Games On

Home

Review

รีวิว Pokémon Scarlet & Violet

รีวิว Pokémon Scarlet & Violet

กับก้าวใหม่สู่เกม Open World แบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์โปเกมอนที่กลมกล่อมและสนุกเกินคาด

8 ธ.ค. 2022·2 min read
gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Game's On - Facebook

   Pokémon อีกหนึ่งตระกูลเกมยอดฮิตตลอดกาลของทาง Nintendo ที่เกมเมอร์วัยเก๋าต่างคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี และไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด เหล่าแฟนเกมก็ยังคงรอคอยภาคใหม่เสมอมา ด้วยระบบเกมการเล่นที่ถูกออกแบบมาอย่างล้ำลึกตั้งแต่ภาคต้นตำรับ ถ่ายทอดส่งต่อพัฒนาจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเอกลักษณ์ของการจับสะสม ดูแล แลกเปลี่ยน และฝึกฝนสิ่งมีชีวิตพิศวงที่เรียกกันว่า “โปเกมอน” สู่ภาคใหม่อย่างเต็มตัวในปี 2022 มุ่งสู่ Generation ที่ 9 อย่างเต็มภาคภูมิภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet & Pokémon Violet

   “กับก้าวใหม่สู่เกม Open World แบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ที่กลมกล่อมและสนุกเกินคาด” 

Story (เนื้อเรื่อง)

   “จากการบ้านของครูใหญ่ สู่การเดินทางตามหาความหมายของสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต”

   เรื่องราวของ Pokémon Scarlet & Violet ดำเนินอยู่ในภูมิภาคพัลเดียที่มีโรงเรียนสำหรับการปลูกปั้นผู้คนให้กลายเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์คอยขับเคลื่อนภูมิภาคนี้อยู่ และแกนหลักสำคัญของเนื้อเรื่องคือการบ้านของครูใหญ่ที่บอกให้เหล่านักเรียนหน้าใหม่ทั้งหลาย “ออกตามล่าหาสมบัติ” กลับมาให้ได้ โดยที่นักเรียนทุกคนจะต้องตามหาคำตอบให้กับตัวเองว่าสมบัติที่แต่ละคนให้คุณค่าในชีวิตนั้นคือสิ่งใด

   โดยปกติแล้วเกมตระกูลโปเกมอนจะนำเสนอเรื่องราวของตัวเอกผู้ใฝ่ฝันจะเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ชั้นเลิศ ออกตามจับโปเกมอน, สะสม Pokédex, แย่งชิงเข็มกลัดยิมเพื่อมุ่งท้าชิงตำแหน่งแชมป์เปี้ยนแห่งโปเกมอนลีค และแทรกด้วยเรื่องราวของแก๊งค์ตัวป่วน รวมถึงนำเสนอเนื้อหาของโปเกมอนตำนานประจำภาคมาให้ผู้เล่นได้เรียนรู้ภูมิหลัง

  แต่ด้วยความที่ Pokémon Scarlet & Violet นำเสนอตัวเกมในรูปแบบของ Open World ทำให้มีการมอบอิสระให้แก่ผู้เล่นในการเลือกดำเนินเนื้อเรื่องในส่วนที่ชอบก่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้มีเพียงแค่การตียิมสะสมเข็มกลัดแล้ว โดยในช่วงต้นเนื้อเรื่องจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ผู้เล่นจะได้ออกผจญภัยและเรียนรู้ตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในแต่ละส่วนไปทีละนิดจนเกิดเป็นความผูกพันธ์ต่อแต่ละตัวละครที่ผนวกเข้ากับการบ้านของครูใหญ่ที่ยังคงติดอยู่ในหัวนักเรียนทุกคน เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน สร้างบทบาทให้ผู้เล่นเข้าใจในอารมณ์ของตัวละครได้อย่างไม่ยากเย็น แถมท้ายที่สุดเมื่อเนื้อเรื่องทั้ง 3 ส่วนมาบรรจบกัน ก็ปิดฉากเรื่องราวได้ซึ่งกินใจอีกต่างหาก

