แต่ด้วยความที่ Pokémon Scarlet & Violet นำเสนอตัวเกมในรูปแบบของ Open World ทำให้มีการมอบอิสระให้แก่ผู้เล่นในการเลือกดำเนินเนื้อเรื่องในส่วนที่ชอบก่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้มีเพียงแค่การตียิมสะสมเข็มกลัดแล้ว โดยในช่วงต้นเนื้อเรื่องจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ผู้เล่นจะได้ออกผจญภัยและเรียนรู้ตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในแต่ละส่วนไปทีละนิดจนเกิดเป็นความผูกพันธ์ต่อแต่ละตัวละครที่ผนวกเข้ากับการบ้านของครูใหญ่ที่ยังคงติดอยู่ในหัวนักเรียนทุกคน เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน สร้างบทบาทให้ผู้เล่นเข้าใจในอารมณ์ของตัวละครได้อย่างไม่ยากเย็น แถมท้ายที่สุดเมื่อเนื้อเรื่องทั้ง 3 ส่วนมาบรรจบกัน ก็ปิดฉากเรื่องราวได้ซึ่งกินใจอีกต่างหาก
“หากจะบอกว่าเนื้อเรื่องของ Pokémon Scarlet & Violet ถือเป็นหนึ่งในภาคที่มีเรื่องราวกินใจที่สุดก็คงไม่ผิดนัก”
Graphic & Sound Design (งานออกแบบ)
Pokémon Scarlet & Violet ยังคงนำเสนองานภาพสไตล์ใกล้เคียงกับ Pokémon Sword & Shield แต่ลดทอนการตัดเส้นขอบของฉากและตัวละครทำให้ดูมีความเป็นการ์ตูนน้อยกว่า และหากพูดถึงความสวยงามภาพรวมก็ต้องพูดตรง ๆ ว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่เลิศเลอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรกับเกมตระกูลโปเกมอนอยู่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Pokémon Scarlet & Violet มีกราฟิกที่ดูด้อยกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับเกมที่ออกบน Nintendo Switch ในปี 2022 อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะมองย้อนกลับไปยังเกม Open World ประจำเครื่องอย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild หรือเกมรุ่นพี่อย่าง Pokémon Sword & Shield หรือ Pokemon Legends: Arceus ต่างล้วนทำงานภาพออกมาได้ดีกว่าในระดับนึงเลย
งานออกแบบฉากของภาคนี้มีบางส่วนที่ค่อนข้างดูจืดชืด ไม่ค่อยสมกับการเป็นเกม Open World เท่าไหร่ โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กว้างที่ในบางครั้งก็โล่งเกินไปไม่ก็คล้ายคลึงกับที่อื่นมากเกินไปจนไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นให้น่าจดจำ แต่ก็ยังมีดีไซน์ของตัวเมืองหลาย ๆ ส่วนที่ออกแบบมาได้ค่อนข้างดี เช่น เมืองยิมน้ำและเมืองยิมไฟฟ้า ที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบมาก หาในแผนที่ก็ง่าย ไปกี่ครั้งก็จำหน้าตาเมืองได้ขึ้นใจ
ส่วนที่สามคือการออกปราบแก๊งตัวป่วนที่ชื่อว่าทีม STAR เป็นเหล่าเด็กนักเรียนที่ไม่เข้าเรียนและร่วมก๊วนกันตั้งแก๊งค์นอกโรงเรียน โดยการปราบทีม STAR จะปลดล็อก TM ใหม่ ๆ ให้เราสามารถคราฟต์ได้
