ธ.ค. 2022


8

Story

7

Design

8

Gameplay

7

Performance

10

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In