   “หากจะบอกว่าเนื้อเรื่องของ Pokémon Scarlet & Violet ถือเป็นหนึ่งในภาคที่มีเรื่องราวกินใจที่สุดก็คงไม่ผิดนัก”

Graphic & Sound Design (งานออกแบบ)

   Pokémon Scarlet & Violet ยังคงนำเสนองานภาพสไตล์ใกล้เคียงกับ Pokémon Sword & Shield แต่ลดทอนการตัดเส้นขอบของฉากและตัวละครทำให้ดูมีความเป็นการ์ตูนน้อยกว่า และหากพูดถึงความสวยงามภาพรวมก็ต้องพูดตรง ๆ ว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่เลิศเลอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรกับเกมตระกูลโปเกมอนอยู่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Pokémon Scarlet & Violet มีกราฟิกที่ดูด้อยกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับเกมที่ออกบน Nintendo Switch ในปี 2022 อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะมองย้อนกลับไปยังเกม Open World ประจำเครื่องอย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild หรือเกมรุ่นพี่อย่าง Pokémon Sword & Shield หรือ Pokemon Legends: Arceus ต่างล้วนทำงานภาพออกมาได้ดีกว่าในระดับนึงเลย

   งานออกแบบฉากของภาคนี้มีบางส่วนที่ค่อนข้างดูจืดชืด ไม่ค่อยสมกับการเป็นเกม Open World เท่าไหร่ โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กว้างที่ในบางครั้งก็โล่งเกินไปไม่ก็คล้ายคลึงกับที่อื่นมากเกินไปจนไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นให้น่าจดจำ แต่ก็ยังมีดีไซน์ของตัวเมืองหลาย ๆ ส่วนที่ออกแบบมาได้ค่อนข้างดี เช่น เมืองยิมน้ำและเมืองยิมไฟฟ้า ที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบมาก หาในแผนที่ก็ง่าย ไปกี่ครั้งก็จำหน้าตาเมืองได้ขึ้นใจ

    ในส่วนดีไซน์ของโปเกมอนในภาคนี้มีคละ ๆ กันไปทั้งสวยน่ารักหรือจะเท่ ๆ คูล ๆ ก็แล้วแต่คนจะชอบ แต่ถ้าพูดในแง่ของการออกแบบที่หลากหลายหรือมีเอกลักษณ์เด่นชัดก็พูดได้เลยว่ามีค่อนข้างน้อย และมีหลายตัวที่ย้อมแมวจากตัวเก่า ๆ อีกต่างหาก แต่โดยส่วนตัวผู้เขียนก็ไม่ได้มีปัญหากับงานออกแบบโปเกมอนของภาคนี้เท่าไหร่นัก มีทั้งตัวที่ถูกใจมากเป็นพิเศษ และตัวที่เฉย ๆ ตามปกติ เพราะโปเกมอนแต่ละภาคก็ถูกใส่เข้ามาเยอะจะให้ถูกใจทั้งหมดทุกตัวคงยากซึ่งในท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องตามจับสะสมเข้า Pokédex ให้ครบอยู่ดี

   ส่วนเพลงประกอบก็ถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนค่อนข้างชอบ มีหลายเพลงที่ฟังแล้วติดหูได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเพลงประกอบช่วงต่อสู้กับเหล่าหัวหน้ายิมต่าง ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงโปรดที่บางครั้งก็เผลอฮัมเพลงตามไปอย่างไม่รู้ตัวเลย ถ้าจะให้ดีอีกนิดอาจเพิ่มความหลากหลายของตัวเพลงให้แต่ละยิมมีบางท่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองไปเลยก็คงดีไม่น้อย แต่เท่านี้ที่มีอยู่ก็ถือว่าฟังเพลินไม่มีปัญหาอะไรแล้ว  

Gameplay (ระบบเกมการเล่น)