ซึ่งทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวไปผู้เล่นจะสามารถเลือกไปทำอะไรก่อนก็ได้ ไม่มีลำดับขั้นตอนให้ โดยใช้ Miraidon หรือ Koraidon ออกท่องโลกกว้างได้เต็มที่ แต่ถึงแม้จะดูเหมือนมีอิสระมากแต่ก็มีกรอบของเลเวลโปเกมอนมาคอยคั่นบอกใบ้ผู้เล่นอยู่กลาย ๆ ว่าควรไปทางไหนก่อน เพราะถึงแม้จะเป็นเกม Open World แต่ Pokémon Scarlet & Violet ดันขาดในเรื่องของเควสเสริมในโลกกว้างที่จะคอยชี้นำผู้เล่นว่าค่อย ๆ ไปทางไหนดี แต่ถึงแม้จะไม่มีเควสเสริมตัวเกมก็ยังสามารถดึงดูดความอยากสำรวจหรือความอยากหาโปเกมอนของผู้เล่นได้อยู่ดี
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาด้าน Performance คือจุดที่ใหญ่ที่สุดที่ฉุดรั้งความยอดเยี่ยมของ Pokémon Scarlet & Pokémon Violet เอาไว้อย่างน่าเสียดาย แต่ก็พูดได้เต็มปากบอกได้เต็มคำว่า Pokémon Scarlet & Pokémon Violet คือหนึ่งในเกมจากตระกูลโปเกมอนที่มีเนื้อเรื่องและระบบเกมการเล่นที่สะดวกสบายและสนุกเกินกว่าที่ผู้เขียนคาดหวังเอาไว้ในตอนแรกมาก การได้ออกท่องโลกกว้างของภูมิภาคพัลเดียพร้อมด้วยโปเกมอนทั้งหลายตามรายทาง ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินใจและออกผจญภัยได้อย่างสนุกจนลืมเวลา
ต่อยอดความสำเร็จของ Pokémon Legends: Arceus และ Pokémon Sword & Shield สู่เกมโลกเปิดแบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ฉีกกฎเกณฑ์การผจญภัยรูปแบบเดิม ๆ จนหมดสิ้น ไม่ถูกจำกัดขอบเขตของพื้นที่และลำดับเนื้อเรื่องอีกต่อไป มุ่งสู่ยุคที่ 9 ของเกมโปเกมอนอย่างเต็มภาคภูมิ
ต่อยอดความสำเร็จของ Pokémon Legends: Arceus และ Pokémon Sword & Shield สู่เกมโลกเปิดแบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ฉีกกฎเกณฑ์การผจญภัยรูปแบบเดิม ๆ จนหมดสิ้น ไม่ถูกจำกัดขอบเขตของพื้นที่และลำดับเนื้อเรื่องอีกต่อไป มุ่งสู่ยุคที่ 9 ของเกมโปเกมอนอย่างเต็มภาคภูมิ
แต่ด้วยความที่ Pokémon Scarlet & Violet นำเสนอตัวเกมในรูปแบบของ Open World ทำให้มีการมอบอิสระให้แก่ผู้เล่นในการเลือกดำเนินเนื้อเรื่องในส่วนที่ชอบก่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้มีเพียงแค่การตียิมสะสมเข็มกลัดแล้ว โดยในช่วงต้นเนื้อเรื่องจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ผู้เล่นจะได้ออกผจญภัยและเรียนรู้ตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในแต่ละส่วนไปทีละนิดจนเกิดเป็นความผูกพันธ์ต่อแต่ละตัวละครที่ผนวกเข้ากับการบ้านของครูใหญ่ที่ยังคงติดอยู่ในหัวนักเรียนทุกคน เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน สร้างบทบาทให้ผู้เล่นเข้าใจในอารมณ์ของตัวละครได้อย่างไม่ยากเย็น แถมท้ายที่สุดเมื่อเนื้อเรื่องทั้ง 3 ส่วนมาบรรจบกัน ก็ปิดฉากเรื่องราวได้ซึ่งกินใจอีกต่างหาก
“หากจะบอกว่าเนื้อเรื่องของ Pokémon Scarlet & Violet ถือเป็นหนึ่งในภาคที่มีเรื่องราวกินใจที่สุดก็คงไม่ผิดนัก”
Graphic & Sound Design (งานออกแบบ)
Pokémon Scarlet & Violet ยังคงนำเสนองานภาพสไตล์ใกล้เคียงกับ Pokémon Sword & Shield แต่ลดทอนการตัดเส้นขอบของฉากและตัวละครทำให้ดูมีความเป็นการ์ตูนน้อยกว่า และหากพูดถึงความสวยงามภาพรวมก็ต้องพูดตรง ๆ ว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่เลิศเลอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรกับเกมตระกูลโปเกมอนอยู่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Pokémon Scarlet & Violet มีกราฟิกที่ดูด้อยกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับเกมที่ออกบน Nintendo Switch ในปี 2022 อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะมองย้อนกลับไปยังเกม Open World ประจำเครื่องอย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild หรือเกมรุ่นพี่อย่าง Pokémon Sword & Shield หรือ Pokemon Legends: Arceus ต่างล้วนทำงานภาพออกมาได้ดีกว่าในระดับนึงเลย
งานออกแบบฉากของภาคนี้มีบางส่วนที่ค่อนข้างดูจืดชืด ไม่ค่อยสมกับการเป็นเกม Open World เท่าไหร่ โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กว้างที่ในบางครั้งก็โล่งเกินไปไม่ก็คล้ายคลึงกับที่อื่นมากเกินไปจนไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นให้น่าจดจำ แต่ก็ยังมีดีไซน์ของตัวเมืองหลาย ๆ ส่วนที่ออกแบบมาได้ค่อนข้างดี เช่น เมืองยิมน้ำและเมืองยิมไฟฟ้า ที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบมาก หาในแผนที่ก็ง่าย ไปกี่ครั้งก็จำหน้าตาเมืองได้ขึ้นใจ
ส่วนที่สามคือการออกปราบแก๊งตัวป่วนที่ชื่อว่าทีม STAR เป็นเหล่าเด็กนักเรียนที่ไม่เข้าเรียนและร่วมก๊วนกันตั้งแก๊งค์นอกโรงเรียน โดยการปราบทีม STAR จะปลดล็อก TM ใหม่ ๆ ให้เราสามารถคราฟต์ได้
ซึ่งทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวไปผู้เล่นจะสามารถเลือกไปทำอะไรก่อนก็ได้ ไม่มีลำดับขั้นตอนให้ โดยใช้ Miraidon หรือ Koraidon ออกท่องโลกกว้างได้เต็มที่ แต่ถึงแม้จะดูเหมือนมีอิสระมากแต่ก็มีกรอบของเลเวลโปเกมอนมาคอยคั่นบอกใบ้ผู้เล่นอยู่กลาย ๆ ว่าควรไปทางไหนก่อน เพราะถึงแม้จะเป็นเกม Open World แต่ Pokémon Scarlet & Violet ดันขาดในเรื่องของเควสเสริมในโลกกว้างที่จะคอยชี้นำผู้เล่นว่าค่อย ๆ ไปทางไหนดี แต่ถึงแม้จะไม่มีเควสเสริมตัวเกมก็ยังสามารถดึงดูดความอยากสำรวจหรือความอยากหาโปเกมอนของผู้เล่นได้อยู่ดี