    ในส่วนของเกมเพลย์ ระบบพื้นฐานยังคงเป็นโปเกมอนที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นระบบพื้นฐานทั้งการต่อสู้และวิธีการจับโปเกมอน ทั้งสองส่วนยังคงคล้ายคลึงของเดิมทุกอย่าง การต่อสู้ยังคงเป็นแบบสลับเทิร์นของโปเกมอนแต่ละตัว มีการแพ้ชนะทางของธาตุต่าง ๆ ที่ต้องเรียนรู้และจดจำให้ขึ้นใจเพื่อสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ ส่วนการจับโปเกมอนในฉาก Open World ผู้เล่นสามารถเดินเข้าไปชนหรือปาโปเกบอลใส่โปเกมอนที่เราต้องการจับ เพื่อตัดเข้าฉากต่อสู้ หลังจากนั้นจะลองปาโปเกบอลจับเลยหรือจะสู้ให้เลือดเหลือน้อยก่อนแล้วค่อยจับก็ได้

   ซึ่งระบบต่อสู้ก็มีลูกเล่นใหม่ที่ถูกใส่เข้ามาเรียกว่า “การเทรัสตัล” หรือปรากฏการณ์ที่เหล่าโปเกมอนจะเปล่งประกายราวกับอัญมณี โดยการเทรัสตัลจะทำให้โปเกมอนของเราแข็งแกร่งขึ้น เเละโปเกมอนบางตัวจะเปลี่ยนธาตุไปเป็นธาตุที่แฝงอยู่ด้วย ซึ่งการจะใช้งานเทรัสตัลได้ จะต้องใช้ไอเทม Tera Orb ในการแปลงกายโปเกมอนของเรา เมื่อใช้งานแล้วพลังงานจะหมด เราสามารถเติมพลังงานใหม่ได้ที่ Pokemon Center ถือเป็นลูกเล่นที่เพิ่มความหลากหลายในการแพ้ชนะทางของธาตุต่าง ๆ มากขึ้นไปอีกขึ้น

   นอกจากนี้ Pokémon Scarlet & Violet ได้มีการพัฒนาต่อยอดและปรับเพิ่มคุณภาพชีวิตในการเล่น (QoL) ให้ดีขึ้นอีกมากมาย ทั้งการต่อสู้ด้วยระบบ Let’s Go ที่ผู้เล่นสามารถเรียกโปเกมอนออกมาแล้วให้น้องออกไปต่อสู้เองอัตโนมัติเพื่อเก็บเลเวล, ระบบการผสมพันธุ์และฟักไข่โปเกมอนที่ง่ายดายมากขึ้น, การฝึกฝนโปเกมอนทั้งการปั้นค่า EV, IV, นิสัย หรือการเปลี่ยน Ability ก็ทำได้ง่ายขึ้นในทุก ๆ ส่วน หรือกระทั่งเอฟเฟคจากอาหารที่ถูกเพิ่มเข้ามาไม่ว่าจะจากร้านค้าในตัวเมืองหรือการตั้งโต๊ะปิกนิกทำแซนด์วิชเอง ถือเป็นการเพิ่มลู่ทางในการเล่น ช่วยให้ตัวเกมภาคนี้ประหยัดเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

   ในส่วนของการท่องโลกกว้าง ผู้เล่นจะได้พบกับโปเกมอนในตำนานประจำภาคตั้งแต่ช่วงต้นเกม เพื่อมาเป็นเสมือนยานพาหนะที่จะพาผู้เล่นออกท่องภูมิภาคพัลเดียที่แสนกว้างใหญ่ และพอกลายเป็นโลก Open World แบบเต็มตัวแล้ว แผนที่ก็ใหญ่ขึ้น ความอิสระที่มีให้ก็มากขึ้น ซึ่งอย่างที่บอกในหัวข้อเนื้อเรื่องว่าในภาคนี้จะมีหนทางให้ผู้เล่นดำเนินเนื้อเรื่องหลักอยู่ 3 ส่วน