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาด้าน Performance คือจุดที่ใหญ่ที่สุดที่ฉุดรั้งความยอดเยี่ยมของ Pokémon Scarlet & Pokémon Violet เอาไว้อย่างน่าเสียดาย แต่ก็พูดได้เต็มปากบอกได้เต็มคำว่า Pokémon Scarlet & Pokémon Violet คือหนึ่งในเกมจากตระกูลโปเกมอนที่มีเนื้อเรื่องและระบบเกมการเล่นที่สะดวกสบายและสนุกเกินกว่าที่ผู้เขียนคาดหวังเอาไว้ในตอนแรกมาก การได้ออกท่องโลกกว้างของภูมิภาคพัลเดียพร้อมด้วยโปเกมอนทั้งหลายตามรายทาง ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินใจและออกผจญภัยได้อย่างสนุกจนลืมเวลา
ต่อยอดความสำเร็จของ Pokémon Legends: Arceus และ Pokémon Sword & Shield สู่เกมโลกเปิดแบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ฉีกกฎเกณฑ์การผจญภัยรูปแบบเดิม ๆ จนหมดสิ้น ไม่ถูกจำกัดขอบเขตของพื้นที่และลำดับเนื้อเรื่องอีกต่อไป มุ่งสู่ยุคที่ 9 ของเกมโปเกมอนอย่างเต็มภาคภูมิ
ต่อยอดความสำเร็จของ Pokémon Legends: Arceus และ Pokémon Sword & Shield สู่เกมโลกเปิดแบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ฉีกกฎเกณฑ์การผจญภัยรูปแบบเดิม ๆ จนหมดสิ้น ไม่ถูกจำกัดขอบเขตของพื้นที่และลำดับเนื้อเรื่องอีกต่อไป มุ่งสู่ยุคที่ 9 ของเกมโปเกมอนอย่างเต็มภาคภูมิ
แต่ด้วยความที่ Pokémon Scarlet & Violet นำเสนอตัวเกมในรูปแบบของ Open World ทำให้มีการมอบอิสระให้แก่ผู้เล่นในการเลือกดำเนินเนื้อเรื่องในส่วนที่ชอบก่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้มีเพียงแค่การตียิมสะสมเข็มกลัดแล้ว โดยในช่วงต้นเนื้อเรื่องจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ผู้เล่นจะได้ออกผจญภัยและเรียนรู้ตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในแต่ละส่วนไปทีละนิดจนเกิดเป็นความผูกพันธ์ต่อแต่ละตัวละครที่ผนวกเข้ากับการบ้านของครูใหญ่ที่ยังคงติดอยู่ในหัวนักเรียนทุกคน เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน สร้างบทบาทให้ผู้เล่นเข้าใจในอารมณ์ของตัวละครได้อย่างไม่ยากเย็น แถมท้ายที่สุดเมื่อเนื้อเรื่องทั้ง 3 ส่วนมาบรรจบกัน ก็ปิดฉากเรื่องราวได้ซึ่งกินใจอีกต่างหาก
“หากจะบอกว่าเนื้อเรื่องของ Pokémon Scarlet & Violet ถือเป็นหนึ่งในภาคที่มีเรื่องราวกินใจที่สุดก็คงไม่ผิดนัก”
Graphic & Sound Design (งานออกแบบ)
Pokémon Scarlet & Violet ยังคงนำเสนองานภาพสไตล์ใกล้เคียงกับ Pokémon Sword & Shield แต่ลดทอนการตัดเส้นขอบของฉากและตัวละครทำให้ดูมีความเป็นการ์ตูนน้อยกว่า และหากพูดถึงความสวยงามภาพรวมก็ต้องพูดตรง ๆ ว่าความสวยไม่ใช่สิ่งที่เลิศเลอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรกับเกมตระกูลโปเกมอนอยู่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Pokémon Scarlet & Violet มีกราฟิกที่ดูด้อยกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับเกมที่ออกบน Nintendo Switch ในปี 2022 อยู่พอสมควร ไม่ว่าจะมองย้อนกลับไปยังเกม Open World ประจำเครื่องอย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild หรือเกมรุ่นพี่อย่าง Pokémon Sword & Shield หรือ Pokemon Legends: Arceus ต่างล้วนทำงานภาพออกมาได้ดีกว่าในระดับนึงเลย