   ส่วนแรกคือหนทางสู่โปเกมอนลีค ออกต่อสู้กับหัวหน้ายิมทั้งหมดเพื่อสะสมเข็มกลัดยิมให้ครบ และต่อสู้ท้าชิงขึ้นเป็นแชมเปี้ยนตามแบบฉบับเกมโปเกมอน แต่ละยิมก็จะมีมินิเกมให้เล่นก่อนเจอกับหัวหน้ายิม เป็นสไตล์การตะลุยในเรื่องแบบฉบับดั้งเดิมของโปเกมอน 

   ส่วนที่สองคือการออกตามหาพืชชนิดพิเศษที่จะเพิ่มพลังให้กับโปเกมอน เรียกว่า Herba Mystica โดยภารกิจประเภทนี้จะช่วยปลดล็อกความสามารถใหม่ ๆ ของ Miraidon และ Koraidon ในการออกท่องโลกกว้าง

   ส่วนที่สามคือการออกปราบแก๊งตัวป่วนที่ชื่อว่าทีม STAR เป็นเหล่าเด็กนักเรียนที่ไม่เข้าเรียนและร่วมก๊วนกันตั้งแก๊งค์นอกโรงเรียน โดยการปราบทีม STAR จะปลดล็อก TM ใหม่ ๆ ให้เราสามารถคราฟต์ได้ 

   ซึ่งทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวไปผู้เล่นจะสามารถเลือกไปทำอะไรก่อนก็ได้ ไม่มีลำดับขั้นตอนให้ โดยใช้ Miraidon หรือ Koraidon ออกท่องโลกกว้างได้เต็มที่ แต่ถึงแม้จะดูเหมือนมีอิสระมากแต่ก็มีกรอบของเลเวลโปเกมอนมาคอยคั่นบอกใบ้ผู้เล่นอยู่กลาย ๆ ว่าควรไปทางไหนก่อน เพราะถึงแม้จะเป็นเกม Open World แต่ Pokémon Scarlet & Violet ดันขาดในเรื่องของเควสเสริมในโลกกว้างที่จะคอยชี้นำผู้เล่นว่าค่อย ๆ ไปทางไหนดี แต่ถึงแม้จะไม่มีเควสเสริมตัวเกมก็ยังสามารถดึงดูดความอยากสำรวจหรือความอยากหาโปเกมอนของผู้เล่นได้อยู่ดี

   นอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบ Co-op ที่ภาคนี้ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมโลกของผู้เล่นคนอื่นได้ ชวนเพื่อนมาวิ่งเล่นไปด้วยกันเห็นตัวกันจะจะได้เลยยิ่งสนุกขึ้นไปอีก และยังมีระบบ Tera Raid Battle หรือการตีบอสโปเกมอนในคริสตัลที่วางอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ของภูมิภาคพัลเดีย โดยในปัจจุบันจะมีระดับตั้งแต่ 1 - 6 ดาว (อีเวนต์พิเศษมีตัว 7 ดาว) ซึ่งระดับดาวจะปลดล็อกสูงขึ้นเมื่อเล่นเนื้อเรื่องหลักไปเรื่อย ๆ ยิ่งดาวสูงโปเกมอนก็ยิ่งเก่ง ยิ่งสู้ยาก แต่ก็ยิ่งมีโอกาสที่ผู้เล่นจะได้จับโปเกมอนที่มี Abiity และค่าสถานะพื้นฐานที่เก่งมากกว่าตัวทั่ว ๆ ไปตามแผนที่ด้วย เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ยิ่งดาวเยอะก็ต้องยิ่งระดมพลเพื่อน ๆ มาช่วยกันตี ช่วยกันวางแผน เสริมความสนุกของการเล่น Co-Op ได้เป็นอย่างดี