งานออกแบบฉากของภาคนี้มีบางส่วนที่ค่อนข้างดูจืดชืด ไม่ค่อยสมกับการเป็นเกม Open World เท่าไหร่ โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่กว้างที่ในบางครั้งก็โล่งเกินไปไม่ก็คล้ายคลึงกับที่อื่นมากเกินไปจนไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นให้น่าจดจำ แต่ก็ยังมีดีไซน์ของตัวเมืองหลาย ๆ ส่วนที่ออกแบบมาได้ค่อนข้างดี เช่น เมืองยิมน้ำและเมืองยิมไฟฟ้า ที่ส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบมาก หาในแผนที่ก็ง่าย ไปกี่ครั้งก็จำหน้าตาเมืองได้ขึ้นใจ
ส่วนที่สามคือการออกปราบแก๊งตัวป่วนที่ชื่อว่าทีม STAR เป็นเหล่าเด็กนักเรียนที่ไม่เข้าเรียนและร่วมก๊วนกันตั้งแก๊งค์นอกโรงเรียน โดยการปราบทีม STAR จะปลดล็อก TM ใหม่ ๆ ให้เราสามารถคราฟต์ได้
ซึ่งทั้ง 3 ส่วนที่กล่าวไปผู้เล่นจะสามารถเลือกไปทำอะไรก่อนก็ได้ ไม่มีลำดับขั้นตอนให้ โดยใช้ Miraidon หรือ Koraidon ออกท่องโลกกว้างได้เต็มที่ แต่ถึงแม้จะดูเหมือนมีอิสระมากแต่ก็มีกรอบของเลเวลโปเกมอนมาคอยคั่นบอกใบ้ผู้เล่นอยู่กลาย ๆ ว่าควรไปทางไหนก่อน เพราะถึงแม้จะเป็นเกม Open World แต่ Pokémon Scarlet & Violet ดันขาดในเรื่องของเควสเสริมในโลกกว้างที่จะคอยชี้นำผู้เล่นว่าค่อย ๆ ไปทางไหนดี แต่ถึงแม้จะไม่มีเควสเสริมตัวเกมก็ยังสามารถดึงดูดความอยากสำรวจหรือความอยากหาโปเกมอนของผู้เล่นได้อยู่ดี
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาด้าน Performance คือจุดที่ใหญ่ที่สุดที่ฉุดรั้งความยอดเยี่ยมของ Pokémon Scarlet & Pokémon Violet เอาไว้อย่างน่าเสียดาย แต่ก็พูดได้เต็มปากบอกได้เต็มคำว่า Pokémon Scarlet & Pokémon Violet คือหนึ่งในเกมจากตระกูลโปเกมอนที่มีเนื้อเรื่องและระบบเกมการเล่นที่สะดวกสบายและสนุกเกินกว่าที่ผู้เขียนคาดหวังเอาไว้ในตอนแรกมาก การได้ออกท่องโลกกว้างของภูมิภาคพัลเดียพร้อมด้วยโปเกมอนทั้งหลายตามรายทาง ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินใจและออกผจญภัยได้อย่างสนุกจนลืมเวลา
ต่อยอดความสำเร็จของ Pokémon Legends: Arceus และ Pokémon Sword & Shield สู่เกมโลกเปิดแบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ฉีกกฎเกณฑ์การผจญภัยรูปแบบเดิม ๆ จนหมดสิ้น ไม่ถูกจำกัดขอบเขตของพื้นที่และลำดับเนื้อเรื่องอีกต่อไป มุ่งสู่ยุคที่ 9 ของเกมโปเกมอนอย่างเต็มภาคภูมิ
ต่อยอดความสำเร็จของ Pokémon Legends: Arceus และ Pokémon Sword & Shield สู่เกมโลกเปิดแบบเต็มตัวครั้งแรกของซีรีส์ Pokémon ภายใต้ชื่อ Pokémon Scarlet และ Pokémon Violet ฉีกกฎเกณฑ์การผจญภัยรูปแบบเดิม ๆ จนหมดสิ้น ไม่ถูกจำกัดขอบเขตของพื้นที่และลำดับเนื้อเรื่องอีกต่อไป มุ่งสู่ยุคที่ 9 ของเกมโปเกมอนอย่างเต็มภาคภูมิ