   พูดได้เต็มปากเลยว่าระบบเกมการเล่นของ Pokémon Scarlet & Violet คือส่วนที่แบกเกมนี้ให้ผู้เล่นติดหนึบได้มากที่สุด ความสนุกเพลิดเพลินของการเถลไถลเพื่อตามจับโปเกมอนในโลกกว้าง ความมันของการเล่น Tera Raid Battle กับเพื่อน ความสะดวกสบายที่ถูกปรับปรุงต่อยอดให้ประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น ล้วนแล้วแต่เพิ่มความลื่นไหลให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินกับตัวเกมมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ยิ่งเล่นก็ยิ่งสนุก ยิ่งติดหนึบ ยิ่งวางไม่ลง ถือเป็นส่วนที่น่าประทับใจที่สุดของเกมภาคนี้   

Performance (ประสิทธิภาพ)

   แม้เนื้อเรื่องจะถูกเขียนบทออกมาได้เพลิดเพลินเข้าใจง่าย และแม้ระบบการเล่นจะสนุกมากจนแทบวางมือไม่ลง แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเกมมีปัญหาด้านประสิทธิภาพเยอะอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเรื่องความลื่นไหลของ Framerate ที่ดิ่งลงเหวบ่อยจนน่าใจหาย, รายละเอียดของแสงเงาที่ทำออกมาได้ไม่ค่อยดี,  อาการโหลดฉากไม่ทันหรือกระทั่งโหลดโมเดลไม่ทันในระหว่างต่อสู้ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง หรือกระทั่งในส่วนของ Interface ที่บางส่วนโหลดและตอบสนองช้ามาก ไม่ว่าจะทั้งการโหลดโมเดลตัวละครใน Boxes การเลื่อนเมนูต่าง ๆ ก็ค่อนข้างหน่วงเกินกว่าที่ควรจะเป็น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เราหงุดหงิดใจได้ทั้งสิ้น

   และยังมีบั๊กอีกบานตะไทที่เจอตลอดระหว่างการเล่น โดยบั๊กที่หนักที่สุดที่ผู้เขียนเจอคือบั๊กเกมล่มดับไปเลย เจออยู่หลายครั้งมาก เกิน 10 ครั้งได้ ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้เหนื่อยใจกับการเล่นเกมนี้ในช่วงแรกอยู่พอสมควร และถึงแม้ในท้ายที่สุดจะทำใจให้ชินได้แล้ว ก็ยังถือว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่น่าอภิรมย์อยู่ดี ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางผู้พัฒนาจะรีบออกแพตช์แก้ไขปรับปรุงตัวเกมโดยเร็ววัน

Summarize (สรุป)

      ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาด้าน Performance คือจุดที่ใหญ่ที่สุดที่ฉุดรั้งความยอดเยี่ยมของ Pokémon Scarlet & Pokémon Violet เอาไว้อย่างน่าเสียดาย แต่ก็พูดได้เต็มปากบอกได้เต็มคำว่า Pokémon Scarlet & Pokémon Violet คือหนึ่งในเกมจากตระกูลโปเกมอนที่มีเนื้อเรื่องและระบบเกมการเล่นที่สะดวกสบายและสนุกเกินกว่าที่ผู้เขียนคาดหวังเอาไว้ในตอนแรกมาก การได้ออกท่องโลกกว้างของภูมิภาคพัลเดียพร้อมด้วยโปเกมอนทั้งหลายตามรายทาง ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินใจและออกผจญภัยได้อย่างสนุกจนลืมเวลา

gamescom asia x Thailand Game Show 2026
Pokémon Scarlet & Violet
Nintendo Switch

Pokémon Scarlet & Violet

ต่อยอดความสำเร็จของ Pokémon Legends: Arceus และ Pokémon Sword & Shield สู่เกมโลกเปิดแบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ฉีกกฎเกณฑ์การผจญภัยรูปแบบเดิม ๆ จนหมดสิ้น ไม่ถูกจำกัดขอบเขตของพื้นที่และลำดับเนื้อเรื่องอีกต่อไป มุ่งสู่ยุคที่ 9 ของเกมโปเกมอนอย่างเต็มภาคภูมิ

Release Date

18 พ.ย. 2022


7

Story

8

Design

6

Gameplay

9

Performance

5

Zabbid

Hello Gamer ! It's time to play.

Game's On

The best community experience, with best support for creator

Sign In